วันวาเลนไทน์... วันแห่งความรักของฝรั่ง ที่ใช้นามของนักบุญที่ชื่อ เซ็นท์ วาเลนทิน มาเป็นชื่อ
เป็นวันแห่งการแสดงความรักต่อกันของหนุ่มสาวเสมอๆ และยัง...เป็นวันที่หนุ่มสาวถือโอกาสแสดงความในใจต่อกันว่า...
ฉันรักเธอ
ทุกปีๆ เขียนแต่เรื่องของความรักของหนุ่มสาว เขียนถึงคนที่มีคู่ที่จะกระซิบบอกรักต่อกัน
มอบของขวัญแทนความรักให้กันและกัน หรือส่งสารรักให้ใครสักคนที่แอบรักอยู่
เป็นวันที่ดอกกุหลาบสีแดง แพงมากที่สุดในรอบปี... เพราะใครไม่รู้บอกว่าดอกกุหลาบแดงแทนความรัก
ปีนี้ ขอเขียนถึงวันวาเลนไทน์ให้คนโสดบ้าง และขอให้ความรักความหวังดีจงมีแต่คนโสดทั้งหลาย
ในวันแห่งความรัก และถ้าคุณคนโสดทั้งหลายคิดว่าคุณขาดรักแล้วละก็ ขอให้รู้ไว้เถิดว่า
ในวันนี้มีความรักให้คุณเสมอ เนื่องจากที่ผมจะเขียนให้พวกคุณอ่านต่อไปนี้ ก็เพราะ... รักคุณจริงๆ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน
ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เป็นความรักในแบบที่เรียกว่า PLATONIC FRIENDSHIP หรือความสัมพันธ์แบบ เพลโต
เพลโต เป็นนามของนักปราชญ์ชาวกรีกโบราณ และในความรักความสัมพันธ์แบบเพลโตนั้น
จะเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีกามารมณ์มาเกี่ยวข้อง
กล่าวกันว่า ถ้าคนสองคนมีความรักความผูกพันกันทางใจ โดยที่ไม่มีเพศสัมพันธ์มาเป็นส่วนประกอบแล้ว
เขาทั้งสองก็จะร่วมรักกันทางปัญญา ใช้ปัญญาในการเสริมสร้างความรักความสัมพันธ์ที่ดีงามต่อกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
เคารพนับถือในกันและกัน เข้าอกเข้าใจเห็นใจกัน ใช้จุดเด่นเข้าเสริมจุดด้อยของอีกคนหนึ่ง
จนกลายเป็นคู่คิดคู่หูกันไปในทุกกิจการที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ
...เห็นไหมครับว่า ถึงเป็นคนโสดก็มีความรักได้!! ...และสามารถแบ่งปันความรักให้แก่คนอื่น
รวมทั้งคนใกล้ชิดได้ด้วย โดยไม่ต้องตะขิดตะขวงใจอะไรเลย เพราะคนที่มีความรักนั้น
เป็นที่ต้องการของคนรอบข้างเสมอๆ
ชีวิตคนโสดนั้น ถ้าจะมีความสุข ควรจะเป็นชีวิตที่มีเพื่อนฝูงมากๆ เพราะการมีเพื่อนฝูงมาก
นอกจากจะช่วยคลายเหงาแล้ว ยังทำให้รู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่า และเป็นประโยชน์ต่อคนใกล้ชิดและสังคมที่อาศัยอยู่
ที่จริงแล้ว ชีวิตโสดนั้น เป็นชีวิตที่มีความอิสระเสรี ปราศจากขอบขีดจำกัดของการใช้ชีวิตคู่และการมีครอบครัว
มีเสรีที่จะโบยบินไปยังดินแดนที่ใฝ่ฝัน และปรารถนาจะไป โดยไม่ต้องกังวลถึงใครคนหนึ่งที่รอคอยเวลากลับบ้าน
ไม่มีใครแย่งเข้าห้องน้ำ ไม่มีใครแย่งอ่างล้างหน้า ไม่มีใครมานอนกรนอยู่ข้างๆ ตัว ไม่ต้องกังวล
ค่ำนี้จะรับประทานอะไรด้วยกัน ไม่ต้องสนใจว่าจะมีความสุขสมจากกามารมณ์ไหม
และไม่ต้องสนใจว่าจะต้องทำให้เขาและเธอมีความสุขจากบทพิศวาสอย่างไร
แม้ว่าในวันเหงาๆ จะต้องนอนอยู่คนเดียวบนเตียง และกอดหมอนข้างจนหลับไป!!!
หรือในวันที่เกิดอารมณ์พิศวาสขึ้นมาจะต้องใช้กระบวนการสุขสมด้วยตนเองมาทำให้อารมณ์ได้รับการตอบสนอง
และมีความสุขสมตามฐานานุรูป... ก็ไม่เห็นจะเป็นไร
ในเมื่อเป็นสิทธิทางเพศที่จะทำได้... และเป็นสิทธิพื้นฐานของมวลมนุษย์ชาติเสียด้วย
แต่สิ่งที่คนโสดทุกคนจะต้องมีอยู่ในหัวใจก็คือ... ความรัก
ต้องมีความรักในมวลมนุษย์ชาติ มีความรักความหวังดีต่อคนรอบข้าง มีความรักความหวังดีต่อสังคม
และต้องมีความรักในการงานรวมทั้งงานอดิเรก
เพราะการงานไม่เคยทรยศต่อคนที่รักงานฉันใด ความรักของคนโสดที่มีต่อตัวเองก็เป็นความรักที่ไม่ทรยศฉันนั้น
ใครเล่าจะทรยศตัวเองได้... โดยเฉพาะคนที่หัดรักตัวเองอย่างถูกต้อง
เพราะ 'รัก' เท่านั้น ที่หมุนโลกใบนี้อยู่!
แต่ย่อมแน่นอนว่า สักวันหนึ่งคนโสดก็จะต้องมีความรักในแบบหนุ่มสาวไฟแรงขึ้นมาบ้าง
และเมื่อเกิดความรักแบบหนุ่มสาวขึ้นมาในดวงใจแล้ว ก็จะเป็นคนที่มีความสุขในอีกรูปแบบหนึ่ง
และกลายเป็นคนที่อยู่ในวัยรักหวานแหวว
ที่จริงแล้ว ผมว่าทุกวัยไม่ว่าจะวัยเด็ก วัยรุ่น วัยหนุ่มสาว วัยทองและแม้แต่ผู้สูงวัยก็เป็นวัยรักได้ทั้งสิ้น
เพียงแต่ความรักในแต่ละวัยจะต่างกันไป
วัยเด็กอาจจะต้องการความรักจากพอแม่ พี่ ป้า น้า อา ในด้านของความเอื้ออาทรเข้าอกเข้าใจ
และปกป้องผองภัยไม่ให้มากล้ำกราย วัยหนุ่มสาวอาจจะต้องการใช้ชีวิตคู่ที่เปี่ยมไปด้วยความรักความเข้าใจซึ่งกันและกัน
ร่วมแรงร่วมใจกัน ฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการของชีวิตคู่ไปให้ตลอดรอดฝั่ง และเมื่อผ่านพ้นเข้าวัยกลางคน
ซึ่งเป็นวัยทองของชีวิตแล้ว ทุกคนก็อยากที่จะมีความสุขสบายและมีคนรักรอบข้างเนื่องจากมักจะเป็นวัยที่ขาดรัก เพราะคิดว่าคนใกล้ตัวไม่ค่อยจะรักเสียแล้วจนเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า MIDLIFE CRISIS ซึ่งน่าจะแปลว่า
ภาวะวิกฤตในวัยทองก็ย่อมจะได้
จนเมื่อย่างเข้าสู่ปัจฉิมวัยหรือวัยชราแล้ว จึงพบว่า ความสุขใดจะมาเท่าเทียมความสงบเป็นไม่มี
ดังนั้นในบั้นปลายของชีวิตผู้สูงวัยที่มีความสุข จึงรักความสงบ
ส่วนวัยรุ่น เป็นวัยที่กำลังจะเรียนรู้ กำลังจะออกผจญภัยไปในโลกกว้าง อยากรู้อยากลองไปทุกเรื่อง... โดยเฉพาะเรื่องของความรักและความพิศสวาทที่มีมากับความรักในวัยรุ่น
ก็วัยรุ่นมีไฟแรงนี่ครับ... เป็นวัยที่มีพลังงานเหลือเฟือ พร้อมที่จะทำอะไรทุกอย่างที่แปลกใหม่
เร้าใจ โดยที่บางครั้งก็ลืมเรื่องของความปลอดภัยไป
เมื่อเริ่มมีประจำเดือน น้องๆ วัยรุ่น สาวๆ ก็จะเริ่มมีความรักที่แปลกใหม่ไปจากความรักที่มีต่อคุณพ่อ คุณแม่
เริ่มมีความรู้สึกแปลกๆ ในยามที่มองเห็นชายหนุ่มคนที่ชื่นชอบ ยิ่งถ้าได้แตะเนื้อต้องตัวกันบ้างก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีไฟฟ้า
แปล็บเข้าไปช็อตที่ร่างกายเลยทีเดียว เริ่มรู้จักกับคำที่เรียกว่า...ความรัก ในความคิดของวัยรุ่นสาวๆ แล้ว
เธออยากได้ใครสักคนหนึ่งมาชื่นชมเธอ บอกรักเธอ ดูแลเอาใจใส่เธอ พูดภาษาดอกไม้กับเธอ เข้าใจเธอ
และเมื่อเธอพบกับชายหนุ่มในฝันคนนั้น ที่เฝ้าบอกรักเธอทุกวันจนเธอเข้าใจว่าเขาคงจะรักเธอจริงๆ แล้ว
หลายต่อหลายคน ก็พร้อมที่จะเป็นของเขาเมื่อบรรยากาศเป็นใจ และเขาร้องขอว่า
" ผมรักคุณ คืนนี้เราเป็นของกันและกันนะ"
ผู้หญิง 8 ใน 10 จึงเป็นของผู้ชายเพราะคำว่า 'รัก' นั่นเอง แต่จะเป็นรักที่มั่นคงถาวรหรือไม่ ใครจะรู้
และในความเป็นจริง น้อยรายที่จะประสบผลสำเร็จในการครองคู่ แต่ส่วนใหญ่มักจะลงท้ายด้วยการแยกจากกันไป...
แบบทางใครทางมัน
ช่างน่าเห็นใจวัยรุ่นสาวๆ ที่ต้องเปลืองตัวและเสียใจ เมื่อพลาดหวังกับความรักครั้งแรกเหลือเกิน
คำถามจึงมีอยู่ว่า ในเมื่อประวัติศาสตร์ทั้งหลายก็เป็นแบบนี้ ทำไมหนอก็ยังคงมีแมงเม่าหลงระเริงบินเข้ากองไฟอยู่เสมอ
จะไปโทษชายหนุ่มคนนั้นหรือ... ทำไมจะไปโทษเขาเล่า ก็ในเมื่อเขาไม่ได้บังคับขืนใจให้เป็นของเขาสักหน่อย
และที่เขาบอกว่ารักน่ะ เขาก็รักจริง เมื่อเกิดความรักขึ้นเขาก็ย่อมอยากที่จะได้ครอบครองเธอทั้งกายและใจ
ตามสัญชาตญาณพื้นฐานของความเป็นคน เขาผิดตรงไหน??
ก็เขารักนี่... และเขาก็บอกว่ารัก
เพียงแต่เขาอาจจะไม่ได้บอกว่าจะรักตลอดไป และจะใช้ชีวิตคู่กับเธออย่างแท้แน่นอน
การศึกษาวิจัยยืนยันออกมาว่า ผู้ชายก่อนอายุ 25 ปี ยังไม่ค่อยมีความคิดที่จะลงหลักปักฐาน
กับใครคนใดคนหนึ่งอย่างจริงแท้และแน่นอน
แต่ไม่ใช่ว่า เขาจะไม่รัก...
ผู้หญิงวัยรุ่นหลายต่อหลายคนยอมเป็นของหนุ่มคนรัก เพราะกลัวเขาจะเลิกรักเธอ และมีความคิดผิดๆ ว่า
ถ้ายอมเป็นของเขาแล้ว เขาน่าจะเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะรับผิดชอบชีวิตของเธอที่มอบให้เขาแล้วทั้งกายและใจ
หรือเขาอาจจะติดอกติดใจกับบทรักที่มีต่อเธอจนถอนตัวไม่ขึ้น ต้องอยู่กับเธอต่อไป
เป็นความคิดที่ผิดอย่างร้ายแรงที่สุดที่น้องๆ วัยรุ่น สาวๆ จะคิดแบบนั้น
ขอตอบแบบผู้ชายที่ผ่านโลกมาครึ่งศตวรรษเลยว่า ไม่มีทางเป็นไปได้
จริงอยู่ตอนนั้นเรารักกัน เราจึงเป็นของกันและกัน แน่นอนเป็นเสียงเรียกร้องของธรรมชาติ ไม่ใช่เรื่องผิดบาปอะไร
แต่เคยคิดไหมว่า ความรักเมื่อเกิดขึ้นได้ ก็ดับได้... ถ้าไม่ใช่รักแท้
รักแท้มีโอกาสเกิดจากรักแรกพบได้น้อยมาก เพราะรักแท้ ต้องการเวลาในการพิสูจน์
รักแท้ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานาไปก่อน ที่จะแน่ใจว่าเป็นรักแท้
ขอให้หารักแท้ให้เจอก่อน... จึงค่อยเป็นของกันและกัน
จะได้ไม่ต้องร้องไห้คนเดียวในวันวาเลนไทน์!
(update 24 กุมภาพันธ์ 2003)
[ ที่มา...
เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 12 ฉบับที่ 558 วันที่ 10 - 16 กพ. 2546 ]
|