พูดถึงความสัมพันธ์บนเตียงในชีวิตแต่งงาน
จะอธิบายด้วยคำว่า "ยอดเยี่ยม" หรือ "ยอดแย่" สามีภรรยากันเท่านั้น ที่ตอบได้
ยิ่งนานวัน สามีภรรยายิ่งชินชา ร่างกาย กันและกัน ความสัมพันธ์ครั้งที่ร้อยอาจไม่ตื่นและเต้นเท่าครั้งแรก
ดร.แซนดร้า สแคนท์ลิ่ง นักบำบัดปัญหาทางเพศในฮาร์ทฟอร์ด คอนเนคติกัต เมืองลุงแซม บอกว่า
" คนเราสามารถเรียกคืนความตื่นเต้นกลับมาได้ง่ายกว่าที่คิด โดยการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนไหวบางอย่าง
หรือเปลี่ยนวิธีคิด ด้วยการมองหาความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ ใน "รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส"
เพียงเท่านี้ก็สามารถคืนความสดชื่นให้ความคุ้นเคยเดิมๆ เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับความสัมพันธ์บนเตียงนานวัน
ได้เป็นอย่างดี "
5 วิธี สร้างความประหลาดใจที่ผู้หญิงควรรู้ หรือคำแนะนำเล็กน้อยเหล่านี้ บางข้ออาจดูเหมือนพิกล
บางข้ออาจดูเหมือนปลีกย่อยเกินไปที่จะใส่ใจ แต่ ดร.แซนดร้า แนะว่า มีประสิทธิภาพพอในการเขย่าความสุขให้ชีวิตแต่งงาน เริ่มที่:-
1. เล่นเล่ห์เพทุบายกับสมอง
วิธีเล่นเล่ห์กับสมองคือ เปลี่ยนวิธีคิด ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมากมาย อย่าคิดถึงอะไรที่ยากๆ
ไม่งั้นก็มัวแต่คิดอยู่นั่นแหละ ไม่เป็นอันทำอะไรสักอย่าง
ที่ ดร.แซนดร้า อยากให้ลองเปลี่ยน คือบางสิ่งบางอย่างที่ธรรมดามากๆ อย่างเช่น
สลับด้านที่นอนบนเตียง ปกติเคยแต่นอนด้านซ้าย ลองเปลี่ยนไปนอนด้านขวา
เท่านี้ก็สร้างความรู้สึกไม่คุ้นเคย จนสมองต้องตื่นตัว ประสาทรับสัมผัสก็พลอยตื่นตัวไปด้วย
ที่น่าจะลองเปลี่ยนอีก :-
- ลองนอนตามแนวขวางของเตียง
- แทนที่จะมีอะไรกันในท่านอนราบ ลองเปลี่ยนเป็นท่านั่ง
- แทนที่จะกุ๊กกิ๊กบนเตียง ลองเปลี่ยนลงไปใช้พื้นห้อง
- หากเคยรักกันด้วยการเปลือยเปล่าทุกครั้ง ลองปล่อยให้กระโปรงยังติดอยู่บนตัวดูบ้าง
- กี่ปีที่แต่งงานกันมา มีอะไรกันตอนกลางคืนตลอด ลองเปลี่ยนมาเริ่มต้นในตอนเช้าตรู่รับแสงอาทิตย์ที่โผล่พ้นขอบฟ้า
ดูสิจะรู้สึกอย่างไร
สร้างความยุ่งเหยิงให้สมองด้วยการเปลี่ยนสิ่งที่เคยทำมาจนเป็นนิสัย แต่ถ้าการเปลี่ยนนั้นสร้างความวิตกกังวล
ก็จะไม่เป็นผล การนำความวิตกกังวลสู่เรื่องบนเตียง เปรียบเหมือนการอาบน้ำเย็นในฤดูหนาว ดังนั้น
อย่าเปลี่ยนจนออกนอกลู่นอกรอยเกินเหตุ
อีกวิธีเล่นเล่ห์กับสมองได้อย่างรวดเร็ว :- วาดภาพเกี่ยวกับร่างกายตัวเองเสียใหม่
ไม่ใช่ให้เสแสร้งว่าหน้าท้องตัวเองแบนเรียบสนิท (ถ้าแบนเรียบอยู่แล้วก็ดีไป) แต่อยากให้ลองนึกถึงอวัยวะสำคัญบางส่วน
ปุ่มกระสัน (Clitoris) ขนาดของอวัยวะส่วนนี้ไม่ใช่แค่ครึ่งนิ้วอย่างที่เห็น จริงๆ แล้วมีแกนต่อจากอวัยวะส่วนนี้แทรกเข้าไปร่างกาย
แยกออกเป็นก้านเรียกว่า ครูร่า (Crura) คร่อมอยู่ระหว่างทางเดินปัสสาวะ ช่องคลอด และกระดูกเชิงกราน ระหว่างร่างกายได้รับการปลุกเร้า
อวัยวะส่วนนี้ทั้งหมด จากส่วนปลายยอดของแกนไปจนถึงปลายครูร่าแต่ละอัน จะมีโลหิตเข้าไปคั่งตัว และบวมขึ้น ระหว่างออแกสซั่ม
อวัยวะส่วนนี้จะเกิดอาการสั่นและหดเกร็ง ขณะมีอะไรกับสามี ลองนึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับอวัยวะส่วนนี้
อาจทำให้คุณสุภาพสตรี รับรู้สึกได้เพิ่มขึ้นกว่าปกติ
อีกเคล็ดลับ :- อุปมาสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกาย เช่น
ถ้าสามีใช้มือตบเบาๆ บนเรือนร่างส่วนต่างๆ ของคุณ ลองนึกว่าการตบนั้นคือ หยดฝนที่หล่นกระทบ
ทหารกำลังสวนสนาม หรือเท้าของแมวที่ย่ำลงมา ถึงการอุปมานั้นจะไม่เกี่ยวกับเซ็กซ์ก็ตามที
การอุปมาเป็นการรวมสมาธิวิธีหนึ่ง จึงช่วยให้ร่างกายตอบสนองมากขึ้น บางทีประโยชน์หลักๆ ของแนวคิดนี้ คือลดความกังวลเกี่ยวกับการออแกสซั่มหรือการมีเซ็กซ์ในขณะนั้น บังคับสมองให้ติดอยู่กับสิ่งเร้า
ไม่ให้จิตใจหลงทางไปไกลจากเตียง จิตใจจึงเปิดรับสัมผัสตลอดเวลา
พลอยให้ร่างกายรับความตื่นตัวเต็มที่ตามไปด้วย
2. ทะลายกำแพงน้ำแข็ง
"กำแพงน้ำแข็ง" หรือกำแพงแห่งความจืดฉืดเย็นชา ทำลายได้ง่ายๆ ด้วยการ สัมผัส กันให้มากขึ้น
สามี-ภรรยามักรู้เรียบร้อยแล้วถึง วิธีสัมผัส กันและกัน
แต่เคยมองให้กว้างๆ ออกไปจากเดิมหรือไม่ ว่าอาจมีวิธีสัมผัสที่น่า "แตะต้อง"
กันและกันอีกมากมายจากการ นวดคลึง ลูบไล้ และเสียดสี
เคล็ดลับของวิธีสร้างความประหลาดใจหนึ่งในห้าประจำสัปดาห์นี้ หรือวิธีทำลายกำแพงน้ำแข็ง
คือ เปลี่ยนวิธีสัมผัส ตามจุดต่างๆ ที่เคยสัมผัส
จุดต่างๆ บนร่างกาย ตรงไหนก็ตามที่คุณเคยสัมผัสด้วยการ ลูบไล้ ไปแล้ว
ลองเปลี่ยนเป็น บีบ-เคล้น หรือจาก บีบ-คลึง ก็ลองเปลี่ยนเป็น ดัน-กระแทก
เรียกว่าทดสอบการตอบสนองของคู่รักโดยการสัมผัสด้วยมือหลายๆ แบบ เปลี่ยนน้ำหนักสัมผัส
หรือเปลี่ยนวิธีสัมผัสนั่นเอง
ขั้นต่อไป ไม่ใช่สัมผัสด้วยมือเพียงอย่างเดียว แทนที่จะใช้มือ ลองเปลี่ยนมาสัมผัสด้วย
ลิ้น ฟัน ริมฝีปาก ลมหายใจ ตามจุดต่างๆ บนร่างกายที่เคยใช้มือสัมผัสไปแล้วดูบ้าง
เช่น จากที่เคยใช้มือลูบไล้ต้นขาคู่รัก ลองเปลี่ยนเป็นไล้ด้วยริมฝีปาก
ขั้นต่อไป ตั้งมั่นในการค้นหาจุดสัมผัสใหม่ๆ เช่น ขณะจูบกัน ถ้าเคยลูบไล้บริเวณซอกคอคู่รักเป็นประจำ
ลองเปลี่ยนไปสัมผัสหัวไหล่เขาดูบ้าง
นอกจากนี้ การเปลี่ยน วิธีการ กับ บริเวณสัมผัส ยังช่วยให้เกิดความรู้สึกใหม่ๆ เช่น
แทนที่จะจูบ ลองใช้นิ้วมือไล้ไปตามริมฝีปากกันและกัน อาจให้เกิดความรู้สึกมากกว่าการจูบก็เป็นได้
บริเวณร่างกายที่มักถูกมองข้าม : ท้องน้อยใต้สะดือและกระดูกสันหลัง ใช้วิธีสัมผัสด้วยการใช้มือลูบไล้หรือคลึงเบาๆ
โดยเฉพาะบริเวณฐานกระดูกสันหลังช่วงเอว ซึ่งเรียกว่า Sacrum แหล่งรวมปลายประสาทรับสัมผัสหนาแน่นจุดหนึ่งของร่างกาย
เร้าให้เกิดอารมณ์และความตื่นตัวทางเพศได้
ใช้นิ้วมือหรือฝ่ามือ ประทับเหนือรองก้น (ตรงบริเวณที่เป็นรอยบุ๋ม) คนไทยมักเรียก "กระเบนเหน็บ"
อย่ากดด้วยน้ำหนักตัวทั้งตัวถ้าคุณไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญการนวด เพียงคลึงเบาๆ หรือกดเบาๆ คนถูกกดจะรู้สึกราวกับว่า
มือของคุณกดลงไปยังบริเวณอวัยวะเพศของเขา หมอนวดมืออาชีพสามารถกดจุดนี้ได้อย่างเห็นผล แต่สำหรับคู่รัก
แค่สัมผัสด้วยการจูบ-เลีย-ดูด ก็เพียงพอ
บริเวณของร่างกายส่วนนี้ เป็นจุดที่สร้างความรู้สึกกันได้ทั้งชายและหญิง
ลองผลัดสร้างความประหลาดใจให้คู่รักด้วยการสัมผัสบริเวณนี้
3. จำแลงลมหายใจ
"กระบวนการหายใจ" เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคู่รัก หลักการสำคัญคือ
ให้หายใจ "เป็นจังหวะเดียวกัน" กับคู่ของคุณ
วิธีปฏิบัติขั้นพื้นฐาน :- ให้นอนในท่า Spoon ผู้ชายนอนอยู่ด้านหลังผู้หญิง
สามารถทำได้ทั้ง "ก่อน-ระหว่าง-หลังอินเตอร์คอร์ส" เมื่อนอนเคียงกันแล้ว บอกให้ฝ่ายชายวางมือของเขารอบตัวคุณ
มือของเขาจะวางอยู่บริเวณทรวงอกหรือบริเวณหน้าท้องคุณก็ได้
เมื่อจัดท่าทางได้เรียบร้อย ฝ่ายหญิงหายใจเข้ายาวๆ ลึกๆ ช้าๆ ฝ่ายชายทำตามฝ่ายหญิง
ดร.สแคนท์ลิ่งบอกว่า การหายใจที่สัมพันธ์กันในลักษณะนี้ ถ้าทำได้ในจังหวะเดียวกันจริงๆ ขณะร่วมรัก คุณจะรู้สึกได้ถึงความสั่นสะท้านอันละเอียดอ่อนของอีกฝ่ายในยามที่เขาหรือเธอถึงจุดสุขสุดยอด
กระบวนการหายใจอีกรูปแบบ มีความซับซ้อนมากกว่าเล็กน้อย
วิธีปฏิบัติขั้นซับซ้อน :-
คุณสองคนนั่งบนเตียง ขัดสมาธิ หันหน้าเข้าหากัน จากนั้นจัดท่าให้อยู่ตามนี้
1. มือขวาฝ่ายชายวางไว้เหนือหัวใจฝ่ายหญิง (แตะอกซ้ายฝ่ายหญิง)
2. มือขวาฝ่ายหญิงวางไว้เหนือหัวใจฝ่ายชาย
3. มือซ้ายฝ่ายหญิงวางเหนือมือขวาฝ่ายชาย
4. มือซ้ายฝ่ายชายวางเหนือมือขวาฝ่ายหญิง
จากนั้นเริ่มต้นกระบวนการฝึกหายใจตามนี้ หายใจเข้าและออกให้เป็นจังหวะเดียวกัน
สบสายตากันไว้ตลอดเวลา มีสมาธิอยู่กับจังหวะการหายใจและการสบสายตา
ปล่อยให้กระแสความรักวิ่งผ่านจากดวงตาสู่มือ แล้วส่งผ่านต่อไปยังหัวใจ
ถ้าทำได้นานและจริงจังพอ จะรู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้น รู้สึกในสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามรู้สึก รู้สึกถึงความอีโรติกที่เพิ่มขึ้น
เมื่อใดที่เกินระดับยับยั้ง คงไม่ต้องบอก ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
การฝึกหายใจลักษณะนี้ ทำได้ค่อนข้างยาก ถ้าไม่มีสมาธิจริง มีหวังขำกลิ้งเสียพิธีไปก่อน
รวมทั้งการนั่งหันหน้าเข้าหากัน หายใจพร้อมกัน จ้องมองตากันในความเงียบ ก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทน
ถ้าการฝึกหายใจร่วมกัน ยังรู้สึกเป็นเรื่องที่ยากเกินไป ลองฝึกหายใจตามลำพัง
วิธีปฏิบัติ :- ทดลองกำหนดลมหายใจระหว่างออแกสซั่ม
ลองดูว่าสามารถทำตามนี้ได้หรือไม่
1. ขณะจวนถึงจุดสุขสุดยอด หายใจเข้าลึกๆ ผ่อนออกอย่างช้าๆ ทำให้ออแกสซั่มดูเหมือนยืดออกไปอีกสองสามวินาที
เสียงครวญครางช่วยสนับสนุนจุดประสงค์เดียวกัน
2. เมื่อจวนถึงจุดสุขสุดยอด หายใจเข้าลึกๆ ราวกับว่าคุณจะเก็บลมหายใจเข้าไปไว้ในอุ้งเชิงกราน
เมื่อถึงจุดสุขสุดยอดก็ระบายลมหายใจทั้งหมดออกมา จะตะโกนหรือหวีดร้องด้วยก็ได้ ปล่อยให้ร่างกายแสดงออกเต็มที่
อย่าให้ข้างบ้านหรือข้างห้องตกใจก็แล้วกัน
4. ทำมุมองศาใหม่
หลังแต่งงานแล้ว คลังเก็บจินตนาการเรื่องรักใคร่ของใครหลายคน แทนที่ยิ่งนานวัน ยิ่งเพิ่มพูนใช้ไม่มีหมด
บางทีกลับถูกปัดออกจากชีวิต ไปตามปีที่เห็นแก่ความสบายเป็นใหญ่ โดยเฉพาะในเรื่องท่าร่วมรักพื้นฐานที่ฝรั่งเรียกกันว่า
ท่ามิสชันนารี (ชายเป็นฝ่ายอยู่ด้านบน)
แต่ก็สามารถปรับปรุงขึ้นมาใหม่ได้อย่างแนบเนียน
เริ่มด้วยการปรับปรับเปลี่ยน ทัศนคติ ไม่ถึงกับเปลี่ยนมาก เพียงแต่ต้องรู้จักกล้าเปลี่ยน
ปรึกษาสามีก่อนก็ได้ ว่าจะทำดีหรือไม่ดี
ปรุงรสอินเตอร์คอร์ส :- แทนที่จะให้สามีทิ้งน้ำหนักตัวลงเหนือร่างกายคุณ
ขณะที่คุณนอนราบ ลองขอให้สามีคุกเข่า ยกลำตัวขึ้น ขณะที่ตัวคุณเองนอนยกขาขึ้นจากพื้น งอเข่า พับขาเข้าหาลำตัว
ให้บริเวณขาอ่อนเข้ามาชิดหน้าอก ให้สามีช่วยจับเท้าคุณ เป็นการช่วยพยุงน้ำหนัก ท่านี้ ฝ่ายหญิงจะสามารถเคลื่อนไหว
โดยปราศจากน้ำหนักตัวสามีกดลงมาบนตัว (ข้อได้เปรียบ : การที่เท้าของคุณถูกยึดไว้ระหว่างอินเตอร์คอร์ส ค่อนข้างเร้าความรู้สึกไปอีกแบบ)
เทคนิคหมอนหนุน :- ถ้าหมอนที่ใช้นิ่มเกินไป อย่าวางไว้ใต้สะโพก
จะทำให้ตัวคุณจมยิ่งไปกว่าเดิม ให้วางหมอนไว้ใต้กระเบนเหน็บ จะช่วยยกบริเวณเชิงกรานขึ้นและเปลี่ยนมุมของ
การเข้ามา ของฝ่ายชาย ทดสอบกับหมอนหลายๆ ขนาดและความหนา หมอนนุ่มๆ เหมาะสำหรับนอนมากกว่าใช้ในการร่วมรัก
นั่งในเก้าอี้ :- ในการปรับปรุงท่า ผู้หญิงอยู่ด้านบน ขอให้สามีนั่งในเก้าอี้
ภรรยานั่งลงบนตักสามี แผ่นหลังพิงหน้าอกสามีก็ได้ ถ้าเป็นเก้าอี้มีที่วางแขน ภรรยาพักขาไว้บนนั้นก็จะเป็นการช่วยพยุงน้ำหนักตัวคุณเอง
ทั้งสองวิธีนี้ มือไม้สามีเป็นอิสระที่จะทำอย่างอื่นได้อีก
เพิ่มชีวิตชีวาตรงขอบเตียง :- ขอให้สามียืนขึ้น
ขณะที่คุณนอนราบบนเตียงให้สะโพกพาดอยู่ที่ขอบเตียง พักข้อเท้าคุณไว้ที่หัวไหล่เขา
ใช้หมอนในคอลเลคชั่นของคุณปรับระดับความสูง (เตียงอาจจะต่ำไป เขาอาจจะเตี้ยเกินไป)
หรือวางเท้าของคุณไว้บนพื้น
การเปลี่ยนองศาง่ายๆ ที่ว่ามา เพิ่มความตื่นเต้นและเร้าใจให้ฝ่ายชายมากเป็นพิเศษ
รวมทั้งคุณด้วยเช่นกัน
5.ไขวาจาระรื่นหู
วิธีสร้างความประหลาดใจวิธีที่ห้า เคล็ดลับอยู่ที่ "ปาก"
จะคิดมากคิดเลยเถิดไปถึงไหนต่อไหนก็ได้ แต่ตำรานี้เขาเพียงแต่อยากจะแนะนำคุณสุภาพสตรีว่า
ควรรู้จัก "พูด" บ้างขณะที่ร่วมรัก
ไม่ใช่พูดอะไรก็ได้ หรือพูดมากเข้าไว้ หรือออกคำสั่งเป็นชุดราวตำรวจหญิง
แต่พูดในสิ่งที่จะสร้างความตื่นเต้นให้ผู้ชายได้มากที่สุด
นั่นก็คือพูดด้วย "ความอ่อนหวาน" และ "ชัดเจน" ไม่คลุมเครือ
ผู้หญิงสามารถเรียนรู้ที่จะเป็นฝ่ายควบคุม "จังหวะรุก-ถอย" ของฝ่ายชายให้น่าพึงใจสำหรับตนเองได้
ฝ่ายชายนั่นหรือ ก็พร้อมที่จะเป็นนักดัดแปลงตัวยงอยู่แล้ว ถ้าเพียงแต่ฝ่ายหญิงสามารถหาวิธี "พูดจา"
ให้ผู้ชายเข้าใจคำว่า "ช้าลง" นั้นทำอย่างไร
เมื่อใดที่ผู้ชาย "ช้าลง" พวกเขาก็จะให้เวลากับการเล้าโลมมากขึ้น ช่วงนี้แหละที่ผู้หญิงควรใช้ปากให้ได้เรื่องได้ราว
"บอกให้เขารู้ถึงความต้องการของคุณ ด้วยถ้อยคำรื่นหู เช่น 'ทำแบบนั้นอีกหน่อยเถอะค่ะที่รัก'
แบบนี้จะทำให้ผู้ชายมั่นใจในตัวเองมากขึ้นอีกด้วย"
แต่การพูดเพียงอย่างเดียว ก็อาจไม่ได้ผลเต็มที่ ฝ่ายหญิงอาจต้องทำให้ดูเป็นตัวอย่าง
โดยเฉพาะในคู่สมรสที่มีอายุมากขึ้น
สิ่งช่วยเร้าอารมณ์ทางเพศของผู้ชายจะเปลี่ยนไป เมื่อผู้ชายเริ่มมีอายุเข้าปีที่ 40
สิ่งกระตุ้นจากการมองเห็น ซึ่งเคยรับประกันว่าได้ผลสำหรับผู้ชาย เช่น ภาพเปลือยในท่าทางยั่วยวน
แทบจะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป
" เราทุกคนเป็นสัตว์ และที่อายุสี่สิบ มนุษย์เพศชายไม่จำเป็นต้องผลิตเทสโตสเตอโรนมากอีกต่อไป
พวกเขาจะเข้าสู่ช่วงการหยุดเพิ่มลักษณะความเป็นเพศชาย -เหมือนการหมดประจำเดือนในเพศหญิง-
แต่ในช่วงสิบปีก่อนหน้านี้ เพราะผู้ชายไม่เคยคิดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ ดังนั้น เมื่อวันนี้มาถึง
พวกเขาจะตื่นตระหนกเมื่อภาพยั่วยวนที่เคยเห็น ไม่ทำงาน การตื่นตระหนกสามารถเป็นสาเหตุของอาการไร้สมรรถภาพทางเพศ"
เมื่อเลยวัย 40 ผู้ชายจะถูกกระตุ้นด้วย "ความโรแมนติก" และ "ความเข้าใจ"
ความสบายใจและการพูดกันได้ทุกเรื่องกับคู่ชีวิต คือสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดการกระตุ้นทางอารมณ์
ใช่เลย หลังอายุ 40 ผู้ชายจะกลายเป็นผู้หญิง ต้องการทั้งความโรแมนติกและความเข้าอกเข้าใจ
" ถ้าคิดว่าพร้อม ทดลองพูดสามประโยคนี้กับเขาคืนนี้
1. คุณคือผู้ชายหล่อที่สุดเท่าที่ฉันเคยพบมา
2. คุณคือความสุขของชีวิตฉันจริงๆ ค่ะ
3. ฉันไม่เคยนึกเบื่อที่จะร่วมรักกับคุณ "
จากนั้น...เตรียมตัวก้าวเข้าสู่ความสุขครั้งใหญ่กว่าที่คุณเคยมีในปีที่ผ่านมา
(update 14 มกราคม 2003)
[ ที่มา...
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันอาทิตย์ที่ 31 มี.ค.-อาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2545 ]
|