เพศศึกษา


"เพศ" นับเป็นมิติหนึ่งของมนุษย์ชาติและเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมวลมนุษย์มาช้านาน นับตั้งแต่มนุษย์คนแรกจุติมาเกิดในโลกใบนี้แล้ว ธรรมชาติได้สร้างให้มวลสรรพสัตว์น้อยใหญ่เกิดมาเป็นเพศผู้และเพศเมีย ทั้งสองเพศก็อยู่ภายใต้การเปลี่ยนแปลงทางสรีระของร่างกายภายใต้การควบคุมของฮอร์โมนเพศชายและฮอร์โมนเพศหญิง และเกิดความต้องการทางธรรมชาติในอันที่จะจรรโลงเผ่าพันธุ์ทั้งหลายต่อไป

สุขอนามัยทางเพศ หรือ sexual health นั้น นับเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพ ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้ตั้งความหวังไว้ว่า จะพยายามให้ทุกคนที่อยู่ในโลกใบนี้มีสุขภาพดีโดยถ้วนหน้า

เวลาที่พูดถึงเรื่องเพศนั้น ผู้ที่ฟังส่วนใหญ่มักจะนึกไปถึงการมีเพศสัมพันธ์ ทั้งที่การมีเพศสัมพันธ์นั้นเป็นเพียงเสี้ยวส่วนหนึ่งของเรื่องเพศเท่านั้น การเรียนรู้เรื่องเพศอย่างถูกต้องจะทำให้เราเข้าใจว่า
  • เรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในวัยต่างๆ ตั้งแต่วัยเด็ก วัยเจริญพันธ์ วัยสูงอายุ ฯลฯ
  • กามารมณ์เป็นความต้องการพื้นฐานของมวลสรรพสัตว์ แต่กามารมณ์ในคนเรานั้นสามารถที่จะควบคุมให้มีการเสนอ และสนองที่ถูกต้องตามครรลอง ประเพณี และวัฒนธรรมที่เหมาะสม รวมทั้งสามารถควบคุมในการแสดงออกของพฤติกรรมทางเพศได้
  • ความรู้เกี่ยวกับเพศศึกษานั้น เป็นความรู้ที่ครอบคลุมถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของร่างกาย และระบบการเจริญพันธุ์ทั้งชายและหญิงที่สัมพันธ์กับระดับฮอร์โมนเพศในร่างกาย อารมณ์เพศ ความรัก และกามารมณ์ของชายหญิง การครองชีวิตคู่ การวางแผนครอบครัว การคุมกำเนิด การตั้งครรภ์และการมีบุตร การดูแลสุขอนามัยของอวัยวะเพศและส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้เหมาะสมกับวัย
  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นั้น เป็นโรคที่ควบคุมได้ ถ้ามีความเข้าใจในการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย หรือ safe sex และยึดถือปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าว
  • แม้ว่าเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยที่สุดก็คือ การไม่มีเพศสัมพันธ์แต่การมีเพศสัมพันธ์นั้นมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จึงควรจะมีเพศสัมพันธ์ด้วยความรับผิดชอบ
  • เมื่อเกิดความต้องการทางเพศแล้ว การตอบสนองต่ออารมณ์และสิ่งเร้าทางเพศนั้นไม่จำเป็นจะต้องมีเพศสัมพันธ์เสมอไป การอดทน อดกลั้น หรือหาทางเบี่ยงเบนไปสนใจเรื่องอื่นเมื่อยังไม่สมควรจะมีเพศสัมพันธ์ เป็นทางออกที่บุคคลผู้มีการศึกษาสมควรจะกระทำ
  • สิทธิทางเพศ เป็นสิทธิของความเท่าเทียมเสมอภาคกันทั้งชายและหญิง ซึ่งมีสิทธิในการดูแลตนเอง รวมทั้งตอบสนองต่อความต้องการทางเพศไปในทางที่ถูกที่ควรที่เป็นมาตรฐานการดำเนินชีวิต
  • ความเข้าใจผิดและความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องเพศนั้นเกิดขึ้นเพราะเรามองว่าเรื่องเพศนั้นเป็นเรื่องน่าอาย ต้องปกปิดข่าวลือต่างๆ จึงออกมามาก การได้ความรู้เรื่องเพศที่ถูกต้องจะแก้ไขความกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องเพศไปได้
เพศศึกษา…เริ่มต้นที่บ้าน
พ่อแม่เป็นครูคนแรกของลูก ในยุคโลกาภิวัฒน์ที่ข่าวสารต่างๆ เดินทางรวดเร็วไปทั่วโลกแบบนี้ เราคงจะปิดกั้นเรื่องเพศกับลูกๆ ไม่ได้อีกแล้ว การให้ความรู้ทางด้านเพศศึกษาที่ถูกต้องแก่บุตรหลาน จะเป็นการปิดกั้นโอกาสที่ลูกของเราจะเกิดการเบี่ยงเบนทางเพศหรือมีพฤติกรรมทางเพศเสี่ยงๆ ที่มีโอกาสติดโรคร้ายแรงทางเพศสัมพันธ์

สามีภรรยาจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศในรูปแบบต่างๆ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดจากความไม่สมดุลในความต้องการทางเพศ รวมทั้งแสวงหาการตอบสนองทางเพศที่เป็นที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่ายในอันที่จะทำให้มีความสุขสมานฉันท์ และสามัคคีกลมเกลียวในครอบครัว

คนในสังคมต้องมีความรู้เรื่องเพศที่ถูกต้องเพื่อที่จะสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข และสามารถชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศให้คนรอบข้าง เพื่อที่เราจะได้ดำรงตนอยู่ในสังคมอย่างเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน

มาเรียนรู้เรื่องเพศ เพื่อที่จะได้มีสุขอนามัยทางเพศที่ดีกันเถิด
เริ่มจากที่บ้าน เพศศึกษาที่ดีที่สุดพ่อแม่จะให้ลูกได้ก็คือ "ความรัก" ให้ลูกๆ ได้เห็นความรักที่พ่อมีต่อแม่ ความรักของแม่ที่มีต่อพ่อ ความรักความผูกพันที่พ่อและแม่มีต่อกัน ให้ลูกๆ เติบโตขึ้นมาภายใต้ความรัก ความอบอุ่น ความผูกพัน ของผู้ชายที่เป็นพ่อและผู้หญิงที่เป็นแม่ เพื่อที่ลูกๆ จะได้รับทราบและรับรู้ว่า ความรักที่ดีงาม ความรักที่ปลอดภัย เป็นอย่างไร

การสอนที่ดีที่สุดก็คือ การกระทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่การสอนสั่งหรือการดุด่า
จำไว้เสมอว่า เพศศึกษา มิใช่เพศสัมพันธ์

เพศศึกษา เป็นการศึกษาและการให้ความรู้เกี่ยวกับ "ความเป็นเพศ" เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับมนุษย์ผู้ชายและมนุษย์ผู้หญิงที่เกิดมาแตกต่างกันทั้งในความคิด การกระทำ รวมทั้งพฤติกรรมของการมีความสัมพันธ์ระหว่างเพศ
เพศศึกษาจึงเป็นเรื่องราวของทุกคนในสังคมที่จะต้องรับรู้ รับทราบและศึกษาหาความรู้อย่างแท้จริง เพื่อประโยชน์ของทุกคนไม่ใช่เฉพาะคนใดคนหนึ่ง
แน่นอน…เพศศึกษาไม่ใช่เพศสัมพันธ์ เพราะฉะนั้นจึงต้องศึกษาหาความรู้
ใครไม่รู้บอกว่า เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องของธรรมชาติ ไม่จำเป็นจะต้องสอน..

ที่พูดแบบนั้นก็เพราะสมองของพวกเขามีแต่คำว่า "เพศสัมพันธ์" ไม่มีความคิดเรื่องอื่นอยู่เลย เป็นแค่ความคิดในระดับต่ำที่คิดถึงแต่การเจริญพันธุ์แต่อย่างเดียว โดยไม่ได้คิดถึงเรื่องของความรัก ชีวิตคู่ และสัมพันธภาพระหว่างคน เป็นความคิดตื้นๆ แม้จะเรียบง่ายแต่ก็ไม่รอบคอบ เพราะถ้าสมองมีแต่คำว่า "เพศสัมพันธ์" แล้ว ชีวิตก็คงจะวนเวียนอยู่แต่เรื่องนั้น

ในขณะที่ความรักและการครองคู่นั้น ในบางขณะกามารมณ์จะเป็นส่วนหนึ่งของความรัก เป็นสีสันของความรักที่จับต้องได้ และเป็นสัมผัสรักที่บอกต่อกันโดยไม่ต้องอาศัยคำพูด แต่ในบางขณะก็ไม่ได้มีความจำเป็นเช่นนั้น ..ความรัก ความเข้าใจ ความผูกพันระหว่างกันต่างหากที่มีความจำเป็นมากกว่า

การเรียนรู้ความคิดของผู้ชายและผู้หญิงที่แตกต่างกัน การเรียนรู้ที่จะปรับความคิดที่แตกต่างกันนั้นเข้าหากัน เพื่อที่จะได้ปรองดองสมานฉันท์ การเรียนรู้ที่จะปรับปรุงสัมพันธภาพระหว่างกันให้ราบรื่น โดยมีจุดมุ่งหวังให้คนใกล้ชิดได้มีความสุขต่างหากจึงเป็น…เพศศึกษา

แม้กระทั่งตำรากามสูตรของอินเดียที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์ ก็เป็นเพียงบทเดียวในตำราดังกล่าวเท่านั้น บทอื่นๆ กล่าวถึงหญิงชาย ความสมานฉันท์ การปรองดอง การใช้ชีวิตคู่ การปรับตัวเข้าหากันในชีวิตคู่ เพื่อที่จะได้ครองคู่กันอย่างยาวนานและราบรื่น ซึ่งเป็นหัวใจของตำรากามสูตร

ตำรากามสูตร จึงเป็นตำราเพศศึกษาของคนโบราณที่มีมาจนยุคนี้ และไม่ได้เป็นตำราการร่วมรัก หรือการมีเพศสัมพันธ์อย่างที่คนทั้งหลายเข้าใจ
เพศศึกษาจึงเป็นการศึกษาและการเรียนรู้…เพื่อทุกคน ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง
แล้วคุณจะไม่ลองศึกษาดูบ้างหรือ อย่างน้อยก็เป็นความรู้ที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตไม่มากก็น้อย
สมกับคำว่า..เพศศึกษาเพื่อทุกคน จะได้เข้าใจกัน และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข


(update 24 กันยายน 2000)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 6 กรกฎาคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600