กลิ่น...เรียกรัก


เมื่อผู้หญิงเกิดความรักขึ้นในดวงใจของเธอแล้ว ย่อมเป็นที่แน่นอนว่า ความรู้สึกที่อยากจะได้ครอบครองชายคนรักไว้แนบข้างจะต้องเกิดขึ้นในใจ

เหมือนเคยฟังเพลง Woman in love แล้วได้อรรถรสและซาบซึ้งกับเนื้อหาของเพลงที่บรรเลง ถึงความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่งต่อชายคนรักของเธอ ใครอยากรู้ลองหามาฟังดูก็จะรู้ดี
แต่ถ้าอยากให้คนรักซาบซึ้งด้วยแล้ว ให้หาซื้อเพลง... เพราะเธอรักฉัน เพลงไพเราะ ที่ร้องโดย ซิลีน ดิออน นักร้องชื่อดังมาให้ชายในดวงใจของคุณฟังดู เพลงนี้ผู้ชายส่วนใหญ่ฟังแล้วซาบซึ้งกันแทบทุกคน ในความรักของผู้หญิงของเขา

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น เป็น 'อารมณ์รักใคร่' จริงไหม... คนเรานั้น ในบางขณะอารมณ์ก็ขึ้นมาอยู่เหนือเหตุผลเหมือนกัน เพราะ " หากจะรักแล้ว รักใครก็จงรักเถิด ความรักบรรเจิด พริ้งเพริดแสนหวาน" ย่อมเป็นที่แน่นอน คนที่มีความรักอยูในใจหน้าตาจะสดใส อิ่มเอิบ มีความสุข มีดอกกุหลาบในดวงใจเช่นเดียวกับดอกกุหลาบ ที่พระนางคลีโอพัตราใช้ทำให้แม่ทัพใหม่ มาร์ค แอนโทนี ลุ่มหลงยังไงเล่า กล่าวกันว่ากลิ่นกุหลาบนั้น เพิ่มอารมณ์โรแมนติคให้เกิดขึ้นกับคนที่มีความรักอยู่ ได้อย่างทันอกทันใจทีเดียว และเมื่อเกิดอารมณ์โรแมนติคขึ้นแล้ว อารมณ์เพศก็จะตามมา ทำให้คนทั้งสองหลอมร่างกายและดวงใจเข้าหากัน เป็นดวงเดียว ด้วยเสน่ห์แห่งกลิ่นกุหลาบ...

นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของกลิ่นที่เพิ่มอารมณ์รักใคร่ เหมือนกับดอกกุหลาบแดง ที่แทนความรัก


  กลิ่น...แรงดึงดูดเพศตรงข้าม

ฟีโรโมน ได้รับการเอ่ยขานกันมานานนมกาเลแล้วว่า เป็นกลิ่นเรียกคู่ เมื่อเพศตรงข้ามได้กลิ่นนี้แล้ว จะเกิดอารมณ์และความต้องการตามธรรมชาติที่จะเกิดการปฏิพัทธ์ และนำไปสู่การเจริญเผ่าพันธุ์ เป็นการป้องกันการสูญเสียเผ่าพันธุ์ที่ธรรมชาติเป็นผู้บงการให้เกิดขึ้น

เป็นที่แน่นอนว่า ในสัตว์บกทั้งหลายนั้น จะมีการสร้างฟีโรโมนขึ้นมาเสมอ โดยเฉพาะเพศเมียในระยะเวลาใกล้จะตกไข่ เพื่อให้กลิ่นนั้นไปชักจูงให้เพศผู้ชายทำการผสม ขณะเดียวกันฟีโรโมนจากสัตว์เพศผู้ก็จะกระตุ้นให้เพศตรงข้ามมีความพร้อมที่จะตกไข่และผสมเช่นกัน แต่อย่าไปลองดมนะ เพราะฟีโรโมน หรือกลิ่นเรียกคู่นี้ ถ้าคนดมเข้าไปแล้ว แทนที่จะเกิดอารมณ์รักใคร่ อาจจะคลื่นเหียนวิงเวียนจนอาเจียนหรือนอนไม่หลับไปหลายคืนก็ได้... เพราะกลิ่นขับเอียนๆ ฉุนๆ ไม่ใช่กลิ่นหอมเหมือนที่คิดเอาไว้

ในคนนั้นต่อมที่จะสร้างฟีโรโมนนั้น จะเริ่มทำการเมื่อเริ่มเข้าวัยรุ่น ผมไม่กล้าตอบว่านั่นตรงกับกลิ่นสาบสาวหรือไม่ เพราะยังค้นคว้าไม่พบต้นตอเรื่องกลิ่นสาบสาว แต่ที่แน่นอนก็คือ ฟีโรโมนนี้ จะสร้างที่ต่อมบริเวณใต้รักแร้ และบริเวณอวัยวะเพศ ขณะเดียวกัน ขนที่ปกคลุมบริเวณดังกล่าวนั้น ก็ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้กลิ่นระเหยออกไปสู่ภายนอก เก็บไว้ให้คนๆนั้นชื่นชมและดมกลิ่นแต่เพียงผู้เดียว อาจจะเป็นเหตุผลนี้กระมังที่ทำให้สาวๆ แดนมังกรทั้งหลายนิยมไว้ขนใต้รักแร้กัน

กลิ่นฟีโรโมนนี้... จะไม่มีผลต่อเจ้าของ แต่จะมีผลต่อผู้ที่ได้สูดดมกลิ่นนั้น นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันชื่อ วินนิเฟรด คัทเลอร์ ได้ทำการศึกษาผลของกลิ่นฟีโรโมนต่อการมีเซ็กซ์ เมื่อเทียบกับกลิ่นหลอก ปรากฏผลการศึกษาวิจัยพบว่า

ในระยะ 3 สัปดาห์แรกนั้น ผู้ที่ได้กลิ่นฟีโรโมนจะมีกิจกรรมทางเพศถึง 36 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับผู้ที่ได้รับกลิ่นหลอก ซึ่งมีเพียง 11 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่มีเซ็กซ์กับคู่รัก
และตั้งแต่สัปดาห์ที่ 4 -14 ของการวิจัยนั้น พบว่า ผู้ที่ได้กลิ่นฟีโรโมน มีเซ็กซ์เพิ่มขึ้นเป็น 73 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ผู้ได้กลิ่นหลอก มีเซ็กซ์เพียง 11 เปอร์เซ็นต์เท่าเดิม
ที่สำคัญก็คือ ผู้หญิงจะต้องได้กลิ่นฟีโรโมนของชาย และชายจะต้องได้กลิ่นฟีโรโมนของผู้หญิงจึงจะเกิดปฏิกิริยา และมีอารมณ์รักใคร่เกิดขึ้น
แต่ในระหว่างที่เขากำลังศึกษาวิจัยต่อเนื่องถึงผลกระทบของฟีโรโมนต่ออารมณ์รักใคร่กันอย่างขมักเขม้น และยังหาซื้อหามาใช้ไม่ได้ในขณะนี้

ลองหัดดมกลิ่นรักแร้ หรือบริเวณเนินหญ้าในบริเวณที่หลบซ่อนลึกลับอยู่ไปพลางๆ ก่อน ก็น่าจะพอแก้ขัดไปได้
ขอแต่เพียงอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวจะจามกลิ่นไม่สะอาดหมดอารมณ์ไปเสียก่อน

  กลิ่น...ไม่เพิ่มอารมณ์รักใคร่มานานแล้ว
เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส นับว่าเป็นสิ่งเร้าหรือสิ่งกระตุ้น ที่เมื่อระบบประสาทรับความรู้สึก อันได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวหนังได้รับแล้ว จะต้องเกิดแรงตอบสนองขึ้นมาต่อสิ่งเร้าภายนอกนั้น และแน่นอนว่า กลิ่น เป็นสิ่งเร้าที่กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกได้ดีที่สุดในกระบวนการสิ่งเร้าทั้งหลาย

เทพธิดา อะโฟรไดรท์ เป็นเทพธิดาแห่งท้องทะเลและเทพธิดาแห่งความรักใคร่ ในตำนานของชายกรีก ท่านเป็นมารดาของเทพอีรอส ซึ่งเทียบได้กับเทพบุตรรัก หรือ 'คิวปิด' ที่คนไทยเรารู้จักกันในนามของ "กามเทพ" ที่ชอบแผลงศรปักอกปักใจทั้งหนุ่มและสาว

ความจริงแล้ว เทพธิดาอะโฟรไดรท์นั้น ก็เทียบได้กับเทพวีนัสนั่นเอง เมื่อท่านเป็นเทพธิดาแห่งความรักแล้ว ของอะไรที่จะช่วยเพิ่มความรักใคร่ หรือทำให้เกิดอารมณ์รักใคร่ เลยเรียกกันว่า APHRODISIACS ซึ่งมาจากรากศัพท์ APHRODITE นั่นเอง เทพอะโฟรไดร้ท์นั้น พกพากลิ่นเสน่ห์ไว้ในถุงที่เธอพกพาไปทุกแห่งหน กล่าวกันว่ากลิ่นเสน่ห์ดังกล่าวนั้น ประกอบด้วย น้ำมันหอมที่กลิ่นจากกลีบกุหลาบนั่นเอง กุหลาบนับเป็นมนต์เสน่ห์ที่ใช้กันมากในยุคกรีกโบราณ เชื่อไหมครับว่า ในยุคนั้น ถ้าคุณถูกเชิญไปในงานสังสรรค์ แล้วเวลาเดินเข้างาน คุณจะเดินเข้าไปท่ามกลางกลีบกุหลาบที่โปรยปรายลงมาจากหลังคาห้อง และเรื่องราวเหล่านี้ก็ได้ถูกถ่ายทอดมาจนยุคโรมัน ซึ่งนอกจากจะมีกลีบกุหลาบโปรยปรายลงมาแล้ว ยังมีการประดับประดากุหลาบทั่วผนังห้อง เรียกว่าเดินเข้าไปในห้องก็ได้แต่กลิ่นกุหลาบเลยทีเดียว และยังไม่พอครับ เมื่อรับประทานอาหารอิ่มแล้ว แขกยังจะได้รับประทานขนมพุดดิ้งที่มีกลีบกุหลาบเป็นส่วนผสมด้วย และในตอนท้ายยังได้ดื่มน้ำที่กลั่นมาจากกลีบกุหลาบเจือจางเพื่อเป็นการช่วยย่อยอาหาร

กลิ่นกุหลาบ และความหอมจากกลีบกุหลาบในอาหารและเครื่องดื่มนี้ ไม่ทราบว่าทำให้ชาวโรมันทั้งหลาย ลุ่มหลงอยู่ในอารมณ์รักใคร่จนเทพพิโรธ และให้ภูเขาไฟ วิซุเวียสพ่นลาวามาทับถมนครปอมเปอีหรือเปล่า ก็ไม่รู้ แน่นอนว่า ต่อมาตามประวัติผู้ที่ใช้กลิ่นเสน่ห์ของกุหลาบคงจะหนีไม่พ้นพระนางคลีโอพัตรา ผู้มีชื่อเสียงแห่งอียิปต์โบราณ และเมื่อชนชาติยิวได้หนีจากการปกครองของอียิปต์ไปตั้งถินฐานในดินแดนที่พระเจ้าประทานให้แล้ว พระนางชีมาก็ได้ทรงใช้กลิ่นเสน่ห์ของเครื่องหอมต่างๆ เพื่อทำให้กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของชาวยิว คือพระเจ้าโซโลมอน ลุ่มหลงในพระนางด้วย

กลิ่นต่างๆ ของดอกไม้นานาพันธุ์และสมุนไพรนานาชนิด จึงได้รับการกลั่นออกมาเป็น น้ำมันหอมระเหย หรือ ESSENTIAL OIL และชาวกรีกเป็นผู้มีสุนทรีย์และความสามารถในการใช้น้ำมันหอมระเหย ดังกล่าวในการรักษาโรค และทำให้เกิดอารมณ์รักใคร่ด้วย นับเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของการใช้กลิ่นเพิ่มรสรัก

  กลิ่น...เพิ่มรสรัก
ความจริงแล้ว เรื่องของความรักใคร่เป็นเรื่องของธรรมชาติควรจะมี เพียงแต่ตามความเรียกร้องของธรรมชาติ ไม่น่าจะมีการปรุงแต่ง การหาทางปรุงแต่งรสรักนั้น คนหัวโบราณทั้งหลายอาจจะไม่ค่อยชอบใจ ว่าทำไมมัวมาแต่หมกมุ่นในเรื่องนี้

แต่ถ้ามาศึกษาให้ถ่องแท้แล้วจะพบว่า เรื่องการใช้กลิ่นเพิ่มรสรักนี้ มีมาตั้งแต่ยุคโบราณแล้ว แสดงว่าคนโบราณเขาเห็นถึงความจำเป็นในเรื่องนี้ เพราะแม้ว่า กามารมณ์จะเป็นพื้นฐานของชีวิตคู่ แต่กามารมณ์ก็เป็นสีสันของความรักด้วย
เพราะฉะนั้น กลิ่นเพิ่มรสรัก จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีคู่ครองเป็นตัวเป็นตนแล้วเท่านั้น...

(update 8 กุมภาพันธ์ 2003)
[ ที่มา... เนชั่นสุดสัปดาห์   ปีที่ 12 ฉบับที่ 557 วันที่ 3 - 9 กพ. 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600