ชั้นเชิงชาย


" สงสัยจริงๆ นะครับว่า ถ้าเกิดโอกาสเปิดให้และมีสาวแสนสวย เสนอที่จะมีสัมพันธ์สวาทกับเรา แล้วเราตอบปฏิเสธไป ...เราจะเป็นไอ้โง่ไหมครับ"

" เขาว่า ถ้าฝ่ายหญิงเปิดทางสะดวกให้แล้ว เราไม่ยอมผ่านไปใช้ทางสวรรค์ของเธอนี่ เราจะเสียเชิงชายไปไหมครับ"

" ผมมีโอกาสสร้างสัมพันธ์ไมตรีกับเพื่อนร่วมงานสาวสวยคนหนึ่ง คบกันอย่างถูกคอถูกอัธยาศัยกันมาก ไม่แน่ใจว่าความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้น่าจะดำรงต่อไปดีไหม เพราะเพื่อนๆ ก็มักจะมาค่อนแคะว่า ควงมาตั้งนานแล้ว ทำไมไม่...ฟันสักที ผมชักไม่แน่ใจว่า ผู้ชายนี่ ถ้าคบกับผู้หญิง แล้วต้องฟันด้วยหรือครับ ถึงจะเป็นลูกผู้ชาย ผมว่าที่ผมทำนี่ ท่าจะเป็นสิ่งที่สุภาพบุรุษควรกระทำแก่สาวคนที่เขารักนะครับ"

" สำหรับผมน่ะเหรอ ถ้ามาควงกับผมยอมไปไหนกับผมแล้ว ไม่ยอมเป็นของผมละก็ เป็นการดูถูกเชิงชายของผมมากเลย เสียศักดิ์ศรีหมด เพื่อนๆ จะหยามได้ ถ้าควงกันแล้วไม่ยอม ผมเลิกคบกันดีกว่า หาใหม่มีสาวๆ ที่อยากจะนั่งรถเบ็นซ์ผมจะตาย"

" ผู้หญิงนะหรือครับ ถ้าได้ลองมีบทพิศวาสกับผมสักครั้งแล้วละก็ เป็นติดอกติดใจทุกคน ที่บอกว่าไม่เอา ไม่เอาน่ะ เธอแกล้งพูดหรอกครับ ใจจริงๆ น่ะ อยากลองใจจะขาด แต่กลัวจะเสียเชิง เลยต้องให้ผู้ชายเสนอก่อน ไม่เชื่อคุณลองไปนั่งตามผับดูซิ เห็นสาวๆ มาเป็นกลุ่ม แล้วลองเข้าไปทาบดู โอกาสสำเร็จมีมากกว่าครึ่ง"

" แต่ผมว่า ผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษ และน่าจะเป็นคู่ชีวิตของสุภาพสตรีแล้ว เขาคงจะไม่คิดที่จะมองผู้หญิงเป็นทางผ่านหรอกนะครับ และผู้หญิงที่ดีๆ ที่รักนวลสงวนตัวเท่านั้น ที่ผู้ชายอยากจะได้มาเป็นแม่ของลูก จริงๆ นะครับ ภรรยาน่ะ จะมีกี่คนก็ได้ ถ้าคิดจะมีภรรยาเอาไว้หลับนอนเท่านั้น แต่ผู้หญิงที่เป็นแม่ของลูก น่าจะเป็นผู้หญิงที่ผู้ชายสามารถไปไหนมาไหนออกงานได้อย่างภาคภูมิใจ โดยไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ มีสัมพันธ์กัน สำหรับผมจึงไม่รีบร้อนที่จะมีสัมพันธ์กับใคร ของดีๆ ของเราเก็บไว้ก็ได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้งานเลย หมั่นซักซ้อมด้วยตนเองบ้าง ยามมีอารมณ์ก็น่าจะมีความสุขพอแล้ว ผมว่ามนุษย์เรานั้น ความสุขคงไม่ใช่อยู่แค่เรื่องนั้นเรื่องเดียวหรอก...จริงไหมครับ"
นานาทัศนคติเกี่ยวกับ 'เชิงชาย' ก็ว่ากันไปนะครับ!!
แต่ในความเป็นจริง เชื่อไหมครับ เดี๋ยวนี้ผู้ชายยุคใหม่ๆ ในหลายประเทศ เริ่มหันกลับมาคำนึงถึงความเป็นสุภาพบุรุษมากขึ้นทุกขณะ มากกว่าที่จะทำตามอารมณ์ปรารถนาชั่วครู่ชั่วยาม

แม้กระทั่งในภาพยนตร์ ก็ยังมีการแสดงออกถึงเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นสุภาพบุรุษต่อสตรีที่เขารัก ดังตัวอย่างในภาพยนตร์เรื่อง เพิรล์ ฮาร์เบอร์ ที่นางเอกเสนอและพร้อมที่จะเป็นของพระเอกแล้ว แต่พระเอกปฏิเสธอย่างนุ่มนวลว่า เรายังไม่พร้อม เป็นการแสดงออกของความเป็นสุภาพบุรุษ และแม้นว่า นางเอกจะไปรักคนอื่นจนเลิกรากลับมาหาพระเอกใหม่ เขาก็พร้อมที่จะให้อภัยในความผิดพลาดของเธอ แบบนี้เขาไม่เรียกว่ารักแท้แล้วจะเรียกว่าอะไร

ปัจจุบันนี้ เราพบรักแท้กันน้อยลงทุกที ทุกที เราเจอกับคิดว่ารักกันและก็เป็นของกันและกัน ตามอารมณ์ปรารถนาที่ไม่ยอมหักห้าม ไม่ใช้มโนธรรมจริยธรรมเข้ามาควบคุม ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ธรรมชาติเรียกร้อง เช่นเดียวกับสัตว์โลกอื่นๆ ทั้งหลาย โดยลืมไปว่า มนุษย์ แปลว่า สัตว์ประเสริฐ ซึ่งน่าจะมีความรับผิดชอบในการกระทำต่างๆ มากกว่าสัตว์โลกอื่นๆ

อาจเป็นได้ว่า ยุคปัจจุบัน ศีลธรรมเริ่มเสื่อมโทรม คนเราหันมานับถือวัตถุกันหมด เลยลืมเลือนเรื่องจิตใจที่ดีงามกันไปหมด
ดังนั้นการที่ผู้ชายมากหลายเริ่มหันมาเป็นสุภาพบุรุษต่อผู้หญิงคนที่เขารัก จึงเป็นอดีตที่ควรหวลกลับมาอย่างยิ่ง... เพียงแต่เมื่อไรลมจึงจะพัดหวลเอาความบริสุทธิ์ ความน่ารักต่างๆ เหล่านั้นในอดีตกลับคืนมาเท่านั้น
'เชิงชาย' จึงน่าจะเป็น ความเป็น 'สุภาพบุรุษ' มากกว่าการใช้สัญชาติญาณเบื้องต้น ของการเจริญพันธุ์ตอบสนองต่ออารมณ์ปรารถนา...

อย่างไรก็ตาม ผู้ชายทุกคนจะต้องรับทราบข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้ไว้ก่อน... ก่อนที่จะสำแดงเชิงชายให้ปรากฏ
  • ผู้ชายนั้นเกิดยากและตายง่าย ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้ว จึงมักจะมีจำนวนมนุษย์ผู้ชายน้อยกว่าผู้หญิงเสมอ ด้วยเหตุนี้ ธรรมชาติ จึงมักจะทำให้ผู้ชายกลายเป็นคนเจ้าชู้ หรือเป็นเผ่าพันธุ์มากรัก ตามที่คนหลายคนกล่าวขานถึง

  • ฮอร์โมนเพศชายที่เรียกว่า เทสโทสเตอโรนนั้น เป็นฮอร์โมนแห่งการเจริญพันธุ์ เป็นฮอร์โมนที่ขับดันไฟปรารถนาที่จะได้ถ่ายทอดสายพันธุ์แห่งการเจริญพันธุ์ออกไป เป็นฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความนึกคิดในเรื่องเพศ ตอบสนองต่อสิ่งเร้าอารมณ์ทางเพศ ไปตามแรงขับดันของธรรมชาติ

  • และเมื่อ ผู้ชายได้หลั่งน้ำที่กลั่นจากจุดยุทธศาสตร์ของเขาออกไปแล้ว เขาจะเกิดความสุขสม ผ่อนคลายหายเครียด เป็นสุข และเกิดความสบายอย่างมิรู้จะเปรียบประมาณ

  • การได้สัมผัสความพิศวาสภายในจุดซ่อนเร้นของผู้หญิงด้วยอาวุธประจำกายของชายชาตรีนั้น ความสุขสมที่อยู่ภายในของหญิงคนรักกับหญิงทั่วๆ ไป จะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด และท่วงท่าลีลารักที่บังเกิดขึ้นนั้น มักจะบอกได้ว่า นั่นเป็นการระบายความใคร่ หรือเป็นการถ่ายทอดความรัก ผู้หญิงที่เป็นคนรักเท่านั้นที่จะได้สัมผัสรักที่แท้จริง จากท่วงท่าลีลารักของเขา

  • ผู้ชายหลายต่อหลายคนจะเกิดการติดอกติดใจที่ได้ร่วมรักกับสาวคนรัก คนเฝ้าวนเวียนกระซิบ ขอมีสัมพันธ์สวาทอยู่ตลอดเวลา ผู้หญิงที่ฉลาดๆ จะเข้าใจได้ดีในเรื่องนี้ และสามารถใช้ประโยชน์ในการทำให้ผู้ชายเชื่องๆ ประดุจสัตว์เลี้ยงของพวกเธอได้

  • ความสุขสมที่ได้จากการปลดปล่อยภาระที่ธรรมชาติให้มาออกไปนั้น เป็นความหลอกลวงของธรรมชาติ ที่ทำให้ผู้ชายทั้งหลายหลงไหล ได้ปลื้มไปกับการปลดปล่อยดังกล่าว

  • และผู้ชายหลายคนที่อยู่ในอำนาจไม่ว่าจะเป็นอำนาจในทางใด มักจะมีพลังทางเพศที่ล้นเหลือ และอยากจะระบายพลังเพศให้สาวๆ โดยไม่เลือกหน้า เพราะเป็นความติดอกติดใจในอำนาจ และพลังเพศแห่งชาย นั่นแหละ

  • ช่วงเวลาที่ผู้ชายได้ปลดปล่อยบางสิ่งบางอย่างออกไปในเวลาแห่งความสุขสมนั้น หลายต่อหลายคนจึงตายคาอก หลายต่อหลายคนจึงต้องสัญญารักแก่สาวคนนั้น และหลายต่อหลายคนต้องถูกลอบสังหารในช่วงเวลาที่ไม่ได้ระวังตัวนั้น เพราะช่วงเวลาที่ผู้ชายจะปลดปล่อยออกมานั้น เป็นช่วงเวลาที่ผู้ชายระวังตัวน้อยที่สุด
เห็นภาพจริงของผู้ชายและเชิงชายกันไหมว่า... ทุกอย่างธรรมชาติให้มา
เกือบทุกอย่างเป็นไปเพราะธรรมชาติผลักดัน โดยไม่รู้จักการต่อต้าน
แต่คนเราต้องรู้จักเรียนรู้ ...รู้จักจุดอ่อนที่จะต้องถูกกำจัด
และเมื่อกำจัดจุดอ่อนออกไปได้แล้ว ความเป็นชายชาตรีก็จะปรากฏขึ้น กลายเป็นผู้ชายที่มีชั้นเชิงชายในรูปแบบของสุภาพบุรุษนักรักที่มีความรับผิดชอบต่อการกระทำต่างๆ ของตัวเอง จนเป็นที่ชื่นชอบ และชื่นชม ของผู้ที่ได้สัมผัสเขา

ไม่ว่าสัมผัสนั้นจะเป็นสัมผัสที่ลึกซึ้งเพียงไหนก็ตาม...
อย่าลืมเก็บ เชิงชาย ไว้ให้สาวคนที่รักด้วยก็แล้วกัน
และอย่าใช้พร่ำเพรื่อ ...จนไม่เหลือ เชิงชาย


(update 21 กรกฎาคม 2003)
[ ที่มา... เนชั่นสุดสัปดาห์   ปีที่ 12 ฉบับที่ 580 วันที่ 14 - 20 ก.ค. 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600