...ชายและหญิงเมื่อเกิดความรักขึ้นในดวงใจแล้ว เขาและเธอย่อมอยากจะพลีร่างกายเข้าด้วยกัน
ด้วยความพิศวาสที่แสนจะวาบหวามรัญจวนใจและชวนให้เกิดความหลงใหล
ผูกพันในกันและกันไปอย่างต่อเนื่อง...
แต่บางครั้งความไม่เข้าใจกันก็ต้องเกิด และหลายต่อหลายคู่ต้องแยกทางจากกันไปด้วยความไม่เข้าใจ
หรืออาจจะเรียกได้ว่า ไม่พยายามจะเข้าใจกันก็เป็นได้
หลายครั้งเมื่อมีคำถามเกิดขึ้นว่าทำไมหนอคู่ที่รักกันมากมายจี๋จ๋ากันจนหลายคนที่เห็นเกิดความอิจฉาริษยา
แรกรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน ครั้นอยู่นานไปน้ำอ้อยก็กร่อยขม
แน่นอนว่า กามารมณ์นั้นเป็นพื้นฐานของชีวิตคู่ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ บทพิศวาสที่เกิดจากใจที่ตรงกัน
และมีความสุขสมร่วมกันนั้นเป็นสัมผัสรักอย่างดี เป็นการบอกรักแก่กันและกันที่เรียบง่ายและไม่จำเป็นจะต้องใช้คำพูด
แต่อาศัยการกอดรัดสัมผัสทางกายที่แสนจะซาบซึ้ง ถ่ายทอดความรักความเอื้ออาทรแก่กันแทน
การจะมีกามารมณ์และบทพิศวาสที่สุขมสมอารมณ์หมาย จึงเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่จะต้องศึกษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้
และปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ ที่บางครั้งอาจทำให้เบื่อหน่าย
การเรียนรู้ในความต้องการของกันและกัน การช่วยเหลือเกื้อกูลสอดประสานบทพิศวาสแก่กัน
การเอาใจเธอมาใส่ใจเราล้วนแล้วแต่เป็นเทคนิคและเคล็ดลับที่บอกต่อๆ กันมา ในการนำเอานาวารักที่พายร่วมกันข้ามนทีสีทันดรไปยังฝั่งฝันที่มุ่งมาดและปรารถนาจะสุขสมร่วมกัน
ผู้ชายและผู้หญิงนั้นไม่เหมือนกัน และบางครั้งก็ไม่เข้าใจกันที่จริงแล้วลองถามตัวเองกันดูบ้าง
หลายต่อหลายคนยังไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเลย แล้วจะให้คนอื่นมาเข้าใจได้อย่างไร คนเราเมื่อรักกัน
และใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว ย่อมจะสามารถพูดจาสนทนาภาษารักและบอกความในใจที่ต้องการต่อกันและกันได้
ไม่น่าจะมีอะไรมาบิดบัง ควรปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของกันและกันในอันที่จะนำมาซึ่งความสุขในการมีชีวิตคู่
คนสองคนที่มาจากต่างถิ่นต่างฐาน ต่างความเชื่อ ต่างการเรียนรู้จะไม่มีทางเข้าใจกันเลย ถ้าไม่รู้จักสนทนาโอภาปราศรัยกันและที่สำคัญควรจะพูดคุยกันด้วยมธุรสวาจาและสร้างสรรค์
ไม่ควรจะต่อว่าต่อขานกัน
เอาล่ะครับ มาลองเข้าใจผู้ชายและผู้หญิง ในรูปแบบที่เป็นและเป็นอยู่ตามความจริงของธรรมชาติ
กันดีกว่า
จำไว้ว่า
ผู้หญิงต้องเกิดความรักก่อนจึงจะเกิดอารมณ์และความต้องการทางเพศและในอันที่จะมีอารมณ์ปรารถนาลุกโชนนั้น
เธอต้องอยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลาย ไม่เครียด อารมณ์พิศวาสจึงจะเปิดรับการกระตุ้นง่ายๆ และเมื่อเกิดอารมณ์พิศวาส
แล้วเธอจึงอยากจะร่วมรัก และมีความสุขไปถึงจุดสุดยอด
ผู้ชายส่วนใหญ่แล้วเมื่อเกิดความตึงเครียด ฮอร์โมนเพศชายจะหลั่งออกมามากทำให้อยากกระทำอะไรที่ผ่อนคลาย การอยากจะร่วมรักกับสาวคนรักเป็นความเครียดภายในตัวเขาอย่างหนึ่งที่อยากจะระบายออกมา
ในความคิดของพวกเขาแล้ว ตามสภาพจิตใจใต้สำนึกเป็นความรักไม่ใช่เป็นการระบายความใคร่
อย่างที่ผู้หญิงหลายคนเข้าใจ และเมื่อเขาได้ระบายความอึดอัดจากความรักในอกออกไปจนสุขสมแล้ว
เขาถึงจะเกิดการผ่อนคลาย หายเครียด จนเกิดนึกรักผู้หญิงคนที่เขามีความสุขด้วยเพิ่มขึ้น
ผู้หญิงต้องการเวลาเนิ่นนานกว่าผู้ชายในการเล้าโลมให้เกิดอารมณ์พิศวาส เปรียบผู้หญิงเหมือนเตาไฟฟ้า ซึ่งต้องเสียเวลาวอร์มอัพก่อนที่จะเกิดความร้อนออกมาในขณะที่ผู้ชายเปรียบเสมือนเตาแก๊ส ซึ่งเมื่อเปิดแก๊สจุดไฟ
ก็ติดทันทีและให้ความร้อนทันควัน ขณะเดียวกันเมื่อปิดเตาแก๊สไฟก็จะดับทันที ส่วนเตาไฟฟ้ายังต้องการเวลาอีกสักระยะหนึ่งกว่าที่จะดับสนิท แต่ในระหว่างที่กำลังจะดับลงไปนั้นถ้าเปิดเตาไฟฟ้าใหม่ เตาจะร้อนเร็วขึ้นเพราะมีความร้อนหลงเหลืออยู่ พร้อมที่จะทำงานใหม่ ด้วยเหตุนี้เองที่ผู้หญิงจะมีอารมณ์พิศวาสได้ช้ากว่าผู้ชาย และต้องการการเล้าโลมที่เนิ่นนานกว่า แต่เธอสามารถที่จะไปถึงดวงดาว
ได้หลายครั้งในการร่วมรักครั้งหนึ่ง ถ้าคู่ของเธอมีน้ำอดน้ำทนเพียงพอ ส่วนผู้ชายนั้นหลังจากสุขสมอารมณ์หมายแล้ว
ก็ต้องการเวลาในการพักฟื้นสักระยะหนึ่งก่อน
ผู้หญิงอยากจะมีบทรักช่วงเล้าโลมและช่วงเวลาหลังความสุขสมมากกว่า ในขณะที่ผู้ชายจ้องแต่ช่วงที่มีการร่วมรักและมีบทพิศวาสในดินแดนส่วนสงวนของเธอเท่านั้นเป็นส่วนใหญ่
ผู้หญิงเป็นพวกอนุรักษ์นิยมและเมื่อเธอมีความสุขในรูปแบบใดแล้วเธอก็อยากจะให้ทำแต่รูปแบบเดิมๆ
ซึ่งน่าเบื่อในความคิดของผู้ชายที่ชอบแสวงหาเทคนิคใหม่ๆ ดังนั้นควรจะมีการปรับปรุงท่วงท่าลีลารักและลีลาพิศวาสเป็นประจำสม่ำเสมอจะได้ไม่น่าเบื่อจนกลายเป็น
ทำการบ้าน
ลองนึกดูสิครับว่า เริ่มต้นก็เป็นแบบนั้นและลงท้ายแบบนี้จะทนทำอยู่ได้นานเท่าใด
สิ่งที่ฝังหัวอยู่ในผู้ชายเสมอมาในทุกยุคทุกสมัยก็คืออยากให้ผู้หญิงเป็นของเขาเป็นคนแรก
ในขณะที่ผู้หญิงอยากให้เขาเป็นของเธอเป็นคนสุดท้าย
ในการร่วมรักกันนั้น สิ่งที่ผู้หญิงต้องการคือ "คุณภาพ" สิ่งที่ผู้ชายต้องการคือ "ปริมาณ"
ผู้ชาย สนใจใน "ขนาด" ของตนเองว่าจะมีขนาใดหญ่เพียงพอหรือไม่จะให้ความสุขกับผู้หญิงของเขาด้วยความ "ใหญ่"
ของเขาได้หรือไม่ ผู้หญิงไม่ได้ต้องการความ "ใหญ่" แต่ต้องการ "ความรัก" มากกว่า นักเพศศาสตร์ทั้งหลายบอกเสมอๆ ว่า
ขนาดนั้นไม่สำคัญเท่าเทคนิคของการร่วมรักเลย และมักจะมีคำพูดที่กล่าวกันต่อๆ มาเสมอว่า
ขนาดของเรือนั้นมันไม่สำคัญหรอก สำคัญตรงที่ว่ากัปตันจะสามารถนำเรือรักเรือสำราญของเขาผ่านพ้นปากอ่าวเจ้าพระยาไปโดยไม่ล่มปากอ่าวเสียก่อนเท่านั้นแหละ
เพราะปัญหาใหญ่ของชายชาตรีก็คือ หลั่งเร็วหรือนกกระจอกไม่ทันกินน้ำ
เวลาที่เริ่มปฏิบัติการ พอเริ่มลงมือ ผู้ชายก็คิดถึงจุดหมายปลายทางคือ จุดสุดยอดแล้ว ในขณะที่ผู้หญิงคิดถึงว่า
ทำอย่างไรหนอความสุขสมจะยืนยาว ชั้นสวรรค์จึงสั้นนักสำหรับเขาและเธอทั้งสอง และเขาก็ไม่สามารถจูงเธอขึ้นสวรรค์
ได้สักทีด้วยอวัยวะส่วนนั้นของเขา
สิทธิทางเพศศึกษาจึงบอกว่า ทั้งชายและหญิงมีสิทธิที่จะสุขสมด้วยตนเองเมื่อเกิดอารมณ์ที่ปรารถนาทางเพศ
ไม่ว่าจะเป็นโสด แต่งงานแล้วหรือเป็นม่ายก็ตาม การไปถึงจุดสุดยอดด้วยตนเองจึงเป็นสิทธิทางเพศชั้นพื้นฐาน
ของมนุษยชาติด้วยประการฉะนี้
ผู้หญิงหลายคนเมื่อเข้าสู่วัยทองแทนที่จะหมดอารมณ์ทางเพศกลับมีความต้องการทางเพศมากขึ้นจนกลัวใจ
ขอบอกว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เป็นไปได้ และถ้าหนุ่มวัยทองของเธอมีความต้องการตรงกันทุกอย่างก็จะราบรื่นและสุขสม แต่ถ้าหนุ่มวัยทองข้างกายเป็นประเภทหมดสมรรถภาพทางเพศหรือหมดอารมณ์พิศวาสไปแล้วล่ะก็ ทางออกที่ดีที่สุดคือการสุขสมด้วยตนเองรวมทั้งจินตนาการถึงความหลังที่ซาบซึ้งในอดีต
ก็จะทำให้สามารถผ่านวันเวลาไปได้โดยไม่ลำบาก
ผู้ชายวัยทองนั้น อวัยวะส่วนนั้นจะไม่ทำงาน แม้ว่าจะมีอารมณ์และความต้องการทางเพศ
จำต้องได้รับการกระตุ้นโดยตรงต่ออวัยวะแห่งความเป็นชาย ไม่ว่าจะกระตุ้นด้วยมือหรือทำรักด้วยปาก และคุณผู้หญิงคู่ชีวิตทั้งหลายจำไว้ว่าถ้าเขามีอารมณ์แต่อวัยวะไม่ขยายพอจะปฏิบัติการได้แล้ว
การใช้มือช่วยกระตุ้นให้เขาขึ้นสวรรค์ ก็เป็นทางออกที่ดีที่สุดที่จะทำให้เขาสมหวัง
ที่เขียนให้อ่านมาทั้งหมดจะเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้บ้างไม่มากก็น้อย
ขอให้ศึกษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้นะครับ
(update 3 มกราคม 2003)
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 26 ฉบับที่ 7 กรกฎาคม 2545 ]
|