เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับกามารมณ์และบทพิศวาสของมนุษย์เรานั้น เป็นที่สนอกสนใจของผู้คนมาทุกยุคทุกสมัย
และย่อมแน่นอนว่า เรื่องราวอะไรก็ตามที่ไม่ค่อยจะเปิดเผย ยิ่งจะเป็นเรื่องราวที่ได้รับความสนใจ
มากกว่าเรื่องที่เปิดเผยเป็นธรรมดา ที่แน่นอนกว่านั้นก็คือ เรื่องยิ่งลึกลับ คนยิ่งอยากรู้ และข่าวลือก็ยิ่งมาก
กล่าวกันว่า ข่าวลือและความเชื่อผิดๆ ในเรื่องราวเกี่ยวกับเซ็กซ์ของคนเรานั้น มีมากมาย
และก็แต่งเติมเสริมให้หวือหวา บ้างก็เป็นทำนองข่มขู่ บ้างก็เป็นทำนองยั่วยุ แล้วแต่ว่าผู้ที่ปล่อยข่าวลือหวังผลอะไร
...แน่นอน คงจะไม่ได้หวังดีต่อผู้ได้รับข่าวมากนัก และย่อมจะหวังผลประโยชน์ให้บังเกิดขึ้น
กับผู้ปล่อยข่าวไม่มากก็น้อย
ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารสามารถส่งถ่ายต่อได้รวดเร็วแบบนี้
น่าที่จะมารับรู้ข้อมูลความเป็นจริงเกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์กันจะดีกว่า
|
จริงหรือที่เขาว่า... โคแก่กินหญ้าอ่อน แล้วจะอายุยืน ? |
|---|
เรื่องนี้เป็นความเชื่อมาแต่โบราณแล้วว่า ถ้าผู้ชายสูงวัยได้ร่วมรักกับสาวแรกรุ่นพรหมจารีแล้ว
จะทำให้ได้รับพลังทางเพศมาสู่ตัว ทำให้สุขภาพดี ดังนั้นจึงปรากฏว่า มีการแสวงหาความสุขกับชีวิต
ด้วยการร่วมรักกับสาวแรกรุ่นกันมาในทุกยุค ทุกสมัย
จริงอยู่ในธรรมชาตินั้น โคแก่ที่ฟันฟางไม่ค่อยดี ย่อมสมควรที่จะกินหญ้าอ่อนๆ อายุจึงจะยืน
แต่ก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการร่วมรักของคนเรา
และก็เป็นจริงที่ว่า การร่วมรักกันอย่างสุขสมนั้น จะทำให้เกิดการหลั่งสารแห่งความสุขออกมา
เป็นผลให้เกิดการผ่อนคลาย หายเครียด นอนหลับฝันดี รวมทั้งระบบต่างๆ ทำงานได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ก็เป็นความจริงเช่นกันว่า เมื่อผู้หญิงอายุมากขึ้น แล้วจะจู้จี้ขี้บ่นในเกือบจะทุกเรื่องราว
จนคนใกล้ตัวหมดอารมณ์พิศวาสไปก็มาก
แน่นอนว่า นั่นก็คือ เมื่อผู้หญิงอายุมากขึ้น ความต้องการทางเพศก็เริ่มลดน้อยถอยลง
และคิดว่าไม่น่าจะมีความสำคัญสำหรับการดำรงชีวิต ด้วยความคิดที่ว่าอดข้าวดอกนะเจ้าจะวางวาย
ไม่ตายเพราะอดเสน่หา พวกเธอก็มักจะบ่ายเบี่ยง ปฏิเสธ หรือหาเหตุผลต่างๆ นานา ที่จะไม่ร่วมรักกับผู้ชายสูงวัยของเธอ
แต่ปรากฏว่าผู้ชายสูงวัยส่วนหนึ่งที่มีสุขภาพดี ฟิตสมบูรณ์นั้น ยังคงมีความต้องการทางเพศตามธรรมชาติอยู่
และชายกลุ่มนั้น การมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาคนที่เขารักเป็นการแสดงออกถึงความรักในแบบของผู้ชาย...
ที่ผู้หญิงไม่รู้และพยายามจะไม่เข้าใจ ผลจากการที่พวกเธอปฏิเสธสัมพันธ์สวาทกับผู้ชายของเธอ
ก็ทำให้พวกเขา...ขาดรัก
เมื่อมีผู้หญิงที่สาวกว่า สวยกว่า เต่งตึงกว่า มาเห็นอกเห็นใจ และสานสัมพันธ์ขึ้น
รวมทั้งอาจมีการเติมเต็มความรักให้ในส่วนที่เขาขาดหายไป... สุขสมอารมณ์หมายที่เกิดขึ้น
ย่อมทำให้เกิดการลุ่มหลงตามมา
จนกลายเป็นความเชื่อผิดๆ ว่า การร่วมรักกับสาวแรกรุ่น จะทำให้อายุยืนดังกล่าว
ซึ่งก็คงจะต้องบอกว่า อาจจะเป็นจริง ...แต่ว่า....อาจจะเกิดปัญหาตามมาก็ได้
|
จริงหรือที่เขาว่ากันว่า... ร่วมรักบ่อยๆ แล้วกระสุนจะหมด ? |
|---|
แบบนี้เขาเรียกว่า ข่าวกลั่น ไม่ใช่ข่าวลือ แต่ไม่ใช่ข่าวที่กลั่นกรองมา เพราะเป็นข่าวที่...กลั่นแกล้ง
ทำให้ผู้ชายหลายคนหลงเชื่อว่าเป็นความจริง
ความเป็นจริงก็คือ...ของอะไรที่ไม่ใช้งาน ย่อมจะเหี่ยวเฉาไป
ไม่ออกกำลังกาย กล้ามเนื้อยังล้มไปได้เลย แล้วส่วนนั้น ถ้าไม่ได้มีการยืดขยายบ้างเป็นระยะๆ แล้ว
นานไปๆ ก็จะเกิดพังผืดภายในยึดเอาไว้ จนเวลาอยากจะใช้งานไม่สามารถจะยืดขยายก็เป็นได้ เพราะฉะนั้น
การใช้งานบ้างเป็นระยะๆ ของคุณผู้ชาย จะทำให้ของรักของหวงยังคงสามารถที่จะคงสภาพอยู่
มีคู่ซ้อมเป็นตัวเป็นตนก็อย่าลืมหมั่นฝึกซ้อมเป็นประจำ ถ้ายังเป็นโสดอยู่จะสุขสมด้วยตนเองเป็นระยะๆ บ้าง
ก็ยิ่งจะทำให้สมรรถภาพทางเพศยังคงสภาพอยู่ แทนที่จะเสื่อมไปเพราะไม่ได้ใช้งาน
คำตอบ จึงย่อมจะแน่นอนว่า...ไม่จริง ขอเพียงแต่ให้รักษาสุขภาพให้ดี ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบถ้วนทุกหมวดหมู่ และทำอารมณ์ให้แจ่มใส ร่วมรักอย่างเป็นสุข
รับรองว่านอกจากกระสุนไม่หมดแล้ว ยังจะมีกระสุนรุ่นใหม่ๆ ออกมาใช้งานด้วย
อย่าไปเชื่อ พวกผู้หวังดี...แต่ประสงค์ร้าย!!
|
จริงไหม... ที่ผู้หญิงมีสามีแล้วไม่ควรช่วยตัวเอง! |
|---|
ใครบอกแบบนี้แสดงว่าไม่เคารพสิทธิมนุษยชน เพราะไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายก็มีสิทธิเท่าเทียมกันทางเพศ
ผู้ชายสุขสมด้วยตนเองได้ ผู้หญิงก็ขึ้นสวรรค์เองได้เช่นกัน ใครๆ ก็รู้ว่าตนย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตนในบางสถานการณ์
ลองคิดดูซิว่า ก่อนจะมีสามีเคยมีความสุขกับตนเองอยู่ดีๆ ในรูปแบบที่ตนเองชื่นชอบ และสุขสมทุกครั้ง
เพราะทำได้ดังใจฝัน... เนื่องจากทำเอง
ครั้นมีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาในหัวใจ บอกว่ารักแล้วขอร่วมรักด้วย แต่ปรากฏว่าการร่วมรักดังกล่าวนั้นเขามีความสุขดี
ส่วนตัวเองเกิดความรู้สึกว่า ไม่ใช่แบบนี้แล้ว จะไม่ให้ช่วยตัวเองในรูปแบบที่ต้องการได้อย่างไร
ใครว่า การกระทำดังกล่าวเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยา นอกจากแสดงว่าเป็นคนที่เห็นแก่ตัวแบบสุดๆ แล้วยังเป็นคนที่ไม่รู้จักสิทธิทางเพศอันเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานด้วย
เพราะสิทธิทางเพศนั้น ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการช่วยตัวเองแล้ว บ่งบอกว่า บุคคลใดบุคคลหนึ่งมีสิทธิที่จะกระทำต่อตนเองเพื่อตอบสนองต่อความต้องการทางเพศตามธรรมชาติได้
ถ้าการกระทำดังกล่าวไม่ได้ทำในสถานที่สาธารณะ และกระทำด้วยกระบวนวิธีการที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
รวมทั้งกระทำในปริมาณที่เหมาะสม ถ้าเป็นกรณีดังกล่าวแล้ว สามารถกระทำได้ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพที่เป็นคนโสด
แต่งงานแล้ว เป็นม่าย ฯลฯ
เห็นไหมว่า ชายและหญิงมีสิทธิอย่างเต็มที่ ตามประกาศสิทธิทางเพศว่า สามารถที่จะสุขสมด้วยตนเองในบางครั้ง
แม้ว่าจะมีชีวิตคู่กับใครคนหนึ่งแล้วก็ตาม
พูดง่ายๆ ว่า ผู้ชายก็ทำได้เหมือนกัน...ห้ามผู้หญิงว่าด้วย ...เดี๋ยวไม่เสมอภาค!!
|
จริงหรือที่เขาบอกว่า... ห้ามมีเซ็กซ์ตอนมีประจำเดือน ? |
|---|
ไม่จริง แต่ก็ไม่สมควรมีเซ็กซ์ระหว่างที่ผู้หญิงกำลังมีรอบเดือน โดยเฉพาะในช่วงวันแรกๆ ที่เลือดประจำเดือนออกมามากๆ เพราะในขณะที่ผู้หญิงกำลังมีประจำเดือนอยู่นั้น ปากมดลูกจะเปิดออก เพื่อให้เลือดประจำเดือนไหลออกมาจากโพรงมดลูก
และย่อมเป็นที่แน่นอนว่า เลือดประจำเดือนนั้น เป็นอาหารที่ดีของเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ด้วยเหตุนี้ ถ้าอวัยวะของฝ่ายชายไม่สะอาดแล้วอาจทำให้มีแบคทีเรียเปื้อนปนเข้าไปภายในช่องคลอดและลุกลามเข้าไป
ทำให้เกิดการอักเสบภายในโพรงมดลูก จนเกิดปัญหามดลูกอักเสบ และเป็นสาเหตุที่อาจทำให้มีบุตรได้ยาก ในภายหลัง
ทางที่ดี ถ้าคุณผู้ชายเกิดอารมณ์ขึ้นมาตอนนั้น ก็จัดการ...ด้วยตนเองเสียก็หมดเรื่อง ไม่อย่างนั้น
ก็วานเธอใช้มือของเธอจัดการให้ หรือจะขอให้ใช้ปากทำรักให้ก็น่าจะดีกว่า และปลอดภัยกว่า แถมยังสะอาดกว่าด้วย
แต่ไม่ห้ามเด็ดขาดนะ ถ้าใจรักและโอเค.ด้วยกันจริงๆ ขอเพียงอย่าลืมใช้ถุงยางอนามัยให้เป็นประโยชน์
เพื่อความสะอาดและสุขสมแบบปลอดภัย
|
การรับประทานน้ำอสุจิเข้าไป จะทำให้ผิวเปล่งปลั่งจริงหรือ ? |
|---|
ไม่จริง ไม่จริง และไม่จริง แต่รับประทานได้ และก็ได้ประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย เพราะในน้ำอสุจินั้นมีโปรตีน
ไขมัน น้ำตาล และแร่ธาตุต่างๆ พอสมควรกับปริมาณ... มีข้อแม้ว่า เป็นน้ำอสุจิที่สะอาด ไม่มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ปนอยู่
แต่ข่าวลือทั้งหลายที่ว่า ใช้น้ำอสุจิมาทาหน้าแล้ว ผิวหน้าจะเต่งตึง รับประทานเข้าไปแล้ว จะมีผิวพรรณเปล่งปลั่ง
หรือทาหนังศีรษะแล้ว ผมหงอกจะดำขึ้น หรือผมบางจะหนาขึ้น...นั้น ไม่จริงเช่นกัน
มีหลายคนเหมือนกัน นำเอามาทาผิวหนังด้วยความหวังว่าจะทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น
เพราะข่าวลือที่ว่ามีฮอร์โมนอยู่ในน้ำอสุจิ ที่จริงแล้ว ถ้าจะมีก็แค่ฮอร์โมนพลอสตาแกลนดินจำนวนไม่มาก
ซึ่งไม่น่าที่จะให้ผลดังกล่าว
เอาเป็นว่า ก็ยังคงเป็นความเชื่อผิดๆ เหมือนเดิม!!
นี่แหละเขาจึงว่า ของอะไรยิ่งทำปิดบังซ่อนเร้น คนยิ่งอยากจะรู้และทำให้เกิดข่าวลืมกันมากขึ้น
จนทำให้วิตกมากขึ้นไปอีก พยายามเรียนรู้อย่างรู้แจ้งในความเป็นจริง จะดีกว่า...
(update 10 มกราคม 2003)
[ ที่มา...
เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 11 ฉบับที่ 552 วันที่ 30 ธ.ค. - 5 มค. 2546 ]
|