ภาษิตเก่าแก่บทหนึ่งของจีนกล่าวไว้ว่า
" เด็กเล็กหกล้ม-บ่งถึงการเจริญวัย ผู้ใหญ่หกล้ม-เป็นความซวย คนแก่หกล้ม-ระวังตาย"
เมื่อก่อนนี้เราเห็นเรื่องการหกล้มในผู้สูงอายุเป็นเรื่องธรรมดา แก่แล้วไม่ค่อยแข็งแรงหูตาฝ้าฟางหกล้มบ้าง
นั่นก็นับเป็นโชคดี หากไม่เกิดผลร้ายแรงตามมา แต่จะให้โชคดีทุกครั้งคงยากส์ส์
ในสหรัฐอเมริกา ประเทศที่คนชราหกล้มในแต่ละวันเป็นจำนวนไม่น้อย
ตามสถิติแจ้งว่าคนเหล่านี้นับด้วยล้านคนโชคไม่ค่อยเข้าข้างนัก
แต่ละปีมีคนแก่หกล้มแล้วเกิดอาการร้ายแรงรวมทั้งกระดูกเชิงกรานหักไม่น้อยเลย
เขาบอกว่าแต่ละปีมีประชากรอาวุโสเสียชีวิตจากการหกล้มร่วม 10,000 คนเลยเชียวละ
ที่มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทค ทำการวิจัยโดยใช้น้ำสบู่ราดทางเดินที่มีความลาด
แล้วให้อาสาสมัครเดินผ่าน พร้อมกับติดตั้งเครื่องวัดการก้าวเดิน พลังกล้ามเนื้อที่ใช้ในแต่ละก้าวย่าง
ขณะอาสาสมัครลื่นล้มก็มีกล้องจับภาพแขนขา รวมทั้งตอนที่ยันกายลุกขึ้นด้วย
แต่ไม่ต้องวิตกว่าจะมีอันตรายร้ายแรงเกิดขึ้น เพราะเขาให้ผู้อาสาสมัครสวมเกราะกันภัย
ป้องกันมิให้เกิดการกระทบกระแทกรุนแรงอยู่แล้ว
จากการแถลงของเทอร์มอน ลอคฮาร์ต หัวหน้าชุดวิจัย ผลการทดลองพบว่า
คนหนุ่มสาวก็มีโอกาสลื่นหกล้มได้ไม่น้อยไปกว่าคนชรา ผิดกันแต่ว่าคนชรามีความสามารถในการฟื้นคืนสภาพลดน้อยลง
จนอาจเกิดผลร้ายติดตามมาเป็นผลให้การลื่นล้มธรรมดากลายเป็นหกล้มเต็มขนาดได้
ตามรายงานที่ปรากฏในแต่ละปี หนึ่งในสามของผู้มีอายุ 65 ปี หรือมากกว่ามีโอกาสหกล้มได้
จากการสำรวจอย่างเป็นทางการพบว่าประมาณ 2.2 ล้านราย มีอาการรุนแรงถึงขนาดต้องเข้ารับบริการทางแพทย์
และหนึ่งในสิบรายเกิดอันตรายรุนแรงในจำนวนนี้ประมาณ 340,000 รายถึงขั้นสะโพกหัก
ซึ่งมักพบในผู้ที่ชอบใช้บันไดเวียน สำหรับผู้ที่ประสบอุบัติเหตุหกล้ม หนึ่งในสี่รายเสียชีวิตใน 1 ปี
อีกร้อยละ 40 ต้องเข้าพักอาศัยในสถานสงเคราะห์คนพิการ และครึ่งหนึ่งของผู้รอดตายไม่สามารถเดินได้
โดยปราศจากอุปกรณ์ช่วยเหลือไปตลอดชีวิต
มีการเสนอแนวทางแก่ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพอนามัย เช่น ให้ประเมินสมรรถภาพในผู้ที่มีอายุ 75
หรือมากกว่าทุกรายถึงความเสี่ยงต่อการหกล้ม โดยทดสอบการเดินและทรงตัวอย่างง่ายๆ
ข้อควรระวังมีตั้งแต่การแก้ไขปัญหาพรมปูพื้นลื่น ไปจนถึงแนะให้สวมใส่เกราะชนิดนิ่มเพื่อป้องกันสะโพกในบางราย
นอกจากนั้นยังต้องสังวรเกี่ยวกับสภาวะร่างกายที่เสื่อมไปตามอายุ ระวังอันตรายจากการลดฮวบฮาบ
ของแรงดันเลือดเวลาลุกขึ้นยืนเร็วๆ การอักเสบบริเวณข้อต่อ การเสื่อมและฝ้าฟางของนัยน์ตา ดุลของกล้ามเนื้อ
ผู้ที่รับประทานยาตั้งแต่ 4 ชนิดขึ้นไปในแต่ละวัน เฉพาะอย่างยิ่งยาจำพวกคลายเครียดคลายกังวลและยาระงับประสาท
ยาป้องกันโรคลมชัก และยาเกี่ยวกับโรคหัวใจที่อาจมีผลต่อการทรงตัว
สำหรับรายที่มีสภาพกระดูกโปร่งบาง (Osteoporosis) รับรองได้ว่าถ้าเกิดหกล้มเมื่อใด
สถานการณ์จะร้ายแรงกว่าในคนธรรมดาแน่นอน
ดร.แมรี ทิเนตติ แห่งมหาวิทยาลัยเยล กล่าวในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ว่า
แพทย์จำนวนน้อยถือปฏิบัติตามที่เสนอไว้ อายุรแพทย์ไม่ว่าที่ไหนมีโอกาสพบผู้ป่วยอัตราเสี่ยงสูงเหล่านี้ไม่ต่ำกว่า
10 รายทุกวัน เพียงแต่จะสนใจหรือไม่เท่านั้น
ในส่วนของผู้ป่วย หลายรายอาจรู้สึกขวยเขินจนไม่อยากขอคำแนะนำ บางรายก็ไม่ยอมรับความจริง
ดร.ทอดด์ ชลิฟสไตน์ แห่งศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก เล่าถึงผู้ป่วยวัย 90 ปี
แล้วแต่ยังไปพบแพทย์ถึงที่ทำงานโดยสวมรองเท้าส้นสูงปรี๊ด ส่วนอีกรายไม่ยอมรับว่าหกล้ม
จนลูกหลานที่มาด้วยต้องบอกเสียเอง
แต่สิ่งหนึ่งที่ ดร.ลอคฮาร์ต แห่งเวอร์จิเนียเทคยอมรับว่ายังไม่ทราบชัด
คือการเปลี่ยนแปลงทางสรีระที่ทำให้ผู้สูงอายุรายหนึ่งหกล้มแต่อีกรายหนึ่งกลับไม่หกล้ม
เขาบอกว่าคนเราเมื่อแก่ลงย่อมเดินช้าและส้นเท้ากระแทกพื้นแรงขึ้น โอกาสที่จะลื่นไถลก็มากขึ้น
ถ้าทราบก็จะได้นำไปปรับปรุงพื้นห้องและพื้นรองเท้าให้ดี และปลอดภัยในการใช้มากขึ้น
ดร.ลอคฮาร์ตยังดำเนินการทดลองต่อไป โดยมีอาสาสมัครร่วมงานที่เป็นคนหนุ่มสาว 28 ราย
และผู้สูงอายุที่ยังมีสุขภาพแข็งแรงอีก 38 ราย รวมทั้งนักวิ่งมาราธอนวัย 80 ปีด้วย
เขากล่าวว่าคงต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าผลจะออกมาเป็นรูปร่าง
แต่ ดร.ทิเนตติกล่าวว่า ระหว่างนี้มีอะไรอยู่หลายอย่างที่ควรปรับปรุงให้ดีขึ้น ได้แก่
- วิธีออกกำลังบริหารร่างกายเพื่อช่วยการทรงตัวและพลังร่างกายโดยรวม
- พยายามลดขนาดของยาที่ใช้เป็นประจำที่มีผลต่อการทรงตัว
- ขอความช่วยเหลือจากนักกายภาพบำบัดในการปรับปรุงแก้ไขสิ่งที่อาจก่ออันตรายในบ้าน เช่น
พรมปูพื้นที่อาจลื่นได้ง่าย การเสริมราวบันได แนะนำผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยแข็งแรง
ให้งดเว้นจากการยกของที่มีขนาดใหญ่เกะกะแม้จะไม่หนักนัก เช่น ตะกร้าใส่เสื้อผ้าใช้แล้ว
เฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องยกลงยันไดที่ค่อนข้างชัน
- สำหรับผู้ที่ทราบแล้วว่ากระดูกโปร่งหรือพรุนตามวัย ควรสวมเกราะป้องกันสะโพก
สวมสนับเข่าและข้อเท้าที่ไม่แข็งแรงและพลิกง่าย
วารสารการแพทย์บริติช รายงานว่า ในสถานสงเคราะห์ผู้ชราของเยอรมัน
การสวมเกราะป้องกันสะโพกสามารถลดการหักของกระดูกสะโพกได้ถึงร้อยละ 40
แต่กลับไม่ค่อยได้รับความนิยมก็ตามเกราะที่ว่าก็ยังมีวางขายทั่วไปและมีให้เลือกหลายแบบ
ไม่มีใครบอกได้แน่นอนว่าชนิดไหนดีที่สุดด้วย
มนุษย์ทุกคนย่อมหนีไม่พ้นความแก่เฒ่า จึงควรไม่ตั้งอยู่ในความประมาท
พระท่านว่า "ปมาโท มัจจุโน ปทัง" ความประมาทเป็นทางนำไปสู่ความตาย
(update 4 พฤศจิกายน 2003)
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 6 กรกฎาคม 2546 ]
|