|
คำว่าผู้สูงอายุ เป็นคำเรียกคนที่มีอายุมากให้ไพเราะเพราะพริ้ง เพื่อความสบายใจของใครต่อใครหลายคน
ที่หนทางแห่งชีวิตเหลือน้อยนิดลงเรื่อย ๆ
บางโอกาสเราก็เรียกผู้สูงอายุว่าอยู่ในช่วง "วัยทอง" ของชีวิต
บางทีเราก็เรียกว่า ผู้อาวุโส ฟังดูโก้เก๋ไปอีกแบบ
เหตุที่สังคมนิยมเรียกคนที่มีอายุมากไปหลายเวอร์ชั่นนั้นก็เพราะต่างรู้ดีว่ามนุษย์ปุถุชนธรรมดาทั่วๆ
ไปไม่มีใครอยากมีอายุเพิ่มมากขึ้นทุกปี ทุกคนล้วนแต่อยากมีอายุหยุดอยู่ที่ 20 บ้าง 30 บ้าง 40 บ้าง หรือ 50 บ้าง
แต่อายุก็หยุดอยู่คงที่ไม่ได้ ต้องเคลื่อนที่ไปตามวันเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป
อีกเหตุผลหนึ่งซึ่งเราไม่อยากเรียกคนอายุมาก ๆ ว่า "คนแก่" ก็เพราะเรารู้ดีว่าใครที่ได้ยินคำนี้แล้ว
จะรู้สึกหงุดหงิดหัวใจ รู้สึกไม่สบายใจ กว่าจะทำใจยอมรับความจริงได้ก็ใช้เวลานานทีเดียว
เราจึงสรรหาคำที่สวย ๆ มาช่วยพยุงความรู้สึกไม่ให้หดหู่หัวใจจนเกินไป
แต่ไม่ว่าเราจะใช้คำเรียกคนอายุมาก ว่าอะไรก็ตาม มันก็หนีความจริงไปไม่พ้นว่าวันหนึ่งเราต้องเป็น คนแก่
ในโลกยุคปัจจุบันนี้ ยังไม่มีตัวยาอะไรมาทำให้ใครไม่เป็นคนแก่ได้
เวลาของชีวิตที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปแต่ละวันย่อมผลักดันให้เราล้วนเข้าไปสู่วัยชราหรือวัยของความแก่อย่างแน่นอน
ถ้าย้อนอดีตได้ ทุกคนคงอยากย้อนไปสู่ช่วงเวลาที่ทุกคนพึงพอใจที่สุด
ถึงเราจะหยุดอายุไม่ได้ ย้อนอดีตไม่ได้ และห้ามความแก่ไม่ได้ แต่เราก็สามารถ ชะลอความแก่ ได้
ชะลอความแก่ให้มาเข้าใกล้ได้เชื่องช้าที่สุด
ซึ่งน่าจะถือเป็นสุดยอดปรารถนาของมนุษย์ปุถุชนธรรมดาแล้วไม่ใช่หรือ
จึงขอนำเสนอ สุดยอดวิธีหนีความแก่ สำหรับหนุ่มสาวในวัยที่ยังไม่แก่ ไม่ให้ดูแก่ก่อนวัย
และให้เข้าใกล้ความแก่ได้ช้าที่สุด
เพราะถ้าไปใช้กลวิธีใดๆ ตอนแก่คงจะแก้ไม่ไหว
ถ้าเราหยุดสังเกตคนรอบข้างเราให้ดี จะพบว่ามีหลายคนทีเดียวที่ดูหนุ่มสาวกว่าอายุจริง
ขณะที่บางคนก็ดูหมองหม่นมีริ้วรอยย่นจนดูเหมือนคนแก่ที่แก่กว่าอายุจริง
ในทางหลักวิชาการทางวิทยาศาสตร์ประกาศไว้ชัดเจนว่า คนธรรมดาทั่วไปไม่จำเป็นต้องดูความเป็นไปของสภาพร่างกายหรือสภาพทางชีววิทยาเท่ากับอายุจริงเสมอไป
หลายคนทีเดียวที่อายุตามสภาพทางชีววิทยาหรือสภาพใบหน้าร่างกายที่เราเห็นด้วยตาจะแตกต่างจากอายุจริงๆ
ตามตัวเลขได้ถึง 20 ปี
เช่น คนอายุ 50 ปี อาจดูเหมือนคนอายุ 30 กว่าๆ คนอายุ 60 ปี อาจดูดีมีราศีเหมือนคนอายุ 40 กว่าๆ
แม้แต่คนอายุ 70 ปี ก็อาจจะดูเหมือนคนอายุ 50 กว่าๆ ได้
แต่การหนีความแก่ให้ดูอ่อนกว่าวัยไม่ใช่เกิดขึ้นเองได้โดยไม่ทำอะไร
ถ้าเกิดขึ้นเองได้โดยไม่ต้องทำอะไร ใครต่อใครก็คงมีสภาพดังที่ว่านี้กันหมดแล้ว
สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ย่อมอยู่ที่ การปฏิบัติตัวปฏิบัติตน ของคนคนนั้นเป็นสำคัญ
เราหันมาเริ่ม สุดยอดวิธีหนีความแก่ เสียแต่เนิ่นๆ ตั้งแต่วันนี้
เพื่อชีวีที่สดใสให้ดูหนุ่มสาวกว่าวัยกันเลยดีกว่า
-
สุดยอดวิธีที่ 1 มีเรื่องให้ลับสมองเป็นประจำ
สมองก็เหมือนข้าวของเครื่องใช้ ถ้าไม่ใช้งานบ่อย ๆ อีกหน่อยก็ขึ้นสนิม หรือมีฝุ่นจับเขรอะ
กว่าจะทำให้ข้าวของที่เลอะเทอะมาใช้งานได้ใหม่ก็อาจต้องใช้เวลาพอสมควร
จึงอยากชักชวนให้ลับสมองอยู่เสมอ
การลับสมองอยู่เสมอจะทำให้สมอง มีความสดอยู่ตลอดเวลา จะใช้ขบคิดตัดสินใจแก้ไขปัญหาอะไร
เมื่อไหร่ก็ใช้ได้ทันที
เช่น อาจจะคิดจำลองเหตุการณ์อะไรขึ้นมาสักเรื่องหนึ่ง หรืออาจจะลองนำเอาเรื่องที่เกิดขึ้นในสังคมมาลองขบคิดดูว่า
ถ้าเป็นเราต้องแก้ไขปัญหานั้นจะทำยังไง
ปัญหายาเสพติดเราจะแก้ไขอย่างไรให้หมดไป
ไข้หวัดมรณะที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วจะแก้ไขป้องกันอย่างไรไม่ให้มีผลกระทบต่อคนไทย
หรือแม้แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นใกล้ตัวในบ้านหรือในสถานที่ทำงานที่อาจไม่ใช่ปัญหาที่ตัวเราเกี่ยวข้องโดยตรง
แต่ก็น่าจะนำมาขบคิดใน เชิงหาทางออกอย่างสร้างสรรค์และเป็นระบบ จะทำให้เราพบความจริงว่าสมองที่ได้ฝึกฝนอยู่บ่อยๆ
จะค่อยๆ พัฒนาก้าวหน้าไปอย่างน่าอัศจรรย์
สมองที่ถูกใช้งาน
ถูกฝึกฝน
ถูกลับสมอง
ย่อมเป็นสมองที่สด
สมองที่สดย่อมอยู่คู่กับความเป็นหนุ่มสาวเสมอ นั่นย่อมหมายถึงว่าความเฒ่าชะแรแก่ชราจะมาเยือนได้ยากกว่าปกติ
เรื่องของการลับสมองอยู่เป็นประจำ จึงเป็นเรื่องนำของ สุดยอดวิธีหนีความแก่ ที่จะแผ่กิ่งก้านสาขาเป็นอีกหลายวิธี
-
สุดยอดวิธีที่ 2 หาเรื่องใหม่ๆ ทำอยู่เสมอ
ชีวิตคนเราถ้าทำอะไรซ้ำๆ ซากๆ มากเกินไป ย่อมทำให้ชีวิตอับเฉาเป็นธรรมดา
และนั่นคือที่มาของความแก่ที่คนไม่อยากแก่มักไม่ค่อยรู้
เพื่อที่จะดูไม่แก่เกินวัยต้องหาเรื่องใหม่ๆ ทำอยู่เสมอ
อาจจะเริ่มจากเรื่องง่ายๆ ในชีวิตประจำวันของเรา เช่น เคยใช้ยาสีฟันยี่ห้อหนึ่งเป็นประจำ
ก็อาจลองเปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่นที่น่าสนใจดูบ้าง จะช่วยสร้างความตื่นเต้นเล็กๆ ในชีวิตไปอีกแบบ
หรือจะหาเรื่องใหม่ๆ ที่ต้องใช้ทักษะฝึกฝนมากขึ้น เช่น การร้องเพลง
ลองกล้าร้องเพลงในที่สาธารณะดูบ้างแล้วจะรู้ว่าชีวิตจิตใจจะเกิดความภูมิใจ เกิดความมั่นใจ
เกิดความสบายอกสบายใจ
คนเราทั่วๆ ไปได้ฟังเพลงมามากมายในชีวิต และมักจะมีเพลงที่เราคิดว่าชอบฟัง ชอบร้อง
ลองกล้าร้องสักครั้งหนึ่ง ถึงจะไม่ไพเราะเพราะพริ้งมากก็ไม่เป็นไร พอร้องบ่อยๆ ก็จะค่อยๆ ดีขึ้นเอง
ยิ่งสมัยนี้มีคาราโอเกะให้เป็นเวทีฝึกซ้อมอยู่ด้วย ย่อมช่วยให้ง่ายขึ้นเป็นกอง
ลองทำดูแล้วจะรู้ว่าชีวิตแก่ช้าไปอีกหลายวัน
บางคนอาจจะหันมามองหางานใหม่ทำไปเลย ในลักษณะเปลี่ยนอาชีพ เปลี่ยนสายงาน
ก็เป็นการหนีความแก่ได้ดีอีกวิธีหนึ่ง แต่ก็ต้องดูให้ดีว่าเปลี่ยนแล้วชีวิตไม่แย่ลงไปกว่าเดิม
การหาเรื่องใหม่ๆ ทำด้วยการเปลี่ยนงานใหม่ ทำให้เราต้องเรียนรู้งานใหม่
ปรับชีวิตจิตใจรวมไปถึงการใช้ชีวิตให้ฟิตพร้อมที่จะเริ่มอะไรใหม่ๆ
จิตใจจะกระชุ่มกระชวยช่วยให้หนีความแก่ได้ไม่น้อย
-
สุดยอดวิธีที่ 3 เจอคนที่อายุน้อยกว่าบ้าง
มีคนที่อายุน้อยกว่าเป็นเพื่อน จะช่วยทำให้เราต้องเลื่อนไหลไปกับคนที่เราคบหาไม่มากก็น้อย
อาจจะคล้อยตามกันตั้งแต่ความคิดความอ่าน ไปจนถึงการแต่งกาย
คนอายุน้อยกว่าเรา ต้องอยู่ในวัยที่สดใสกว่าเราแน่นอน จะเป็นเครื่องย้อนมาช่วยทำให้เรา
เข้าสู่โลกแห่งความสดใสตามไปด้วย
แค่นี้ก็ช่วยให้คุณไม่ดูแก่เกินวัยไปได้อีกหลายกิโล
-
สุดยอดวิธีที่ 4 อย่างอ้างว่าไม่มีเวลาออกกำลัง
ยุคสมัยนี้จะมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์กันไม่ใช่น้อยว่า การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ
จะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี มีชีวิตจิตใจที่คงความเป็นหนุ่มสาวให้เนิ่นนานอยู่เสมอ
แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่ใช่น้อยไม่ค่อยได้ออกกำลัง โดยอ้างว่าไม่มีเวลา
ทั้งๆ ที่ความจริงทุกคนมีเวลาเท่ากันคือ วันละ 24 ชั่วโมง แต่คนส่วนหนึ่งไม่คิดถึงการจัดสรรเวลา
ปล่อยให้เวลาผ่านไปแบบไร้เป้าหมาย แม้แต่เรื่องง่ายๆ อย่างการออกกำลังกายก็จัดสรรเวลาให้ไม่ได้
คนประเภทนี้ก็สมควรให้ความแก่มาเยือนไวๆ
ส่วนคนที่ไม่อยากให้ความแก่ถามหา อย่าลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็แล้วกัน
-
สุดยอดวิธีที่ 5 ยับยั้งอาหารที่ขาดคุณค่า
การที่คนเราแก่เกินวัยไปก่อนที่ควรจะเป็นนั้น เพราะเราขยันเพาะโรคโน่นโรคนี่ที่ร่างกายของเราโดยไม่รู้ตัว
ด้วยการรับประทานอาหารที่ขาดคุณค่า
อาหารที่ขาดคุณค่านอกจากจะไม่ได้ช่วยเสริมสร้างร่างกายแล้ว ยังมีส่วนช่วยทำลายให้ร่างกายของเรา
ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ อีกด้วย
ที่จริงแล้วเดี๋ยวนี้มีการสื่อสารให้เห็นถึงการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าจะมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร และอาหารที่ขาดคุณค่าจะสร้างปัญหาให้ร่างกายอย่างไรกันเยอะแยะไปหมด
แต่คนจำนวนไม่น้อยก็ยังอดตามใจปากตัวเองไม่ได้ จนเจ็บป่วยเป็นกันสารพัดโรค
คนที่เจ็บไข้ได้ป่วยอยู่บ่อยๆ ย่อมพลอยทำให้ดูแก่เกินวัยไปอย่างแน่นอน
ใครที่ยังไม่อยากแก่ก็น่าจะหาทางยับยั้งอาหารที่ขาดคุณค่าบ้างก็จะดีไม่น้อย
-
สุดยอดวิธีที่ 6 หาเวลาพักผ่อน
ชีวิตร่างกายคนเราก็เหมือนเครื่องจักรที่ต้องการพักผ่อนบ้าง
การพักผ่อนของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน บางคนพักผ่อนด้วยการอ่านหนังสือ บางคนพักผ่อนด้วยการตกปลา
เล่นกีฬา หรือหาเวลานั่งคุยกัน ก็ถือเป็นการพักผ่อนทั้งนั้น
การพักผ่อนช่วยให้เราผ่อนคลายจากความตึงเครียดทั้งจากความคิดและการกระทำ
ใครทำได้เหมาะสม คลื่นลมแห่งความแก่ก็จะไม่แห่มาเยือนเร็วไปนัก
บางคนทึกทักว่า พักผ่อนเมื่อมีเวลาว่างก็เพียงพอ
ขอบอกว่า ไม่พอในกรณีที่ต้องการหนีความแก่
แต่ต้องหาเวลาพักผ่อนไม่ใช่พักผ่อนเมื่อว่าง
อย่างที่บอกแล้วว่าร่างกายก็เหมือนเครื่องจักร ต้องให้พักผ่อนบ้าง จะได้ห่างความแก่สมใจปรารถนา
-
สุดยอดวิธีที่ 7 นอนให้เพียงพอ
ที่จริงแล้วการนอนก็ถือเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่ง ซึ่งควรจะรวมอยู่ในเรื่องการพักผ่อน
แต่ที่แยกออกมาอีกข้อหนึ่ง ก็เพื่อจะชี้ให้เห็นชัดขึ้นว่า การนอนที่เพียงพอจะช่วยชะลอความแก่ได้
เรื่องนี้หนุ่มๆ สาวๆ ยุคใหม่เข้าใจดีกันทุกคนว่า ถ้าร่างกายได้นอนหลับสนิทคืนละ 7-8 ชั่วโมง
จะช่วยจรรโลงหน้าตาให้มีสง่าราศี ไร้สิวฝ้าราคีแบบไม่มีที่ติ
ใครไม่อยากดูหน้าแก่ ก็แก้ด้วยการนอนให้เพียงพอก็แล้วกัน
-
สุดยอดวิธีที่ 8 อย่าต่อล้อต่อเถียง
เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่าการต่อล้อต่อเถียง ย่อมเกิดมาจากการมีปัญหาขัดแย้งกับใครสักคนหนึ่งถึงขั้นมีปากเสียงกัน
ซึ่งย่อมเกิดแรงผลักดันให้เกิดความเครียด
เมื่อความเครียดสะสมมากขึ้นเท่าไหร่ หนทางไปสู่ความแก่ก่อนถึงวัยอันควร ก็ถูกเชิญชวนให้ใกล้เข้ามามากขึ้นเท่านั้น
จึงควรหันหลัง การมีเรื่องกับใคร จะได้ไม่ต้องต่อล้อต่อเถียงเลยจะดีกว่า
-
สุดยอดวิธีที่ 9 หลีกเลี่ยงอารมณ์โกรธ
สุดยอดวิธีนี้ก็ไม่ต่างจากวิธีที่ 8 เท่าไหร่ คือถ้าโกรธเมื่อไหร่ก็จะได้ผลลัพธ์เหมือนกันคือ เครียด
เพียงแต่อาการโกรธ อาจจะไม่จำเป็นต้องมีคู่กรณีมาต่อล้อต่อเถียง แต่อาจจะโกรธเรื่องราวหรือเหตุการณ์ใดๆ
ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก็ได้
การหลีกเลี่ยงอารมณ์โกรธจึงเป็นอีกสุดยอดวิธีที่คงความเป็นหนุ่มสาวไว้ได้นาน
-
สุดยอดวิธีที่ 10 โปรดมองคนอื่นในแง่ดี
การมองคนอื่นในแง่ดี ย่อมเกิดจากผู้ที่มีจิตใจดี และคนที่มีจิตใจดีย่อมทำให้ไม่มีความเครียด
ความอึดอัดคับข้องใจเข้ามาเกี่ยวข้อง
เมื่อเรามองคนอื่นในแง่ดี คนที่ถูกเรามองก็ต้องพึงพอใจ ทำให้เกิดความสุขใจกันทุกฝ่าย
เรื่องง่าย ๆ แบบนี้รับรองหนีความแก่ได้แน่นอน
-
สุดยอดวิธีที่ 11 มีมิตรจิตมิตรใจ
นอกจากมองคนอื่นในแง่ดีแล้ว เราควรเป็นคนมีมิตรจิตมิตรใจอีกด้วย จะช่วยทำให้หัวใจเบิกบาน
เมื่อหัวใจเบิกบาน อาการเครียดก็ไม่ถามหา นั่นหมายถึงว่าความชราก็จะมาเยือนช้าลงด้วย
ความมีมิตรจิตมิตรใจเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ ในจิตใจของเราตลอดเวลาและเป็นเสน่หาที่ควรหาติดตัวไว้ตลอดไป
จะช่วยทำให้ชีวิตมีความสุขมาก ๆ อีกด้วย นอกจากจะช่วยไม่ให้แก่เกินวัย
-
สุดยอดวิธีที่ 12 เดินทางไกลในโลกกว้าง
การเดินทางคือการสั่งสมประสบการณ์ของชีวิต เสริมสร้างความคิดให้ก้าวไกล ทำให้ชีวิตไม่ติดอยู่กับที่ตลอดเวลา
บางคนบอกว่าการเดินทางท่องเที่ยวไกล ๆ เหมือนได้ชาร์จไฟให้ตัวเองดูเปล่งปลั่งเป็นยังเจนเนอเรชั่นอยู่เสมอ
ใครที่เดินทางไกลในโลกกว้างบ่อย ๆ จะยืนยันสิ่งเหล่านี้ได้ดีว่า ชีวิตมีความสุขสนุกไปอีกแบบเมื่อได้เดินทางไกล
แม้บางครั้งจะเหน็ดเหนื่อยไปบ้างก็ตาม แต่ก็สร้างความสนุกสนานรื่นเริงบันเทิงใจ
เมื่อหัวใจมีความสุข ทุกข์ไม่มี ย่อมหนีความเปลี่ยนแปลงของร่างกายก่อนวัยอันควรได้บ้างไม่มากก็น้อยมิใช่หรือ
-
สุดยอดวิธีที่ 13 อย่าสร้างภาระให้ตัวเอง
มีคนจำนวนไม่น้อย ไม่ค่อยบันยะบันยังกับการใช้ชีวิต ชอบลิขิตชีวิตตัวเองให้มีภาระเกะกะเกินความจำเป็นอยู่ตลอดเวลา
โดยไม่รู้ว่าจะค้นหาความพอดีที่ตรงไหน
ทุกช่วงวัยของชีวิตจึงมีภารกิจมากมาย ที่ขวนขวายเข้ามาให้ตัวเองอย่างไม่เกรงใจ ร่างกายที่จะต้องแก่ก่อนวัยโดยไม่รู้ตัว
คนเราเกิดมาทุกคนหนีไม่พ้นที่จะต้องมีภาระ แต่ถ้าจะมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข นั่งลุกสบาย
ต้องเลิกขวนขวายสร้างภาระให้ตัวเอง
ชีวิตที่เกร็ง ๆ แกน ๆ แก่ ๆ ก็จะอยู่แค่ความฝันเท่านั้น
-
สุดยอดวิธีที่ 14 รู้จักเกรงใจ
คำว่าเกรงใจนี้ หลายคนบอกว่าไม่รู้จะใช้คำภาษาอังกฤษว่าอะไรดีถึงจะมีความหมายลึกซึ้งถึงขั้วหัวใจเหมือนคนไทยใช้
เหมือนกับจะบอกว่าฝรั่งไม่รู้จักคำว่าเกรงใจ แต่แท้ที่จริงแล้วฝรั่งบางคนก็มีความเกรงใจเหมือนกัน
แต่อาจจะไม่เข้มข้นเหมือนคนไทย
ทำไมการเกรงใจจึงเป็นอีกสุดยอดวิธีหนีความแก่
เหตุเพราะว่าคนที่รู้จักเกรงใจมักเป็นคนที่มีจิตใจดีเป็นพื้นฐาน
เมื่อเป็นคนจิตใจดี ย่อมจะมีอารมณ์เบิกบาน ไม่เป็นคนที่ควานหาความเครียดมาเข้าตัวง่ายๆ
โอกาสที่จะกลายเป็นคนแก่ก่อนวัยก็จะไม่เกิดขึ้นได้ง่าย
คนที่รู้จักเกรงใจคนอื่นก็มักจะได้รับการเกรงใจตอบกลับมาด้วย ซึ่งจะช่วยให้ความสัมพันธ์ต่อกันเป็นไปด้วยดี
ชีวิตก็จะมีความสุขไปโดยปริยายนั่นเอง
ใครที่คิดว่าตัวเองไม่ค่อยเกรงใจใคร ก็เริ่มปรับเปลี่ยนตัวเองได้ก่อนที่จะสายเกินการณ์
-
สุดยอดวิธีที่ 15 สุดยอดวิธีที่ 15 สนใจแฟชั่น
คนเราพออายุเริ่มมากขึ้นหน่อยก็ปล่อยตัวปล่อยใจ ไม่ค่อยสนใจเรื่องเป็นไปของแฟชั่น
เพราะคิดว่าไม่สำคัญ หรือคิดว่าแฟชั่นเป็นเรื่องของวัยรุ่นเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ควรหันมาสนใจบ้างตามวัย
แต่ก็ไม่ควรมากไปจนถึงกับเว่อร์
แฟชั่นจะช่วยทำให้เป็นคนทันยุคทันเหตุการณ์ ไม่ดูโบราณเกินไป
คนบางคนที่เราพบเห็นทั่วไปก็ดูอายุจริงไม่มากเท่าไหร่ แต่ทำไมดูเหมือนอายุมาก
ย่อมเกิดจากการแต่งกายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เห็นเป็นเช่นนั้น
ใครที่ไม่เคยสนใจความเป็นไปของแฟชั่น ก็ลองหันมาชายตามองดูบ้าง
จะสร้างความกระชุ่มกระชวยช่วยคงความเป็นหนุ่มสาวได้นานแสนนาน
-
สุดยอดวิธีที่ 16 หมั่นยิ้มสม่ำเสมอ
พูดถึงเรื่องยิ้มแล้วน่าจะถือเป็นเรื่องธรรมดาของคนไทย
แต่ปัจจุบันต้องยอมรับว่าของดีที่ติดตัวคนไทยมานานเริ่มเลือนรางไป รวมทั้ง รอยยิ้ม
จากใบหน้าของคนไทยก็หาดูได้ยากลงเรื่อยๆ
ทั้งๆ ที่รอยยิ้มพิมพ์ใจไม่ต้องลงทุนใดๆ ก็ตาม
วันนี้จึงต้องมาหัดยิ้มกันอีกครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่ยังอยากเป็นหนุ่มเป็นสาวไปนานๆ
รอยยิ้มนอกจากจะสร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็นแล้ว ยังสร้างความสุขใจให้กับเจ้าของรอยยิ้มอีกด้วย
จึงไม่ต้องแปลกใจทำไมรอยยิ้มจึงทำให้แก่ช้า เพราะเมื่อจิตใจเป็นสุข ความเครียดก็ไม่เข้ามาเยือน
ความแก่ก็เลือนหายไป
ใครที่ไม่อยากแก่เกินวัยก็ยิ้มเข้าไว้แล้วจะได้ดีเอง
-
สุดยอดวิธีที่ 17 เสนอข้าวของให้ผู้อื่น
ความสุขที่แท้จริงในจิตใจของคนเราส่วนหนึ่งคือ ความสุขที่เกิดจากการให้
ลองนึกย้อนไปถึงวันที่เราให้ข้าวของเงินทองกับใครสักคนด้วยจิตใจที่อยากให้อย่างแท้จริง
เราจะรู้สึกพองในหัวใจ
ทั้งอิ่มเอิบ
ทั้งภาคภูมิใจ
มีความสุขที่ได้ให้
เมื่อใดมีความสุข จิตใจก็สบาย ปลอดโปร่ง โล่งจากเรื่องเครียดๆ ทั้งหลาย
ความสบายใจเหล่านี้ คือ ที่มาของการคงความเป็นหนุ่มสาวไว้
จงเริ่มให้ผู้อื่นบ้างซะแต่วันนี้ เพื่อผลลัพธ์ดีๆ ที่ต้องการ
-
สุดยอดวิธีที่ 18 เป็นผู้ตื่นตลอดเวลา
ตื่นในที่นี้ไม่ได้มีความหมายแค่ตรงข้ามกับหลับเท่านั้น
แต่หมายถึงตื่นตัวต่อการรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ย่างก้าวเข้ามาในชีวิต ไม่ใช่หลับไหลไม่รับรู้อะไรตลอดเวลา
การตื่นตัวจะช่วยให้ร่างกายและจิตใจเคลื่อนไหว ย่อมช่วยให้ความเป็นหนุ่มเป็นสาวยืนยาวอยู่กับเราไปนานๆ
ใครที่ชีวิตมีแต่ความหลับไหล ก็รีบเปลี่ยนใหม่เสียแต่วันนี้ก็แล้วกัน
-
สุดยอดวิธีที่ 19 หาเรื่องสร้างอารมณ์ขัน
ลองสังเกตดูคนที่แก่เกินวัยจะพบว่า ปัจจัยสำคัญคือ ไม่ค่อยมีอารมณ์ขัน
นอกจากไม่มีอารมณ์ขันแล้ว บางครั้งมีอารมณ์เครียดมากเกินไป จนจิตใจห่อเหี่ยวพอๆ กับใบหน้า
ถึงเวลาแล้วสำหรับคนที่ไม่อยากแก่ ควรหาเรื่องสร้างอารมณ์ขันบ้าง
เพราะถ้าเรามีอารมณ์ขันได้เมื่อไหร่ แสดงว่าเราต้องไม่มีเรื่องเครียด ไม่มีเรื่องหนักใจ
เมื่อไม่มีเรื่องเครียด โอกาสที่ความแก่จะเบียดเข้ามาใกล้ชิดเราก็จะน้อยไปด้วย
-
สุดยอดวิธีที่ 20 ขยันเป็นนิจ
คนที่เราเห็นดูหนุ่มสาวกว่าอายุจริง จะมีเคล็ดลับอยู่อย่างหนึ่ง ซึ่งคนอื่นมักไม่ค่อยรู้คือ เป็นคนขยัน
คนขยันมักจะเป็นคนชอบเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
ทั้งเคลื่อนไหวสมองและร่างกาย
ใครอยากเป็นหนุ่มสาวนานๆ อย่ามองผ่านคำว่า ขยัน รับรองว่าเป็นจริงแน่นอน
-
สุดยอดวิธีที่ 21 ฟิตหัวใจให้ตื่นตัว
หัวใจคนเราก็เหมือนร่างกาย ถ้าขาดความฟิตเมื่อไหร่ ก็จะดูอ่อนเปลี้ยเพลียแรง
ความเป็นหนุ่มสาวหรือเฒ่าชะแรแก่ชราไม่ใช่อยู่ที่ร่างกายเท่านั้น หัวใจก็เป็นส่วนสำคัญ
บางคนถึงอายุจริงจะแก่แต่หัวใจยังฟิตอยู่ก็ดูเหมือนหนุ่มสาวได้เหมือนกัน
ขณะที่บางคนหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว แต่หัวใจเหี่ยวก่อนวัย ก็ดูกลายเป็นแก่เกินวัยไปก็มี
อย่าลืม ฟิตหัวใจให้ตื่นตัว ถ้าคุณเป็นโรคกลัวความแก่
-
สุดยอดวิธีที่ 22 ไม่ควรกลัวความลำบาก
คนที่อยากคงความเป็นหนุ่มสาวไว้นานๆ ต้องผ่านความยากลำบากในชีวิตบ้าง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง
พวกที่เกรงกลัวความลำบากมากเท่าไหร่ ชีวิตก็จะมีความอับเฉา เอาตัวไม่รอดมากเท่านั้น
พอนานวันเข้าก็เข้าขั้นแก่เกินวัยโดยไม่รู้ตัว
ใครกลัวความลำบาก ระวังจะแก่เกินวัยไว้ด้วยก็แล้วกัน
-
สุดยอดวิธีที่ 23 ไม่ฝากชีวิตไว้กับผู้อื่น
คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างแท้จริง มักเป็นคนประเภทสู้ด้วยลำแข้งของตัวเอง
คนพวกนี้จะมีความภาคภูมิใจ สุขใจในวิถีชีวิตของตัวเอง
แตกต่างจากพวกที่ฝากชีวิตไว้กับผู้อื่น ที่อาจจะมีสุข แต่ก็เป็นสุขแบบเซ็งๆ บางคนก็สุขแบบหงอยๆ
ไม่ค่อยภาคภูมิใจในตัวเอง
ความไม่ภาคภูมิใจในตัวเองจะมีส่วนช่วยเร่งให้ความเป็นหนุ่มเป็นสาวหายไปไวกว่ากำหนด
นึกถึงกฎเกณฑ์ข้อนี้ไว้บ้างก็ดี สำหรับผู้ที่อยากคงความเป็นหนุ่มสาวนานๆ
-
สุดยอดวิธีที่ 24 ชื่นชมคนอื่นเมื่อถึงเวลา
การที่คนๆ หนึ่งจะชื่นชมใครนั้น ต้องแสดงว่าคนๆ นั้นต้องเป็นคนที่มีจิตใจดีงามพอสมควร
คนที่มีจิตใจดีงามก็จะมีความผ่องใสในอารมณ์ และอารมณ์ที่ผ่องใสย่อมทำให้ไม่เครียด
คนเราลองไม่เครียดซะอย่าง หนทางเป็นหนุ่มเป็นสาวนานๆ ย่อมไม่หนีไปไหนอยู่แล้ว
อย่าลืมชื่นชมคนอื่นบ้าง เพื่อสร้างความสุขในใจเราและในใจเขาผู้ถูกชื่นชม
-
สุดยอดวิธีที่ 25 พิจารณาคุณความดีของตัวเอง
คนเราบางคนเฝ้ามองแต่ข้อเสียของตัวเอง จนจิตใจเศร้าหมอง
เมื่อจิตใจเศร้าหมอง ก็ลองคิดดูว่าจะไม่แก่เกินวัยได้ยังไง
ต้องเปลี่ยนใหม่ หันมามองเห็นคุณความดีของตัวเองบ้าง
แล้วจะรู้ว่ากำลังใจที่ได้จากการมองเห็นความดีของตัวเอง จะช่วยเร่งให้ความเป็นหนุ่มสาวคงทนได้ดีขนาดไหน
ใครที่ปฏิบัติได้ทั้ง 25 สุดยอดวิธีนี้ รับรองว่าความเป็นหนุ่มเป็นสาวจะไม่หนีไปไหนไวๆ
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับใจของคุณเท่านั้น!
(update 15 กรกฎาคม 2003)
[ ที่มา...
กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 16 ฉบับที่ 5469 (358) วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2546 ]
|