เป็นเรื่องง่ายมากที่จะหลอกขายของให้คนไทย เพราะบ้านเมืองนี้สร้างกระแสง่าย
เสร็จแล้วผู้คนก็จะเฮโลกันไปจับจ่าย โดยไม่พินิจพิเคราะห์ให้ดี "ใกล้หมอ" จึงขอเรียนไว้ล่วงหน้าว่า ข้อมูลการชะลอความแก่ที่เสนอในฉบับนี้ไม่ได้ตั้งใจจะมาทำหน้าที่แทนคุณหมอ
กล่าวคือ เป็นเรื่องราวที่ให้อ่านเป็นสาระบันเทิง หากจะปฏิบัติตามก็ขอให้ทำภายใต้คำแนะนำของคุณหมอ
โดยไปไถ่ถามกันให้เข้าใจก่อนไปซื้อหามาใช้
บทความนี้จะมีเรื่องเกี่ยวกับยา สมุนไพร อาหารเสริม หรือการผ่าตัดเพื่อชะลอความแก่
หรือให้กลับเป็นหนุ่มสาว ซึ่งแต่ละวิธียังไม่ได้รับการพิสูจน์ยืนยันว่าช่วยชะลอความแก่
แต่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าสิ่งเหล่านี้มีศักยภาพที่จะชะลอความแก่ได้
ตัวอย่างสารช่วยชะลอความแก่
คำนี้มีชื่อทางเคมีอีกชื่อหนึ่งคือ Selegilene Hydrochloride ซึ่งมีจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาในชื่อการค้าว่า
"Eldepryl" และมีข่าวว่ามีขายทางไปรษณีย์ด้วย จากงานวิจัยทางคลินิกหลายงานพบว่า Deprenyl
ทำให้คนไข้โรคพาร์กินสันและอัลไซเมอร์มีอาการดีขึ้น แต่ในบางงานวิจัยก็ยังให้ผลไม่ชัดเจน
หลักฐานที่บ่งชี้ว่า Deprenyl อาจชะลอความแก่เกิดจากงานวิจัยในเนื้อเยื่อเพาะเลี้ยงที่พบว่า
มันช่วยปกป้องเซลล์สมองจากการถูกสารพิษ (Neurotoxin) เพิ่มระดับเอ็นไซม์ต้านออกซิเดชั่น
ลดระดับของเอ็นไซม์ MAO-B (Dopamine Degrading Enzyme Monoamine Oxidase-B)
และยืดอายุขัยของหนูทดลอง
- HMG (Human Growth Hormone)
ฮอร์โมนเพื่อการเจริญเติบโต (GH หรือ HMG) ที่ปรากฏรายละเอียดในอันเนื่องมาจากปก ฉบับนี้นั้น มีสรรพคุณช่วยทำนุบำรุงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและช่วยเสริมสร้างพลังกล้ามเนื้อให้แข็งแรง
เนื่องจากระดับฮอร์โมนนี้จะลดลงไปตามอายุ นักวิทยาศาสตร์จึงแสดงให้เห็นว่า
การฉีดฮอร์โมน GH อย่างสม่ำเสมอจะช่วยนำความหนุ่มความสาวกลับคืนมา
อย่างน้อยก็ในเรื่องของความกระฉับกระเฉงและความรู้สึกหนุ่มหรือสาวขึ้น
แถมยังมีงานวิจัยจากรัฐดาโกตาเหนือของสหรัฐอเมริกาที่สร้างความหวังให้แก่คนแก่ทั้งหลายว่าฮอร์โมน GH นี้
เพิ่มอายุขัยให้แก่หนูทดลองที่สูงอายุหากฉีด GH ให้แต่น่าเสียดายที่งานวิจัยดำเนินไปไม่ถึงเป้าหมาย
เพราะฮอร์โมนหมดเสียก่อน มูลนิธิยืดอายุ (Life Extension Foundation) จึงแสดงเจตนาว่า
จะทำการศึกษาอายุขัยของหนูทดลองเมื่อได้รับ GH ว่าจะเป็นอย่างไร โดยการวิจัยนี้จะทำที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียที่ริเวอร์ไซต์
อีกวิธีหนึ่งซึ่งจะช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมน GH ในร่างกายก็โดยรับประทานสารอาหารกระตุ้นการหลั่ง GH
เช่น อาร์จินิน (Arginine) และออร์นิทีน (Ornithine) ขณะนี้มีบริษัทหลายเจ้าที่กำลังพัฒนาสารกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน GH
- DHEA (Dehydroepiandrosterone)
เป็นฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตที่จะกลายเป็นสเตียรอยด์ฮอร์โมน เช่น ฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone)
และฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน นักวิจัยพบว่า ระดับ DHEA จะลดลงเมื่อคนเราแก่ตัวลง
มีหลายงานวิจัยที่แสดงว่า การรับประทาน DHEA ทำให้ระบบประสาททำงานดีขึ้น
ทำให้ภูมิคุ้มกันดีขึ้นและโรคจากความเครียดลดลง อีกทั้งสามารถใช้ป้องกันมะเร็งบางอย่าง
และโรคหัวใจและหลอดเลือด มีงานวิจัยทางคลินิกงานหนึ่งที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ที่ซานดิเอโก้
ซึ่งนักวิจัยพบว่าการรับประทาน DHEA วันละ 50 มก. ทุกวันเป็นเวลา 6 เดือน จะช่วยเพิ่มมวลร่างกาย (Lean Bodymass)
และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ แล้วยังทำให้รู้สึกดีขึ้น ทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย
การวิจัยดูอายุขัยจากการให้ DHEA ในหนูทดลองของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งบอกว่า DHEA
ไม่เพิ่มอายุขัยแต่ยังไม่ได้ตีพิมพ์อย่างเป็นทางการ
ท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่า ยาหรือสารอาหารใดๆ ที่มีเค้าว่าจะช่วยลดความแก่มักจะมีงานวิจัยที่ค้านกัน
เพราะผลการใช้ยังไม่ชัดเจนเหมือนขาวกับดำ จึงต้องติดตามดูต่อไปโดยอย่าเพิ่งเฮโลไปซื้อมากิน
เมลาโตนินเป็นฮอร์โมนที่สร้างโดยต่อมไพเนียลซึ่งอยู่ใต้สมองมีคุณสมบัติเป็นสารต้านออกซิเดชั่นที่แรง
และมีผู้ให้ฉายาฮอร์โมนนี้ว่าเป็นตัวสร้างนาฬิกาแห่งการแก่ตัวลงให้แก่มนุษย์
แต่ละคืนต่อมไพเนียลจะปล่อยฮอร์โมนออกมาตามหน้าที่ที่กำหนดไว้ คือจัดนาฬิกาชีวิตให้คนเรานอนหลับ
และฟื้นจากความเหนื่อยล้า
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยพบว่า เมลาโตนินอาจมีฤทธิ์ต้านมะเร็งงานวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่า
มันช่วยยืดอายุได้
เป็นสารประกอบคล้ายกรดอะมิโนที่กระตุ้นให้เกิดพลังงานและแสดงสรรพคุณของการเพิ่มความจำ
ในการเรียนรู้ของผู้สูงอายุหรือในคนที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ รวมทั้งการเสริมความแข็งแรงให้แก่กล้ามเนื้อหัวใจ
ความเชื่อที่ว่า ALC อาจชะลอความแก่เกิดจากหลักฐานที่ว่า ALC ทำให้หน่วยไมโตคอนเดรีย (Mitochondria)
ในเซลล์ทำงานดีขึ้น อันไมโตคอนเดรียนั้นเป็นเสมือนแหล่งพลังงานของเซลล์ที่มีความจำเป็น
ต่อกระบวนการทุกอย่างของสิ่งมีชีวิต นักวิทยาศาสตร์คาดว่า เมื่อไมโตคอนเดรียทำงานถดถอยลง
ก็จะเป็นสาเหตุของแก่ตัวของมนุษย์ แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผลของ ALC
ต่ออายุขัยและการชะลอความแก่กำลังอยู่ในระหว่างการทดลอง
เป็นสารประกอบกระตุ้นพลังงานที่มีคุณสมบัติคุ้มครองหัวใจที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและรักษาโรคหัวใจ
และมะเร็งมากชนิด งานวิจัยเพื่อดูอายุขัยในหนูทดลองพบว่า อายุจะยืนยาวขึ้นร้อยละ 50 ถ้าฉีดสาร CoQ10
ในอีกงานวิจัยหนึ่งที่ศูนย์แพทย์ยูซีแอลเอ พบว่า อายุขัยเฉลี่ยของหนูเพิ่มขึ้น เมื่อให้สาร CoQ10
ขนาดสูงๆ ทั้งสองงานวิจัยนี้หนูทดลองที่ได้ CoQ10 ดูมีสุขภาพดี แม้จะแก่ตัวลงมาก
ขณะนี้นักวิจัยกำลังประเมินผลของ CoQ10 ว่าจะมีผลยืดอายุหนูได้จริงหรือไม่
กรดอัลฟ่า-ไลโปอิค หรือชื่อสั้นๆ ว่า กรดไลโปอิค เป็นสารต้านออกซิเดชั่น
ที่ทรงพลังในการต่อสู้กับอนุมูลอิสระที่ปรากฏอยู่ในไมโตคอนเดรีย ภายในเซลล์ นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่าอนุมูลอิสระภายในไมโตคอนเดรียมีบทบาทสำคัญในการทำให้คนแก่ตัวลง จึงตั้งทฤษฎีว่าถ้าให้สารยับยั้งออกซิเดชั่นอย่างกรดไลโปอิคก็น่าชะลอความแก่ได้
กรดไลโปอิคยังช่วยรีไซเคิลวิตามินอี ให้กลับเป็นรูปเดิมหลังจากวิตามินอี
ไปล้างพิษอนุมูลอิสระเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังมีหลักฐานว่าช่วยลดความเสียหาย
เวลาร่างกายมีน้ำตาลในเลือดมากไป ซึ่งอาจทำให้คนไข้เบาหวานดีขึ้น
สารนี้ก็กำลังอยู่ในระหว่างการวิจัยดูว่าจะชะลอความแก่ได้หรือไม่
Cysteine เป็นกรดอะมิโนชนิดที่ร่างกายไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ แต่ก็ใช้ในการสังเคราะห์โปรตีน
งานวิจัยเบื้องต้นจากประเทศโรมาเนีย บอกว่า Cysteine ช่วยยืดอายุขัยของสัตว์ทดลองแต่งานวิจัยดังกล่าว
ยังขาดการติดตามผล ส่วน Procysteine ดัดแปลงจาก Cysteine ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ปลอดภัยและแรงกว่า Cysteine
กรดอะมิโนทั้ง 2 ตัวนี้มีบทบาทในการสังเคราะห์กลูตาไธโอน (Glutathione) ซึ่งเป็นสารต้านออกซิเดชั่นที่ทรงพลัง
ในทุกเซลล์ของร่างกาย ทำให้โปรตีนต่างๆ กลับเข้าสู่โครงสร้างที่ถูกต้อง ระดับของกรดอะมิโนทั้งสองนี้ลดลง
เมื่อคนเราแก่ตัวลง จึงมีการนำไปศึกษาวิจัยดูว่าจะช่วยชะลอความแก่ได้หรือไม่
NADH เป็นโคเอ็นไซม์ในกลุ่ม Nicotinamide Adenine Dinucleotide
ที่ช่วยเอ็นไซม์ผลิตพลังงานภายในไมโตคอนเดรีย อันเป็นแหล่งพลังงานของเซลล์
สารนี้มีบทบาทสำคัญในการสร้าง ATP (Adenosine Triphosphate)
ซึ่งเป็นตัวพลังงานของร่างกายแพทย์ที่ทวีปยุโรปใช้สารนี้บำบัดคนไข้โรคพาร์กินสัน
และอัลไซเมอร์และกำลังนำไปศึกษาดูว่าจะมีผลชะลอความแก่ได้ไหม
Lycopene เป็นสารที่อยู่ในครอบครัวเดียวกับ Beta-Carotene ที่มาจากเม็ดสีในพืชที่ชื่อว่า Carotenoid
ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 600 ชนิด โดยมี Lycopene และ Carotene เป็นสารสำคัญที่สุดในกลุ่มสารดังกล่าว
เป็นเม็ดสีที่ช่วยทำให้ใบไม้ มะเขือเทศ และพืชต่างๆ มีสีสดใส Lycopene เป็นสารที่คาดว่าน่าจะมีศักยภาพ
ต้านความแก่ได้ดีที่สุดในกลุ่ม เพราะขยันและเก่งในการเก็บกินอนุมูลอิสระ
นักวิจัยพบว่าสารนี้ชะลอระดับลงเวลาคนเราแก่ตัวลง จึงนำไปทดลองดูว่าจะยืดอายุคนได้หรือไม่
เป็นสารประกอบละลายในไขมันที่ทำหน้าที่ปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ไม่ให้ถูกอนุมูลอิสระทำร้าย
มีคุณสมบัติดีๆ หลายอย่าง เช่น จับคู่กับซีเลเนียมในการคงฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่น
ร่วมมือกับแร่ธาตุบางอย่างเสริมภูมิคุ้มกัน มีงานวิจัยในคนที่ทำให้เชื่อว่า การับประทานวิตามินอี เป็นประจำจะลดโอกาสเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย อีกทั้งป้องกันมะเร็งได้หลายอย่าง
อีกงานวิจัยหนึ่งพบว่า วิตามินอีและซีเมื่อให้พร้อมกันจะลดการตายจากทุกสาเหตุ ขณะนี้นักวิจัยจึงศึกษาวิตามินอี
ว่าจะช่วยยืดอายุได้ไหม
- วิตามินบี 5 (Pantothenic Acid)
หนูทดลองที่ได้รับวิตามินบี 5 จะมีอายุขัยเฉลี่ยยาวกว่า หนูธรรมดาร้อยละ 19
คล้ายกับวิตามินบี 5 คือ ทำให้อายุขัยเฉลี่ยของสัตว์ทดลองยาวออก
- สารต้านออกซิเดชั่นแบบสังเคราะห์
หลังจากพบทฤษฎีว่า อนุมูลอิสระทำให้คนเราแก่ตัวลง จึงมีงานวิจัยมากมายที่จะนำมายืดอายุขัย
โดยใช้สารต้านออกซิเดชั่นแบบสังเคราะห์ เช่น
- BHT (Butylated Hydroxytoluene)
- E Thoxquin (Dihydroethoxy Trimethylquinolone)
- Z-Mercapto-Ethylamine (Z-MGA)
- NDGA (Nordihydroguargtic Acid)
ปรากฏว่าสารเหล่านี้ยืดอายุขัยของสัตว์ทดลองได้สูงถึงร้อยละ 61
แต่นักวิจัยกลัวฤทธิ์ข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์จากสารเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Ethoxyquin
และ NDGA มาก จึงไม่ได้นำมาใช้ทั่วไป
เป็นยารักษาโรคพาร์กินสันแต่มีงานวิจัยพบว่า ทำให้หนูทดลองมีอายุขัยยาวขึ้นร้อยละ 50
ถ้าให้ L-Dopa ขนาดสูงๆ
- การจำกัดแคลอรี (Calorie Restriction)
นักวิจัยเรียนรู้มากว่า 70 ปีแล้วว่า อาหารที่จำกัดแคลอรี แต่อุดมด้วยสารอาหารจะช่วยยืดอายุขัยของสัตว์ทดลอง
จึงมีงานวิจัยกว่า 200 ชิ้นที่ยืนยันประสิทธิผลของการกำจัดแคลอรี (โภชนาการน้อยแต่ไม่เป็นทุโภชนาการ)
ในสัตว์ทดลองหลายสารพันธุ์ และขณะนี้กำลังทดลองในลิงและคน
สมาคมศัลยแพทย์เสริมสวยแห่งอเมริกา (ASAPS) สำรวจพบว่า ปีที่แล้วมีชาวอเมริกันเกือบ 120,000 คน
ไปให้หมอผ่าตัดดึงหน้าและคงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทศวรรษนี้ เพราะกระแสสังคมผลักดันให้ต้องไปดึงหน้า
จะได้มีรอยเหี่ยวย่นน้อยลง นอกจากการผ่าตัดดึงหน้าแล้ว ยังมีการผ่าตัดเสริมสวยที่ทำให้ร่างกายดูดีขึ้น
ในชาวอเมริกันถึงปีละ 8.5 ล้านคน ทั้งๆ ที่การผ่าตัดเสริมสวยเป็นเพียงการลบรอยเหี่ยวย่น
หาใช่การยืดอายุแต่อย่างใด
(update 4 มิถุนายน 2003)
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 1 กุมภาพันธ์ 2546 ]
|