วัยทอง ผ่องใสด้วยเอ็กเซอร์ไซด์


จากองค์ความรู้ที่วงการแพทย์ศึกษาวิจัยและประมวลมาร่วมกับประสบการณ์ของผู้คนทั่วโลกได้ปรากฏชัดเจนแล้วว่า เมื่อคนเราแก่ตัวลง สังขารถดถอยจนอาจทำงานได้ไม่มากเท่าคนหนุ่มสาว แต่ก็สามารถมีสุขภาพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีไม่แพ้คนหนุ่มสาวได้ ซึ่งหนึ่งในเคล็ดลับของการได้มาซึ่งสถานะดังกล่าวคือ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายว่า ทั้งๆ ที่ประโยชน์จากการออกกำลังกายเป็นที่ทราบและยอมรับทั่วโลกแล้ว แต่ยังมีผู้สูงอายุประมาณร้อยละ 70 ที่ยังนั่งๆ นอนๆ ซึ่งอย่าว่าแต่จะไม่ออกกำลังกายเลย ลำพังแค่เพิ่มการใช้กำลังกายก็ยังได้ประโยชน์ต่อร่างกายแทนที่จะนั่งเก้าอี้โยกทอดหุ่นอยู่ทั้งวัน

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยป้องกัน
  • โรคเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ
  • ความดันโลหิตสูง
  • สโตร๊ค
  • เบาหวาน
  • โรคซึมเศร้า
  • มะเร็งบางชนิด
คนที่มีสุขภาพสมบูรณ์หรือคนที่ฟิตนั้นจะมีโอกาสเป็นโรคเรื้อรัง หมดสภาพ หรือทุพลลภาพจนต้องพึ่งพาคนอื่นน้อยกว่า
1. การใช้ชีวิตแบบนั่งๆ นอนๆ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเส้นเลือดหัวใจตีบเป็น 2 เท่า และคนที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สามารถลดหรือป้องกันภาวะความดันโลหิตสูงได้อีกต่างหาก นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยลดระดับไขมันตัวร้ายในกระแสเลือดได้แก่ ไขมัน LDL ขณะเดียวกันจะช่วยเพิ่มไขมันพระเอกคือ HDL
2. โรคเบาหวานจะเกิดน้อยลงในคนที่ออกกำลังกายหรือคนที่เป็นอยู่แล้ว ก็จะมีอาการเบาลงถ้าออกกำลังกายสม่ำเสมอ
3. น้ำหนักตัวของผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะลดลงปีละ 5-10 ปอนด์ (ราว 2-5 กิโลกรัม) เพียงแค่เพิ่มการเดินออกกำลังกายวันละราว 2 กิโลกรัม
4. ความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งบางชนิดจะลดลงภายหลังการออกกำลังกายเป็นประจำ
5. ภาวะกระดูกพรุน ซึ่งทำให้ร่างกายหญิงและชายสูงอายุสูญเสียมวลกระดูกชะลอตัว และกลับดีขึ้นได้จากการออกกำลังกาย เสริมด้วยอาหารที่เหมาะสม
6. ภาวะข้ออักเสบซึ่งทำให้ข้อติดและเจ็บปวดจนไม่อยากขยับตัวนั้นจะดีขึ้น ถ้าออกกำลังกายหรือบริหารกายอย่างถูกต้อง
ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดในชีวิตประจำวันก็คือ การเป็นผู้สูงอายุที่สามารถช่วยตัวเองได้ เวลาไปจับจ่ายกับข้าวที่ตลาดหรือซูเปอร์มาเก็ตก็สามารถเข็นรถหรือหิ้วกระเป๋าเองได้ เวลาจะอาบน้ำก็ทำเอง ขึ้นลงจากรถตลอดจนเดินเหินโดยไม่ต้องกลัวหกล้ม

ความฟิตจะช่วยให้ผู้สูงอายุมีความเป็นอิสระและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ข้อมูลสำคัญจากการวิจัยและแนวทางปฏิบัติที่แนะนำโดยศูนย์ควบคุมโรค (CDC) ของสหรัฐอเมริกา สมาคมโรคหัวใจอเมริกัน สมาคมเวชศาสตร์การกีฬาของอเมริกาและองค์กรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องพอสรุปได้ว่า
  • ผู้คนทุกวัยล้วนได้ประโยชน์จากการใช้กำลังกาย ผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดีก็จะได้ประโยชน์มากพอกับคนหนุ่มสาว
  • ความถี่และจำนวนเวลาของการใช้กำลังกายมีความสำคัญกว่าระดับความหักโหมของการออกกำลังกาย เช่น การออกกำลังกายหักโหมปานกลางอย่างการเดินเร็วๆ ก็ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ ถ้าหากทำทุกวันหรือเกือบทุกวันในหนึ่งสัปดาห์
  • กิจกรรมการใช้กำลังกายปกติประจำวัน รวมทั้งร่างกายจากการออกกำลังกายอย่างเป็นทางการ ล้วนเสริมประโยชน์ซึ่งกันและกัน แม้แต่การเดินขึ้นลงบันได เอาถุงขยะไปทิ้งนอกบ้าน การทำสวน การทำความสะอาด การจับจ่ายข้าวของ การดูดฝุ่น การทำเตียง และการตัดหญ้า ก็ล้วนเสริมประโยชน์ให้ร่างกาย
สังขารของการแก่ตัวลงตามปกติจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายวิภาคและสรีรวิทยา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสูญเสียกล้ามเนื้อกระดูกและความสามารถในการใช้ออกซิเจน อย่างเช่น ผู้ชายจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อประมาณร้อยละ 10 ในแต่ละทศวรรษที่แก่ตัวลงหลังอายุ 65 ปี ในขณะที่ผู้หญิงจะสูญเสียแร่ธาตุในกระดูกไป ร้อยละ 35-50 เมื่ออายุ 90 ปี อย่างไรก็ตาม งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า การออกกำลังกายจะช่วยชะลอการสูญเสียกระดูกและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ รวมทั้งกล้ามเนื้อหัวใจ

ความสามารถของปอด หัวใจและเส้นโลหิตในการปล่อยออกซิเจนไปให้แก่กล้ามเนื้อระหว่างการใช้ออกกำลังกาย เรียกว่า ความจุทางแอโรบิก (Aerobic capacity) ซึ่งในคนทั่วไปจะถึงจุดสูงสุดตอนประมาณอายุ 20 ปี และลดลงร้อยละ 1 ต่อปีไปจนเหลือครึ่งเดียวตอนอายุ 80 ปี แต่งานวิจัยหนึ่งแสดงผู้ใหญ่น้ำหนักปกติที่ไม่อยู่นิ่ง จะสูญเสียความจุทางแอโรบิกเพียงร้อยละ 7 เมื่อย่างเข้าสู่วัย 70 ปี

ออกกำลังกายเท่าไรจึงจะทำให้สุขภาพดีขึ้น ?

นับเป็นคำถามที่หลายคนสนใจอยากทราบ คำตอบง่ายๆ คือ ทำเท่าที่จะทำให้ร่างกายมีความฟิต พอที่จะประกอบกิจวัตรประจำวันได้ดีพอ สามารถร่วมกิจกรรมนันทนาการได้อย่างดี ลดความเสี่ยงต่ออะไรต่อมิอะไรที่มากับความแก่

ตัวอย่างของความไม่ฟิตคือการนั่งๆ นอนๆ ทั้งวัน พอจะทำอะไรหน่อยก็รู้สึกเหนื่อยง่าย ไม่สามารถทำอะไรได้ทันคนอื่นที่อยู่ในวัยไล่เลี่ยกัน พอเหนื่อยง่ายก็ลังเลพาลพะโรเลิกทำกิจกรรมที่ใช้กำลังกาย อย่างนี้เรียกว่าคนไม่ฟิต

ข้อแนะนำใหม่บอกว่า ควรออกกำลังกายระดับหักโหมน้อยถึงปานกลางอย่างน้อย 30 นาที สัปดาห์ละเกือบทุกวัน ประกอบระดับของการออกกำลังกาย (7-19)





มาตรวัดระดับการออกกำลังกาย (Perceived exertion scale)
6
7
เบาโหวง
8
9
เบามาก
10
11
เบาพอควร
12
13
หักโหมพอควร
14
15
หักโหม
16
17
หักโหมมาก
18
19
หักโหมมาก
20
      ระดับ 11-14
      คือเป้าหมายของการออกกำลังกาย


(update 28 กันยายน 2000)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 6 กรกฎาคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600