วัยอุแว้ กับโรคลำไส้อักเสบ


ด้วยจดหมายของคุณแม่ท่านหนึ่งที่เขียนเข้ามาเล่าถึงประสบการณ์จริงที่ลูกน้อยต้องเผชิญกับโรคลำไส้อักเสบ ซึ่งมีแง่มุมน่าคิดสำหรับคนเป็นพ่อแม่มากทีเดียว ดังนั้นทีมงานจึงขออนุญาตนำข้อเขียนดังกล่าวมานำเสนอ พร้อมขอความเห็นจาก คุณหมอสังคม จงพิพัฒน์วณิชย์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

" เมื่อลูกอายุได้เดือนเศษ มีความจำเป็นต้องฝากให้คุณย่าเลี้ยง เพราะต้องออกไปทำงานต่างจังหวัด ด้วยความหวังดีคุณย่าจึงป้อนอาหารเสริมข้าวบดกับกล้วยครูดให้กับลูกชาย แม้ลูกจะไม่ยอมกินท่านก็บังคับ เพราะว่ากลัวเด็กจะหิว ซึ่งดิฉันไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่านมเพียงอย่างเดียวก็น่าจะเพียงพอแล้ว

หลังจากนั้นเพียง 3 วันลูกชายอุจจาระออกมเป็นมูกสีแดง จึงเก็บอุจจาระลูกและรีบพาลูกไปหาหมอ คุณหมอบอกว่าลูกชายเป็นลำไส้อักเสบ เพราะระบบย่อยของเด็กทำงานไม่เต็มที่ จึงทำให้อวัยวะภายในต้องทำงานหนัก แต่ก็ไม่เป็นอะไรมากและให้กลับมากินนมได้เหมือนเดิมค่ะ

จึงอยากฝากเรื่องนี้ไว้เป็นข้อคิดให้คุณแม่ทั้งหลายว่า ควรให้อาหารลูกตามวัยของเขา ไม่อย่างนั้นอาจเป็นอย่างลูกดิฉันได้"

วราภรณ์ แก้วพินิจ (แม่น้องภูเขา)/จ.ภูเก็ต


  • ต้นเหตุ ลำไส้อักเสบ

    โรคลำไส้อักเสบเกิดจากการอักเสบของลำไส้เนื่องจากเชื้อโรค เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อโรคบิด เชื้อไทฟอยด์ เป็นต้น ซึ่งลำไส้ได้รับเข้าไปจากอาหารที่ไม่สะอาด หรือมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคดังกล่าว ทำให้ลำไส้อักเสบเป็นแผล จนเกิดอาการท้องเสียและถ่ายเป็นมูกเลือด

    ในกรณีของน้องภูเขา อาจเกิดจาก คุณย่าหรือคนในบ้านมีอาการท้องเสียแล้วล้างมือไม่สะอาด หรือภาชนะที่เตรียมไว้ไม่สะอาดจนเกิดการปะปนเชื้อโรคลงไป มีการจัดเก็บอาหารไม่ดีมีแมลงวันตอม จนทำให้อาหารนั้นไม่สะอาด

    วิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ ควรล้างมือและภาชนะที่ใช้ให้สะอาด เตรียมและเก็บอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ทุกคนในครอบครัวก็จะปลอดภัยจากโรคลำไส้อักเสบครับ


  • อันตรายจากลำไส้อักเสบ

    โรคนี้จะทำให้เกิดอาการท้องเสีย ถ่ายเหลว ซึ่งถ้ามีการถ่ายบ่อยและถ่ายอุจจาระในปริมาณมาก จะทำให้เสียน้ำและเกลือแร่ที่ออกไปกับอุจจาระ หากร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรุนแรง ก็จะทำให้ความดันเลือดต่ำหรือช็อก ซึ่งเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

    ในบางรายที่ลำไส้ถูกเชื้อโรคไชเป็นแผลจนถ่ายเป็นเลือดหรือมูกเลือด เชื้อโรคนั้นก็อาจแพร่กระจาย เข้าไปในกระแสเลือด ทำให้เกิดโลหิตเป็นพิษได้ ฉะนั้นหากสังเกตว่าลูกถ่ายรุนแรงและบ่อยก็ควรรีบพาลูกไปหาหมอรักษา อย่ามัวรีรอหรือซื้อยามารักษาเอง อันตรายมากนะจะบอกให้


  • กรณีน้องภูเขา…ตัวอย่างความเข้าใจผิด

    เนื่องจากทารกในวัยแรกเกิดจนถึง 6 เดือนนั้น อาหารหลักคือ นมแม่ หรือนมผสมสำหรับทารกที่ใช้แทนนมแม่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นสำหรับคุณแม่ที่ไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมตัวเองได้ ซึ่งหากทารกวัยนี้ได้รับนมในปริมาณที่เพียงพอ ก็จะมีสารอาหารครบถ้วน 5 หมู่ เพียงพอต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอาหารเสริมดังที่คุณย่าเข้าใจผิด

    โดยทั่วไปเราจะฝึกให้เด็กกินอาหารเสริมเมื่ออายุ 3-4 เดือน เพื่อให้เด็กมีเวลาฝึกและคุ้นเคยกับอาหารเสริม จนกระทั่งเมื่ออายุ 6 เดือน เด็กก็จะสามารถกินอาหารเสริมได้ 1 มื้อ เมื่ออายุ 8-9 ดือน 2 มื้อ และอายุ 9-12 เดือน 3 มื้อครับ


  • ผลเสียแน่ถ้าเริ่มอาหารเสริมเร็วเกินไป

    ทารกที่อายุน้อยกว่า 3 เดือน ยังไม่มีน้ำย่อยสำหรับย่อยข้าวหรือแป้ง จึงทำให้น้องภูเขาที่อายุเพียงเดือนเศษ ไม่สามารถย่อยข้าวหรือแป้งได้ การให้อาหารเสริม เช่น ข้าวบด หรือกล้วยครูดแก่ทารกที่อายุน้อยกว่า 3 เดือน จะทำให้ท้องอืดและอิ่มจนดื่มนมได้น้อยลง ซึ่งนานวันเข้าก็จะทำให้ทารกได้รับพลังงานและสารอาหารไม่เพียงพอ เป็นโรคขาดอาหาร ร่างกายไม่เจริญเติบโต ไม่แข็งแรง และอาจมีพัฒนาการทางสมองและสติปัญญาช้ากว่าปกติ

    ดังนั้นการให้อาหารเสริมเร็วเกินไป ไม่ได้ช่วยให้เติบโตหรือพัฒนาเร็วขึ้นอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด อีกทั้งยังมีผลเสียต่อร่างกาย และสมองอีกด้วยครับ


  • ถ่ายเป็นมูกเลือด …สัญญาณอันตราย

    สาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เด็กในวัยขวบปีแรกสามารถถ่ายเป็นมูกเลือดได้ ได้แก่ การแพ้โปรตีนในนมวัว ความผิดปกติของลำไส้ที่เรียกว่า Meckell Diverticulum และลำไส้กลืนกัน

    โรคแพ้โปรตีนในนมวัว : จะทำให้เด็กอาเจียน ท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด ถ้านานวันเข้า จะทำให้เด็กซีดจนเป็นโรคโลหิตจาง ท้องเสียเรื้อรัง ขาดอาหาร เลี้ยงไม่โต ผิวหนังเป็นผื่นแพ้เรื้อรัง ในบางรายจะมีอาการหวัด หืดหอบ หายใจลำบากร่วมด้วย และอาจเป็นโรคภูมิแพ้ด้วยครับ

    ความผิดปกติของลำไส้ (Meckel Diverticulum) : เป็นความผิดปกติของลำไส้ที่มีติ่งยื่นออกมา ซึ่งภายในติ่งนั้นอาจมีเยื่อบุของกระเพาะอาหารที่ผลิตน้ำย่อยออกมาได้ ทำให้บริเวณติ่งลำไส้นั้นเป็นแผล เลือดจึงออกปนมากับอุจจาระ ทำให้เด็กเสียเลือดจนอาจเป็นโลหิตจาง แล้วยังเป็นสาเหตุของลำไส้กลืนกันอีกด้วย

    ลำไส้กลืนกัน : อาการของเด็กจะร้องปวดท้องเป็นพักๆ เวลาปวดปลายเท้าจะงอ พอนานวันเข้าลำไส้ที่กลืนกัน จะถูกบีบรัดจนขาดเลือดไปเลี้ยง จึงถ่ายออกมาเป็นมูกเลือดคล้ายกับเยลลี่สีแดงที่ทำจากลูก Currant ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อคลายลำไส้ที่กลืนกัน ก็อาจทำให้ลำไส้นั้นเน่าทะลุ เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ครับ หากลูกมีอาการถ่ายเป็นเลือด อย่ารอช้ารีบไปหาหมอก่อนที่จะสายเกินไป


  • บทเรียนล้ำค่า ราคาแพง

    จากปัญหาที่คุณแม่น้องภูเขาเขียนเล่ามา คงพอจะช่วยให้เรารู้ว่านมเป็นอาหารหลักของทารกวัย 6 เดือนแรก การให้อาหารเสริมเช่น ข้าวบด หรือกล้วยครูด ในเด็กอายุก่อน 3 เดือน นั้นเร็วเกินไป เพราะเด็กยังไม่สามารถย่อยได้ จึงทำให้ท้องอืด อิ่ม ซึ่งทำให้เด็กดื่มนมซึ่งเป็นอาหารหลักน้อยลง และเป็นโรคขาดอาหารได้ การประกอบอาหารก็ควรล้างมือ และภาชนะให้สะอาด เพื่อป้องกันโรค และอยากฝากไว้ว่า คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตหากลูกมีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง หรือเป็นเวลานาน เป็นเลือดหรือมูกเลือด ก็ควรรีบพาไปหาหมอทันทีครับ


(update 13 กุมภาพันธ์ 2003)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่  ปีที่ 7 ฉบับที่ 83 กันยายน 2545 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600