อย่าชักช้าเมื่อลูกชัก


เมื่อพูดถึงเรื่องชักฟังแล้วดูน่ากลัวนะคะ เพราะถึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่ก็พบได้บ่อยในเด็กเล็ก อีกทั้งเป็นอาการที่ห้ามไม่ได้ และไม่รู้จะเกิดขึ้นตอนไหนเวลาใด จึงเรียนเชิญ ศ.พญ.สุรางค์ เจียมจรรยา หัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ให้เกียรติมาไขข้อข้องใจเรื่องอาการชักในเด็ก ให้คุณพ่อคุณแม่ชาวดวงใจฯ ได้มีความรู้เรื่องความเจ็บไข้ของลูกเพิ่มขึ้นอีกเรื่องแล้วค่ะ


  • ทำความเข้าใจเรื่องชัก…
เมื่อพูดถึงเรื่องเด็กมีอาการชัก อาจจะต้องทำความเข้าใจกับคุณพ่อคุณแม่ผู้อ่านเล็กน้อย ในเรื่องคำที่แพทย์ใช้สองคำ คือ อาการชัก กับโรคลมชัก โดยทั่วไปมักเข้าใจว่าเด็กที่มีอาการเกร็งตัว มีอาการกระตุกของร่างกาย ที่จะเรียกว่ามีอาการชักแต่ความจริงในความหมายของแพทย์ อาการดังกล่าวอาจจะเป็นหรือไม่เป็นอาการชักก็ได้ค่ะ

จริงๆ แล้ว อาการชักในทางการของแพทย์คืออาการใดๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีการปลดปล่อย กระแสไฟฟ้าประสาทผิดปกติจากเซลล์สมองอย่างเฉียบพลัน ดังนั้นอาการอื่นๆ ที่เกิดขึ้นจากการที่สมองทำงานผิดปกติดังกล่าวก็จะจัดว่าเป็นอาการชักได้ เช่น มีอาการชา อาการเห็นภาพผิดปกติ ได้กลิ่นผิดปกติ นั่ง เหม่อ เป็นต้น ส่วนอาการเกร็งในบางครั้ง ถ้าไม่ได้เกิดจากการที่สมองทำงานผิดปกติก็ไม่จัดว่าเป็นอาการชักค่ะ ส่วนโรคลมชักหมายถึง การที่เด็กมีอาการชักซ้ำๆ กัน โดยไม่มีสาเหตุจากภายนอกสมองเป็นปัจจัยกระตุ้น


  • สาเหตุหลัก…ชักบ่อยเนื่องจากไข้
โดยเด็กที่อายุระหว่าง 6 เดือน ถึง 4 ปี มีโอกาสชักมากที่สุดจากอาการไข้เป็นปัจจัยกระตุ้น ซึ่งสัดส่วนของเด็กที่ชักจากไข้จะมีมากกว่าเด็กที่ชักจากโรคลมชัก เด็กที่มีอาการชักจากไข้ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเพราะมีเหตุปัจจัยจากพันธุกรรมที่ผิดปกติ ยกตัวอย่างพ่อแม่เคยมีอาการชักจากไข้มาก่อนในตอนเด็กๆ เมื่อมีลูกก็อาจมีอาการชักอย่างพ่อแม่ด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กที่มีไข้สูงทุกคนต้องชักค่ะ มีเพียงร้อยละ 2-5 ของเด็กในวัยนี้ที่ชักจากไข้สูง

หากเราสังเกตอาการชักจากไข้จะเกิดกับเด็กเล็ก เนื่องจากเด็กเล็กยังมีเซลล์สมองที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ จึงถูกกระตุ้นให้ปล่อยกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติได้ง่ายจากไข้ และอาการชักจากไข้ในเด็กแต่ละคน อาจมีอาการและความรุนแรงไม่เท่ากัน โดยมีทั้งการชักแบบเกร็งกระตุกและแบบนิ่งเฉย

หากคนในครอบครัวเคยมีประวัติเรื่องชักจากไข้ เรามักเตือนและให้ป้องกันเรื่องไข้กับเด็กไว้ก่อน คือเมื่อมีไข้อาจจะต้องกินยาลดไข้ เช็ดตัว เพื่อให้ไข้ลดลงก่อนแล้วถึงจะหาสาเหตุของอาการไข้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่กระตุ้นอาการชัก เพราะมีโรคหลายอย่างในเด็กที่เป็นสาเหตุนำอาการไข้ เช่น หวัด ปอดบวม หูอักเสบ ท้องเสีย เป็นต้น และสาเหตุเหล่านี้ต้องรักษา อย่างไรก็ตามอาการชักจากไข้ เรามักจะถือว่าเป็นอาการชักที่ไม่ร้ายแรง เพราะไม่มีผลที่จะทำให้สมองพิการต่อไป ถ้าเด็กได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม


  • อาการชักกับจอมซน
อาการชักเป็นได้กับเด็กทุกอายุ แต่อาการจะแตกต่างกันบ้างระหว่างเด็กเล็กๆ กับเด็กที่โตกว่า เพราะสมองของเด็กเล็กยังเจริญเติบโตและพัฒนาไม่เต็มที่ อาการที่แสดงออกเมื่อสมองทำงานผิดปกติ จึงต่างกับเด็กโตหรือผู้ใหญ่ อาการชักจากสาเหตุอื่นๆ ในทารกแรกเกิดมีหลายปัจจัย เช่น มีการกระทบกระเทือนของสมองจากการคลอดลำบาก การขาดออกซิเจน การติดเชื้อในร่างกายและระบบประสาท มีความผิดปกติของระดับเกลือแร่ ระดับน้ำตาลของร่างกาย มีความผิดปกติของเซลล์สมองแต่กำเนิด เป็นต้น แม้ว่าในอาการชักครั้งแรกจะยังไม่มีการวินิจฉัยระยะนี้ว่าเด็กเป็นโรคลมชัก แต่ถ้ามีโอกาสชักซ้ำๆ ต่อไปก็อาจจะเป็นโรคลมชักได้ค่ะ

หากจำแนกตามอาการที่แสดงออก ซึ่งขึ้นอยู่กับส่วนใดของสมองที่ให้กำเนิดกระแสไฟฟ้าประสาทผิดปกติ เช่น -ถ้าสมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของเขา มีความผิดปกติที่ทำให้มีอาการชักก็จะมีอาการกระตุกหรือเกร็งที่ขา -ถ้าเกิดจากสมองส่วนที่ควบคุมการรับกลิ่น เมื่อมีอาการก็เริ่มจากรู้สึกได้กลิ่นเหม็นผิดปกติ เป็นต้น -หรือในบางคนเมื่อมีอาการเริ่มเฉพาะที่ เช่น กระตุกที่หน้าและตาด้านใดด้านหนึ่งก่อน แล้วจะมีการกระจายของอาการต่อไปยังส่วนอื่น จนอาจจะมีอาการชักทั้งตัวและหมดความรู้สึกทั่วทั้งร่างกายไปได้
อาการชักที่มักจะรู้จักกันดีคืออาการชักที่มีการเกร็งกระตุกทั้งตัว หมดสติ น้ำลายฟูมปาก อุจจาระปัสสาวะราด ซึ่งมักเรียกกันทั่วไปว่าลมบ้าหมู ซึ่งไม่มีส่วนที่เกี่ยวข้องใดๆ กับการกินหรือการสัมผัสกับหมู มักจัดว่าเป็นอาการชักที่รุนแรงมากเพราะอาจทำให้สำลัก และสมองขาดออกซิเจน


  • สังเกตเจ้าหนูเมื่อชัก
  • อาการชักในบางกรณีสามารถสังเกตได้ง่าย เนื่องจากอาการชัดเจน เช่น มีการเกร็งกระตุกไม่รู้สติ มีปัสสาวะอุจจาระราด ซึ่งมักจะเป็นที่รู้กันโดยทั่วไป
  • อาการชักบางชนิดอาจไม่ชัดเจน เช่น แสดงออกโดยมีอาการเหม่อลอยบ่อยๆ โดยครูมักจะเป็นผู้สังเกตเห็นในเด็กเหล่านี้เนื่องจากเด็กมีการเรียนตกต่ำลงบางครั้งเข้าใจว่าเป็นปัญหาทางจิตใจ
  • เด็กบางคนมีอาการชักคล้ายอาการสะดุ้งผวา ทำให้ผู้ดูแลไม่ได้คิดว่าเด็กมีอาการผิดปกติ
  • มีอาการคล้ายเป็นลม มีอาการหน้าซีดอ่อนปวกเปียกซึ่งอาจจะเป็นอาการชักหรือไม่ก็ได้ ถ้าสังเกตว่าเด็กมีอาการเหล่านี้และไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์ค่ะ

  • ไขปัญหารักษาโรคลมชักเด็ก
เมื่อคุณพ่อคุณแม่พาลูกมาหาหมอด้วยสงสัยว่ามีอาการชัก แพทย์ที่ดูแลมักจะต้องถามประวัติการเกิดอาการ อย่างละเอียดตั้งแต่เริ่มต้น ถ้าเป็นไปได้ คุณพ่อคุณแม่ควรพาผู้ที่เห็นเหตุการณ์ไปด้วย เนื่องจากแพทย์จะวินิจฉัยว่าอาการที่เกิดขึ้นใช่อาการชักจริงหรือไม่ และถ้าใช่จะช่วยให้บอกได้ว่า เป็นอาการชักชนิดไหนได้แม่นำแน่นอนยิ่งขึ้น เพราะผู้เห็นเหตุการณ์มักจะบอกเล่าลักษณะอาการ ที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง

จากการซักถามประวัติและตรวจร่างกายทั่วไปรวมทั้งระบบประสาท อาจทำให้แพทย์สามารถทราบถึงสาเหตุของโรคลมชักหรืออาการชักนั้นได้ โดยบางครั้งอาจไม่ต้องการการตรวจเพิ่มเติม แต่บางครั้งอาจมีความจำเป็นที่แพทย์จะให้ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง ซึ่งจะช่วยยืนยันการวินิจฉัยว่าเป็นโรคลมชักได้ในเด็กบางคน เพราะเด็กที่เป็นโรคลมชัก มักจะตรวจพบคลื่นไฟฟ้าสมองมีความผิดปกติ มีบางคนเท่านั้นที่แพทย์จะสั่งตรวจสมอง โดยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพิ่มเติม

เด็กที่มีความผิดปกติในสมองที่ทำให้เกิดอาการชัก ถึงแม้จะรักษาสาเหตุไม่ได้ แต่ส่วนหนึ่งเมื่อได้รับการรักษาอาการโดยให้กินยากันชัก ก็จะไม่มีอาการชักเกิดขึ้นอีกนานพอสมควร อาจจะสามารถลดยากันชักและหยุดยาได้โดยไม่มีการชักอีก


  • วิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรคลมชักในเด็ก
โรคลมชักบางชนิดมักจะป้องกันไม่ได้ เช่น โรคลมชักที่สืบทอดทางพันธุกรรม ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง รักษาง่ายและอาจหายได้เมื่อพ้นวัยที่จะมีอาการชักชนิดนั้น โรคลมชักที่เกิดจากสาเหตุบางอย่างอาจจะป้องกันได้ เช่น โรคลมชักจากความผิดปกติของสมอง เนื่องมาจากอุบัติภัยจากการคลอด ถ้าฝากท้องและได้รับการดูแลระหว่างคลอดที่ดี ก็จะไม่มีความผิดปกติของสมองจากสาเหตุนี้ การรับสารพิษ ยา อุบัติเหตุ หรือการถ่ายภาพรังสีระหว่างการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในระยะ 3-4 เดือนแรก อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้สมองถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างผิดปกติ ถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็จะเป็นการป้องกันการเกิดโรคลมชักจากสาเหตุนี้ได้

อาการชักในเด็กบางคนมีปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการชัก ถ้าทราบควรหลีกเลี่ยง เช่น การอดนอน อดอาหาร เครียด หรือเหนื่อยจัด การที่จ้องมองภาพที่มีแสงสีกระพริบถี่ๆ เป็นต้น ส่วนการชักจากไข้ ถ้าได้ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ไม่ให้เด็กติดเชื้อจากการสัมผัสกับเด็กหรือผู้ใหญ่อื่นที่ป่วย ให้การรักษาลดไข้ได้ทันท่วงทีอาจป้องกันอาการชักจากไข้ได้ค่ะ


  • ดูแลเบื้องต้น…เมื่อลูกเกิดอาการชัก
เมื่อคุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าลูกมีอาการชักไม่ควรวางใจคิดว่าลูกน่าจะมีอาการชักที่ไม่ร้ายแรง แต่เนื่องจากสาเหตุของอาการชักมีมากมาย ควรพาเด็กมาพบแพทย์เพื่อให้การวินิจฉัยและรักษาสาเหตุโดยเร็ว เนื่องจากอาการชักมีผลเสียต่อสมองดังกล่าวข้างต้น การรักษาหาสาเหตุและควบคุมอาการชักได้ตั้งแต่เริ่มแรก อาจป้องกันผลเสียหายต่อสมองที่เกิดเพิ่มขึ้นได้ค่ะ


  • วิธีการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง เมื่อพบว่าเด็กมีอาการชักเกิดขึ้น
  • อุ้มเด็กให้ห่างจากสิ่งที่เป็นอันตราย เช่น เตาไฟ พัดลม เครื่องจักรและของมีคม
  • คลายเสื้อผ้าบริเวณหน้าอกและคอให้หลวมๆ
  • จัดท่าเด็กให้นอนตะแคง เพื่อป้องกันลิ้นตกอุดหลอดลมและเสมหะ น้ำลายหรือเศษอาหารในปากระบายออก เพื่อป้องกันการสำลัก
  • ห้ามสอดวัตถุใดเข้าปากเด็กขณะชัก หรือพยายามง้างปากหรืองัดฟันเด็ก เพราะอาจจะทำให้ฟันหักหลุดไปอุดกั้นทางเดินหายใจได้
  • หากมีไข้ให้รีบเช็ดตัวเพื่อลดไข้ด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง เพื่อให้ความร้อนลดลงอย่างรวดเร็ว
  • ระหว่างชักต้องเฝ้าดูอย่าให้คลาดสายตา ถ้าเป็นการชักครั้งแรกควรเตรียมพร้อมที่จะส่งลูกไปที่โรงพยาบาลค่ะ

(update 28 พฤษภาคม 2003)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่  ปีที่ 8 ฉบับที่ 87 มกราคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600