ท่าทางการเคลื่อนไหว ที่ถูกต้อง


ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาในการมองเห็นประโยชน์ของการมีท่าทางที่ถูกต้อง แต่การทำเช่นนี้จะช่วยลดอาการปวดหลังให้น้อยลงได้จริง ท่าทางที่ "ดี" คือท่าที่สมดุล และปรับแนวของร่างกายให้เป็นปกติ เพื่อให้น้ำหนักกระจายได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะเกิดความเครียดต่อหลังและข้อต่อน้อยที่สุดในการมีท่าทางที่ดี คุณจะต้องมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง มีความทนทานและมีความยืดหยุ่นเท่าๆ กับที่มีนิสัยในการมีสติระลึกรู้ว่าตนเองอยู่ในท่าทางที่ดีหรือไม่

ท่าทางที่คุณใช้อยู่ในปัจจุบันอาจติดตัวคุณมาแล้วหลายปี เป็นท่าที่เคยชินไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงจึงไม่ง่ายเลย อย่างไรก็ตามถ้าคุณเอาใจใส่และพยายามอย่างสม่ำเสมอ ในการใช้ท่าทางที่ดีในไม่ช้ามันก็จะหลายเป็นเรื่องอัตโนมัติเป็นความเคยชินอันใหม่ไปได้เช่นกัน

เรามาเริ่มตรวจสอบท่าทางของคุณกันเลยดีกว่า โดยมองดูในกระจกหรือขอให้คนอื่นช่วยตรวจให้ หรือถ่ายรูปด้วยกล้องวิดีโอหรือกล้องถ่ายภาพนิ่ง ตรวจดูท่าทางของคุณทั้งด้านข้างและด้านหลัง ขณะอยู่ในท่ายืนหรือกำลังนั่ง จงมองดูท่าทางคุณทั้งส่วนบนและส่วนล่าง ปัญหาของท่าทางที่มักพบได้ในผู้ใหญ่ ได้แก่ การยื่นศีรษะไปข้างหน้ามากเกินไป ไหล่งุ้มไปข้างหน้า แบะไหล่มากเกินไป และนั่งทรุดตัวหย่อนลง

การตรวจดูท่าทางจากด้านข้าง
  • หู ไหล่ สะโพกและข้อเท้าทั้งสองข้างอยู่ในเส้นตรงเดียวกัน
  • ไหล่ผ่อนคลาย แต่ไม่ห่องุ้มไปข้างหน้า
  • เข่าทั้งสองงอเล็กน้อย
  • น้ำหนักตัวตกอยู่ที่กลางเท้าไม่ใช่ที่หัวแม่เท้าหรือที่ส้นเท้า
  • กระดูกสันหลังโค้งเล็กน้อยใน 3 แห่ง คือ เว้าที่ส่วนคอโค้งไปข้างหน้าเล็กน้อยที่หลังตอนบน และเว้าที่ส่วนหลังส่วนล่าง
การตรวจดูท่าทางจากด้านหน้าหรือหลัง
  • หู ไหล่ และสะโพกทั้งสองข้างอยู่ในระนาบเดียวกัน (ไม่เอียงขึ้นหรือลง)
การเคลื่อนไหวของร่างกายเพื่อลดการบาดเจ็บ
กลไกการเคลื่อนไหวของร่างกายของเรามีความสำคัญต่ออาการปวดหลัง เป็นปัจจัยสำคัญเช่นเดียวกับปัจจัยที่มาจากท่าทางที่ไม่ดี กลไกการเคลื่อนไหวที่ไม่ดี สามารถจะทำให้หลังมีความเครียดสูงเกินไป ตัวอย่างเช่น การยกของที่หนักขณะหลังงอ จะมีความเครียดที่มากเกินไปต่อหมอนรองกระดูก กล้ามเนื้อ พังผืด และเอ็น ผลก็คืออาจมีการบาดเจ็บหรือเพิ่มความเจ็บปวดได้

การเรียนรู้กลไกการเคลื่อนไหวของร่างกายที่ดีมักจะถูกมองข้ามว่าเป็นหนึ่งในวิธีการควบคุมอาการปวดหลัง ทั้งๆ ที่มันจำเป็นต้องมีท่าทางและการเคลื่อนไหวที่ดีมาก่อนเป็นพื้นฐาน มิฉะนั้นการออกกำลังกาย และวิธีควบคุมความเจ็บปวดอื่นๆ ก็จะด้อยประสิทธิภาพลงไปทันที ถ้าคุณยังคงไม่สนใจหลังของคุณ โดยการทำกิจกรรมต่างๆ อย่างไม่เหมาะสม หากคุณฝึกหัดตนเองโดยการใช้ท่าทางการเคลื่อนไหวอย่างถูกต้องเสมอ คุณจะสามารถป้องกันการบาดเจ็บ หรือการกำเริบของอาการปวดในอนาคตได้ด้วย

ขั้นตอนแรกในการปรังปรุงกลไกการเคลื่อนไหวของร่างกายก็คือ การสังเกตตนเอง คุณอาจต้องให้ใครสักคนหนึ่งช่วยสังเกตหรือถ่ายวิดีโอไว้ หรือคุณอาจมองดูตัวเองในกระจก สังเกตดูตัวเองในขณะลงนั่งบนเก้าอี้ ลงนอนที่เตียง ลุกออกจากเตียง ยืนอยู่ที่อ่างน้ำ หรือที่เคาน์เตอร์ เก็บดินสอที่หล่นอยู่บนพื้น ยกกล่องหรือลังไม้ใส่ของ เอาจานใส่เข้าในตู้เก็บของ ดูดฝุ่น และทำงานอื่นใดเป็นกิจวัตรประจำวันของคุณ และรวมถึงงานที่คุณคิดว่า เป็นสิ่งที่อาจทำให้ความเจ็บปวดของคุณเพิ่มขึ้น

ในขณะที่คุณเฝ้ามองดูตนเองในวิดีโอหรือในกระจก จงมองหาว่าเมื่อใดที่หลังของคุณไม่อยู่ในท่าที่สมดุล เพื่อเรียนรู้วิธีการทำงานต่างๆ อย่างปลอดภัย

หลักพื้นฐาน 4 ข้อ เพื่อการเคลื่อนไหวที่ดี

1. เมื่อยกหรือถือของ ถือให้น้ำหนักของอยู่ใกล้ตัวคุณ
2. รักษาแนวของหู ไหล่ และสะโพกให้ตรงกันอยู่เสมอ
3. ให้หลังของคุณอยู่ในแนวตรงไว้
4. หลีกเลี่ยงการบิดหรือเอี้ยวตัว
ทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง
เทคนิคที่จะกล่าวไว้ในที่นี้สามารถประยุกต์ให้ครอบคลุมกับกิจกรรมต่างๆ ถ้าคุณมีปัญหาที่ซับซ้อนมากกว่าธรรมดา ซึ่งอาจต้องใช้ความรู้ในการประยุกต์ท่าทางการเคลื่อนไหว ในกรณีเช่นนั้น คุณควรรับคำแนะนำจากนักกายภาพบำบัดก็จะดีกว่า

ก่อนที่จะเปลี่ยนท่าทางใดๆ ก็ตาม ขั้นแรกที่สุด ควรจะนึกถึง กล้ามเนื้อหน้าท้อง สะโพกและหลัง กล้ามเนื้อเหล่านี้ดึงหลังของคุณให้อยู่ในท่าทางที่สมดุลและรักษาการเคลื่อนไหว ให้อยู่ภายในขอบเขตของความสบาย เช่น ก่อนที่คุณจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ จงใช้เวลาสักนิดเพื่อให้แน่ใจว่า หลังของคุณอยู่ในท่าที่สมดุล แล้วคงอยู่ในท่านั้นด้วยการใช้กล้ามเนื้อหน้าท้อง หลังและใช้กล้ามเนื้อขาและสะโพกในการลุกขึ้น ในตอนแรกคุณจำเป็นต้องเตือนตนเองถึงกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่พยุงหลังให้แขม่วไว้แล้วจึงลุกขึ้น เมื่อฝึกหัดไปเรื่อยๆ กล้ามเนื้อพวกนี้จะมีความแข็งแรงขึ้นและทำหน้าที่ได้มากขึ้น และคุณก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ความพยายามเพื่อช่วยในกระบวนการนี้อีกต่อไป จงฝึกและทำให้กล้ามเนื้อหลังของคุณคุ้นเคยเป็นนิสัย
การฝึกการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันนั้นจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ ในตอนหน้าผมจะนำเสนอรายละเอียดของกิจกรรมต่างๆ ที่เราจำเป็นต้องใช้งานพร้อมกับท่าทางการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยให้เราหายจากการปวดหลังได้เร็วขึ้น


(update 4 กรกฎาคม 2003)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 4 พฤษภาคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600