ทราบหรือไม่ว่า ในวันหนึ่งๆ ข้อเท้าและเท้าต้องทำหน้าที่หนักเพียงใด ในเวลาเดินข้อเท้าและเท้า
จะต้องรับน้ำหนัก 1.5 เท่าของน้ำหนักตัว รวมแล้วเท่ากับเราเดินประมาณ 1,000 ไมล์ต่อปี และเมื่อออกกำลังกาย
ข้อเท้าและเท้าจะต้องรับน้ำหนักประมาณ 1,000 ปอนด์ต่อชั่วโมง จึงไม่น่าแปลกใจที่ปีหนึ่งๆ
จะมีผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อเท้าและเท้าเป็นจำนวนมาก
โดยปัญหาที่มักจะเกิดกับข้อเท้าส่วนใหญ่ มีดังนี้
1. ข้อเท้าพลิกหรือข้อเท้าแพลง เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในนักกีฬาประเภทต่างๆ
และแม้แต่คนที่ไม่ได้เป็นนักกีฬา ส่วนใหญ่เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น ใส่ส้นสูงแล้วเท้าพลิก ตกบันได เป็นต้น
สาเหตุที่เท้าแพลงเนื่องจากเอ็นและเนื้อเยื่อรอบข้อเท้าได้รับการฉีกขาด อาจจะเป็นเพียงบางส่วนหรือทั้งเส้น
ทำให้ข้อเท้าไม่มั่นคง
อาการ มีอาการบวมและปวดบริเวณข้อเท้า เป็นรอยเขียวๆ
รอบข้อเนื่องจากการฉีกขาดของเส้นเลือด
การปฐมพยาบาล ประคบน้ำแข็งบริเวณข้อเท้าทันทีที่ได้รับอุบัติเหตุเพื่อช่วยลดอาการอักเสบ
อย่านวดหรือรักษาด้วยวิธีการอื่นหากยังไม่ได้รับการวินิจฉัย
การตรวจรักษา แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณที่มีอาการปวด
อาจมีการตรวจทางรังสีเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีกระดูกหัก อาการนี้ใช้เวลารักษาประมาณ 6-8 สัปดาห์
แต่ภาวะบวมจะหายก่อน ส่วนใหญ่แพทย์จะให้พักเท้ามากที่สุด โดยอาจจะใส่เฝือก ใช้ผ้าพันเพื่อลดอาการบวม
หรือใช้ไม้เท้าช่วยพยุงน้ำหนัก เมื่ออาการดีขึ้นให้เริ่มต้นบริหารโดยการขยับข้อเท้าทุกทิศทาง เช่น หมุนเข้าเท้า
กระดกเท้า เหยียดเท้า บริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเท้าโดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่ใช้กระดกเท้า
ข้อสำคัญของการบริหารต้องไม่ทำให้เกิดการเจ็บของข้อ
2. เอ็นร้อยหวายอักเสบ มักจะเกิดในกีฬาที่ต้องใช้กล้ามเนื้อน่องมาก เช่น บาสเกตบอล กระโดดสูง นักวิ่ง
สาเหตุสำคัญคือ การไม่ใส่ใจและพยายามมองข้ามอาการปวดซึ่งทำให้เป็นหนักขึ้นหรือรองเท้าที่ใส่ไม่เหมาะสม ทำให้เท้าส่วนหน้าเคลื่อนไหวไม่คล่องตัวจึงเกิดแรงตึงที่เอ็นร้อนหวาย ผู้หญิงที่ใส่ส้นสูง หากวิ่งโดยใส่รองเท้าธรรมดา เอ็นร้อยหวายจะอักเสบได้ง่ายเนื่องจากเอ็นร้อยหวายจะถูกยืดมากกว่าเมื่อใส่ส้นสูง
อาการ จะมีอาการปวดที่เอ็นร้อยหวายระหว่างการออกกำลังกาย และจะปวดมากขึ้นเมื่อหยุดออกกำลังกาย
เมื่อกดบริเวณเอ็นร้อยหวายจะเกิดอาการปวด หรือเมื่อตรวจรองเท้าจะพบรอยสึกที่ผิดปกติ
การปฐมพยาบาล ผู้ที่มีอาการปวดบริเวณเอ็นร้อยหวาย กดเจ็บ เอ็นบวม ต้องหยุดออกกำลังโดยทันที
ช่วงที่ปวดใหม่ๆ ให้ประคบด้วยน้ำแข็ง 20 นาทีทุก 4 ชั่วโมง ใส่รองเท้าที่หนุนส้นให้สูงขึ้นเพื่อลดแรงกดดันที่เอ็นร้อยหวาย
ใช้ผ้าพัน ให้ยกเท้าสูง อย่าใส่รองเท้าพื้นราบและไม่ควรเดินเท้าเปล่า
การป้องกัน ใส่รองเท้าที่เหมาะสม ไม่ใส่ส้นสูง สำหรับผู้ที่จะออกกำลังกายให้มีการอบอุ่นร่างกาย
และการยืดเส้นก่อนเสมอ
3. เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ เกิดเนื่องจากการไม่ยืดกล้ามเนื้อน่องก่อนการออกกำลังกาย ในผู้หญิงที่น้ำหนักเกิน
หรือลักษณะการทำงานที่ต้องยืนหรือเดินบนพื้นแข็งๆ ในผู้ที่ฝ่าเท้าแบนหรือมีท่าการเดินที่ผิดไปก็เป็นปัจจัยเสี่ยง
ต่อเอ็นฝ่าเท้าอักเสบได้ เนื่องจากมีการใช้เท้าทำงานมากเกินไป จนมีการดึงรั้งของเอ็นใต้ฝ่าเท้า
อาการ จะเริ่มต้นด้วยอาการปวดฝ่าเท้าเล็กน้อย แรกๆ จะปวดหลังออกกำลังกาย
ต่อมาจะปวดเวลาเดินหลังจากตื่นนอน เมื่อเดินไปสักพักอาการปวดจะดีขึ้น ในการตรวจร่างกายพบว่า
ถ้ากดบริเวณกระดูกส้นเท้าจะทำให้เกิดอาการปวด หากไม่รักษาอาจจะทำให้เกิดโรคข้อเท้า
เข่าหรือหลังเนื่องจากทำให้การเดินผิดปกติ
การรักษา เมื่อมีอาการปวดให้พักการใช้งานหนัก ให้ลดน้ำหนักจนอาการปวดดีขึ้น
ประคบน้ำแข็งครั้งละ 20 นาทีวันละ 3 ครั้งเพื่อลดอาการอักเสบ ใส่รองเท้าที่มีแผ่นรองรับการกระแทก
ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการดีขึ้นใน 2-3 เดือน หากไม่ดีแพทย์จะทำการฉีดยา steroid เข้าบริเวณเอ็นฝ่าเท้า
การป้องกันการได้รับบาดเจ็บบริเวณเท้าและข้อเท้า พยายามอบอุ่นร่างกายก่อนการออกกำลังกายทุกครั้ง สังเกตร่างกายตนเองหากมีอาการปวดข้อเท้าหรือปวดฝ่าเท้าให้หยุดวิ่ง จัดหาเครื่องป้องกันมาใส่ให้เหมาะสมกับกีฬา
เลือกรองเท้าและถุงเท้าอย่างเหมาะสม
(update 4 มีนาคม 2003]
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 26 ฉบับที่ 11 พฤศจิกายน 2545 ]
|