ข้อเท้าเคล็ด


คุณเคยวิ่งออกกำลังอยู่ดีๆ เกิดเท้าพลิก เพราะตกหลุมหรือพื้นต่างระดับ เจ็บในข้อเท้าขึ้นมาทันที วิ่งต่อไม่ถนัดเสียแล้ว หรือที่เบากว่าหน่อย คือ ตอนวิ่งไม่ยักกะเป็นอะไรเลย ไม่ได้สะดุดหรือเสียหลักอะไร แต่พอกลับมาบ้านถึงได้รู้สึกผิดปกติ ระบมรอบข้อเท้า เวลาเดินหรือก้าวขึ้นบันไดรู้สึกเจ็บแต่พอไปไหว

ยิ่งหน้านี้ฝนตกบ่อน พื้นเปียกแฉะ บางทีก็ลื่น เดินๆ อยู่อาจลื่นเสียหลัก ซวนเซไป ทำให้เจ็บข้อเท้าได้เหมือนกัน

ครับ…ผมกำลังจะพูดถึงอาการของข้อเท้าบาดเจ็บที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวันของเรา เจ็บเบาะๆ ก็แค่เคล็ด แรงกว่านี้อาจเอ็นรอบข้อเท้าฉีกขาด ไปจนถึงกระดูกแตกร้าวได้ครับ

คนที่เท้ายังเป็นปกติดี ก็อาจมีภาวะเครียดต่อข้อเท้า ซึ่งเกิดจากการยืนนานผิดปกติ หรือรับน้ำหนักมากกว่าปกติ ก็ทำให้เกิดอาการเจ็บได้เช่นกัน

ส่วนผู้ที่เท้าผิดปกติ หรือไม่ค่อยจะสมประกอบอยู่แล้ว เช่น ฝ่าเท้าแบนราบมากแทบไม่เห็นอุ้งเท้า หรือมีโรคข้ออักเสบเก๊าต์ประจำตัวอยู่ แค่เดินปกติก็อาจ "ข้อเท้าเคล็ด" เอาง่ายๆ เลยหล่ะครับ

ในทางกายวิภาค หรือวิชาวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับร่างกายของเรา จะเห็นว่าระบบกระดูก เอ็น และข้อของอวัยวะที่เรียกว่า "เท้า" นั้นซับซ้อนพอสมควรทีเดียวและได้รับการบรรจงสร้างมาให้เหมาะกับการใช้งาน มีกระดูกชิ้นน้อย ชิ้นใหญ่วางเรียงวางซ้อน วางประกบกันอย่างเหมาะเจาะ มีเอ็นที่แข็งแรงมายึดพยุงไว้ และมีกล้ามเนื้อที่ช่วยทั้งยึดและช่วยเป็นกำลังในการเคลื่อนไหว กระดูกเอ็นกล้ามเนื้อของเท้าและข้อเท้า ทำงานผสมผสานกันอย่างกลมกลืน การเคลื่อนไหวของเราจึงดูราบรื่น ไม่กระด้างแบบหุ่นยนต์

เราลองมาดูอาการกันหน่อยนะครับ

ข้อเท้าเคล็ดจากการบาดเจ็บแบบกะทันหัน มักจะมีอาการมากกว่าแบบที่เกิดจากภาวะเครียดของเอ็น และกล้ามเนื้อข้อเท้ากดดูอาจพบว่าเจ็บที่ข้อเท้า อาจเจ็บด้านหนึ่งมากว่าอีกด้านหรือเจ็บหลายแห่งก็ได้ อาจมีอาการบวม หรืออาจเห็นรอยเขียวช้ำบางแห่ง

ข้อเท้าเคล็ดจากภาวะเครียดของเอ็นและกล้ามเนื้อ จะไม่มีปัญหาของกระดูกหรือมีก็ไม่มาก ผิดกับข้อเท้าเคล็ดที่เกิดฉับพลันหรือจากอุบัติเหตุ กรณีหลังนี่ปะเหมาะเคราะห์ร้ายอาจถึงกับเอ็นขาด หรือกระดูกแตกได้

จะรู้ได้ยังไงว่า…กระดูกหรือเอ็นมีอันเป็นไป กลายเป็นเสี่ยงๆ หรือเปล่า ?

ครับ จะให้รู้แน่ๆ ก็ต้องให้แพทย์ตรวจครับ แพทย์อาจต้องถ่ายภาพเอกซเรย์ด้วยท่าตรง ท่าข้าง ท่าเฉียง จนเป็นที่มั่นใจแหละครับ นอกจากนี้ตัวผู้บาดเจ็บเอง ก็พอจะบอกได้เลาๆ ครับคือ ถ้าเจ็บมาก บวมมาก เดินหรือลงน้ำหนักก็เจ็บเอาเรื่อง แบบนี้ให้สงสัยไว้ก่อนครับว่า เอ็นคงขาดหรือกระดูกแตกด้วย


การปฐมพยาบาล

ยังไงก็ช่วยบรรเทาปวด ลดบวม ไว้ก่อนแล้วกัน ขอแนะนำวิธีช่วยเหลือเบื้องต้น ดังนี้
1. ถ้าปวดให้รับประทายา พาราเซทตามอล ขนาด 500 มิลลิกรัม สัก 2 เม็ดครับ ซ้ำได้ทุก 4 ชั่วโมง หรือจะใช้ยาแอสไพรินก็ได้นะครับ 2 เม็ดเช่นกัน
2. ประคบด้วยความเย็น จะใช้ถุงเย็นวิทยาศาสตร์ที่มีลักษณะคล้ายเยลลี่ แช่ตู้เย็นแล้ว เอามาประคบบริเวณที่บวมหรือเจ็บ หรืออาจใช้ถุงน้ำแข็ง หรือผ้าห่อน้ำแข็งก็ได้ครับ ความเย็นช่วยลดความเจ็บปวดได้ด้วยครับ
3. พันข้อเท้าด้วยผ้ายืด วิธีที่ถูกต้องคือ พันไล่ขึ้นมาจากปลายเท้าก่อน จากโคนนิ้วเท้ามาหลังเท้า รอบข้อเท้า และเหนือข้อเท้าไปอีกเล็กน้อย
ถ้าคุณพันเฉพาะตรงข้อเท้าละก็ ส่วนปลายเท้าที่เลยพ้นผ้าออกไปจะบวมครับ นี่คือเหตุผลที่ให้พ้นจากปลายเท้าขึ้นมา และการพันอย่าให้แน่นเกินไปนะครับ เดี๋ยวเลือดไม่เดิน จะให้ดีควรคล้ายผ้าออกทุก 2 ชั่วโมง และเมื่อคลายออก ก็ถือโอกาสประคบด้วยความเย็นอีกรอบ แล้วค่อยพันกลับไปใหม่
4. ยกเท้าสูง อาจยกเท้าพาดบนเก้าอี้ เพราะการยกสูงช่วยลดบวมครับ และช่วยลดอาการปวดตุ๊บๆ ได้ด้วย เวลานอนจึงควรยกเท้าสูงไว้หน่อย สูงจากพื้นที่นอนขึ้นมาสัก 1-2 คืบ
5. พัก เพื่อให้ข้อเท้าได้รับการพักผ่อน ไม่ใช้งานเขา…ว่างั้นเถอะ ถ้าทำได้ควรหยุดวิ่ง หยุดเดิน จุดประสงค์หลักก็คือไม่อยากให้ลงน้ำหนักบนข้อเท้าที่บาดเจ็บครับ จะใช้ไม้ค้ำยันรักแร้ช่วยเวลาเดินก็ยิ่งดี
6. ดาม การดามส่วนที่บาดเจ็บ มีประโยชน์ 4 อย่าง คือ
  • เพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวของข้อเท้าที่บาดเจ็บ ช่วยให้ข้อได้พักผ่อน
  • เพื่อไม่ให้กระดูกที่หักแล้วหรือสงสัยว่าหัก เคลื่อนไหว ซึ่งอาจทำให้กระดูกเคลื่อนไปจากเดิมมากขึ้น หรืออาจมีปลายแหลมไปทิ่มตำเส้นประสาท เส้นเลือดหรือเนื้อเยื่อบริเวณนั้นเสียหายมากขึ้น
  • เพื่อลดความเจ็บปวด
  • เพื่อสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ
การดามข้อเท้าอาจใช้ผ้าห่มทับหลายๆ ชั้น หรือใช้หมอนมาห่อเท้าและข้อเท้า แล้วเอาผ้าพันทับไว้
การดาม จะใช้เฉพาะกรณีรุนแรง บาดเจ็บมาก สงสัยว่ากระดูกแตกหรือข้อเคลื่อนรุนแรง ถ้าแค่เคล็ดธรรมดาไม่มีอาการเจ็บปวดมากนัก คงไม่ต้องใช้ครับ
7. นำส่งแพทย์ เพื่อตรวจและรักษาอย่างสมบูรณ์แบบต่อไป

การวินิจฉัย

วิธีการวินิจฉัยที่แพทย์ใช้ ประกอบด้วย การสอบถามความเป็นมา หรือที่เรียกว่า ประวัติของการบาดเจ็บ การตรวจร่างกาย รวมถึงส่วนที่ได้รับบาดเจ็บ และการตรวจเสริม เช่น ถ่ายภาพรังสี เป็นต้น
การวินิจฉัยสำหรับบางรายอาจไม่ยุ่งยาก แต่ในรายที่ยังไม่ชัดเจน อาจต้องอาศัยการตรวจเสริม และตรวจโดยวิธีพิเศษช่วยครับ


การรักษา

การรักษาข้อเท้าเคล็ด ขึ้นกับความรุนแรงหรือการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นครับ
ที่เบาที่สุดอาจใช้แค่ยาทา ยารับประทาน หรืออาจพันผ้าไว้ก็เพียงพอ ในกรณีที่เอ็นฉีกขาดหรือกระดูกแตก อาจรักษาโดยการเข้าเฝือกหรือผ่าตัด ซึ่งทั้ง 2 กรณีหลังนี้ จะอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์โดยจะหาวิธีที่เหมาะสมที่สุด สำหรับผู้บาดเจ็บแต่ละราย เพราะบางรายการผ่าตัดอาจให้ผลดีกว่า หายเร็วและแน่นอนกว่า แต่บางรายการรักษาแบบอนุรักษ์อาจดีกว่า เสี่ยงน้อยกว่า หรือเกิดความพิการน้อยกว่าครับ

นอกจากนี้ การแตกของกระดูกชิ้นต่างๆ ของข้อเท้า ก็มีส่วนทำให้หายเร็วไม่เท่ากันครับ เช่น กระดูกตาตุ่มด้านนอก ค่อนข้างใช้เวลานานกว่าจะติดกันสนิท ขณะที่ตาตุ่มด้านในจะหายเร็วกว่า


(update 2 มกราคม 2003)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 26 ฉบับที่ 7 กรกฎาคม 2545 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600