รายงานพิเศษ : กรุงเทพอันตราย ตอน
สารพัดแก๊งตุ๋นนักท่องเที่ยว


ผู้จัดการออนไลน์ - แฉพฤติกรรมมิจฉาชีพต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาในรูปแบบนักท่องเที่ยว วางเครือข่ายตุ๋นนักท่องเที่ยวด้วยกันเองในกรุงเทพฯเป็นล่ำเป็นสัน พบนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นโดนมากกว่าใคร ถูกแก๊งไพ่ 3 ใบจากฟิลิปปินส์ที่ปลดระวางจากกาสิโนระดับลาสเวกัส-มาเก๋า ตุ๋นหนัก
ตามที่"ผู้จัดการออนไลน์" เปิดเผยถึงกรุงเทพเมืองสรรค์ของเหล่ามิจฉาชีพข้ามชาติที่เข้ามายึดหัวหาด ตามย่านสุขุมวิท-พัฒนาการ (ตอนที่ 1 : เผยจุดย่านวายร้ายฝังตัว) จากนี้เราจะมาดูพฤติกรรมของพวกเขากันว่า ทำอะไรกัน

วงจรของการเอื้อต่อการอยู่และพำนักในประเทศไทยสร้างความเสียหายในระบบการท่องเที่ยว เริ่มต้นด้วยแก๊ง "ฟิลิปปินส์" ที่ฝังตัวมานานพร้อมกับความคุ้มครองของคนในเครื่องแบบ

นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นขึ้นชื่อที่ถูกตุ๋นเป็นอันดับหนึ่ง สถิติการต้มตุ๋นนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ไม่ได้ถูกบันทึกเอาไว้ในสารบบข้อมูลอย่างเป็นทางการ แต่การร้องเรียนของนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ที่เข้ามาแจ้งความเอาไว้ประมาณว่าเดือนหนึ่งไม่ต่ำกว่า 14 ราย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามปกปิดข่าวสาร ไม่ให้แพร่งพรายออกไป ใน 14 รายต่อเดือนต้องสูญเสียเงินให้กับแก๊งตัมตุ๋นชาวฟิลิปปินส์บางรายเป็นเงินสูงถึง 700,000 บาท ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วคิดเป็นหัวละ 500,000 บาท เป็นเงินทั้งสิ้น 7ล้านบาท
จำนวนเงิน 7 ล้านบาทต่อเดือนที่แก๊งต้มตุ๋นได้มาจากการล่าเหยื่อซากุระไม่ได้เป็นเจ้าของ เงินทั้งหมดนี้ แต่รายได้ที่ได้มาต้องแบ่งให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ให้การคุ้มครองสูง 60% ชื่อ มิ แหล่งข่าวระดับสูงที่เกี่ยวข้องกล่าวว่า กลุ่มแก๊งนี้หากินภายใต้การดูและของเจ้าหน้าที่นามดังกล่าวมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ไม่ได้มีการสืบสวนอย่างเป็นการเป็นงาน เพียงรู้กันในหมู่ของตำรวจท่องเที่ยว

ว่ากันว่าถ้าหากแก๊งฟิลิปปินส์จะเข้ามาทำการต้มตุ๋นในเขตกรุงเทพฯ แก๊งเหล่านี้จะต้องบอกกล่าวเจ้าของพื้นที่คือนาย "มิ" จะเป็นผู้ดำเนินการจัดหาที่พักให้ สำหรับรายได้จากการหลอกลวงต้มตุ๋นนักท่องเที่ยวไปเล่นไพ่ แล้วได้เงินไป ไม่มีทางที่แก๊งเหล่านี้จะหลบเลี่ยงยอดเงินที่ต้มตุ๋นมาได้ เพราะนักท่องเที่ยวจะมาแจ้งความเป็นลายลักษณ์อักษร กับตำรวจท่องเที่ยวว่าเสียเงินไปเท่าใด

ไพ่ 3 ใบคือความถนัดของแก๊งนี้ ซึ่งเป็นชาวฟิลิปปินส์ล้วนๆ ที่เคยทำงานอยู่ในบ่อนระดับอินเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นลาสเวกัส ลิบัวมาเก๊าฮ่องกง หรือเรือสำราญต่างๆ แต่ถูกปลดระวางออกมา

ดังรายงานของเจ้าหน้าที่สืบสวนว่า แก๊งพวกนี้ต่างถูกปลดระวางมาจากบ่อนระดับอินเตอร์ และออกมาหากินตามประเทศต่างๆ ซึ่งประเทศไทยตอนนี้กำลังเป็นที่หมายตาของกลุ่มแก๊งนี เพราะนักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ เดินทางเข้ามามาก จึงเป็นเป้าหมายของแก๊งนี้

ในรายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า วิธีหากินของคนพวกนี้เมื่อเดินทางเข้ามาแล้วจะเข้าพักตาม โรงแรมชั้นสองทั่วไป จากนั้นก็ออกไปติดต่อหาบ้านเช่าย่านชานเมืองในซอยที่สลับซับซ้อน อาจจะเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว หรือบ้านเดี่ยวสองชั้น เพื่อป้องกันเหยื่อที่ถูกหลอกจำได้

หลังจากนั้นก็จะส่งผู้หญิงชาวฟิลิปินส์ออกไปเดินในแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวพักอาศัยหรือ สถานที่ท่องเที่ยว แล้วเดินปะปนเก้ๆ กังๆ พร้อมกางแผนที่ทำทีว่าหลงทางอยู่ย่านนั้นๆ

เหยื่อที่เลือกมักจะเป็นนักท่องเที่ยวสัญชาติญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อังกฤษ ที่อายุไม่มาก หรือ พวกนักศึกษา ที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเภทเป้เดี่ยวคนเดียว เมื่อเหยื่อหลงกลเดินทางเข้ามาทัก หรือแกล้งเดินเข้าไปถามเส้นทาง ในแผนที่กับเหยื่อแล้ว ก็จะแสดงตัวว่าเป็นนักศึกษาแล้วตีสนิท ถามว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาติไหน พักอยู่ที่ใด เมื่อได้ข้อมูลแล้วจึงบอกว่าตนเองมีน้องสาวกำลังจะไปเรียนต่อยังประเทศของนักท่องเที่ยวผู้นั้น พร้อมทั้งขอร้องให้นักท่องเที่ยวผู้นั้นช่วยอธิบาย เกี่ยวกับขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรม การดำรงชีพเกี่ยวกับประเทศของนักท่องเที่ยวผู้นั้นให้กับ น้องสาวของตน ถ้าเหยื่อหลงเชื่อก็จะพานั่งรถแทกซี่ ไปยังบ้านหลังนั้น แต่ถ้าเหยื่อไม่ไปก็พยายาม หว่าล้อมว่าถ้าไปด้วยแล้วจะยินยอมให้ร่วมหลับนอนด้วย

ในจำนวน 88 ราย ในแต่ละปี ที่โดนว่านล้อมแล้วสุดท้ายก็โดนต้มตุ๋น ตามคำให้การของ นักท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับการโดนแก๊งต้มตุ๋นชาวฟิลิปินส์ประมาณกว่า 70 รายให้การว่า เขาชักชวนให้ไปแนะนำ เกี่ยวกับวัฒนธรรมของประเทศผู้ร้อง เพื่อต้องการส่งน้องสาวไปเรียนต่อ และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ผู้ร้องสามารถที่จะให้ความช่วยเหลือได้ เมื่อได้เดินทางไปยังประเทศของผู้ร้อง แล้ว ซึ่งผู้ร้องก็ยินดีที่จะมีเพื่อนใหม่ จึงได้ยินยอมเดินทางไปด้วย ใน15 ราย โดนในลักษณะเดียวกันที่ยินยอมเดินทางไปยังบ้านของแก๊งต้มตุ๋นบอกว่า น้องสาวของผู้ที่เข้ามาชักจูงสวยมากและไร้เดียงสาอยากจะให้ผู้ร้องเป็นเพื่อนคอยดูแลเมื่อเดินทางไป ศึกษาต่อยังประเทศของผู้ร้อง และผู้ชักชวนก็ยินดีที่จะให้มีความสัมพันธ์และเปลี่ยนหลังจากที่ยินยอมไป แนะนำเกี่ยวกับวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประเทศผู้ร้อง
และ 3 รายให้การว่า ถูกชักชวนให้ไปร่วมประเวณียังบ้านของหญิงที่บอกว่าหลงทาง โดยไม่เสียเงิน ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอบแทนที่ได้มีความเมฆตาแนะนำทางให้กลับยังที่พัก

เมื่อเหยื่อหลงเชื่อนางนกต่อก็เรียรถแทกซี่เดินทางไปยังสนามตุ๋นทันที ในระหว่างที่เหยื่อสสนั่งรถแทกซี่แล้ว หญิงนางนกต่อก็จะชวนคุยอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้เหยื่อมีโอกาสที่จะมองออกไปยังเส้นทางที่ผ่าน

คำให้การของเหยื่อหลายรายให้การว่า ในขณะที่กำลังนั่งรถแท๊กซี่ไปยังบ้านหญิงผู้นั้น ผู้เสียหายพยายามที่จะมองเส้นทางเพื่อจดจำเผื่อว่าหลงทาง แต่หญิงดังกล่าวพยายามชวนคุยถึงประวัติส่วนตัว ที่มามาของรายได้ และครอบครัวตลอดจนให้เล่าเรื่องราวที่ตื่นเต้นในขณะท่องเที่ยวให้ฟัง หรือแม้กระทั่งยั่วยวนพยายามให้ผู้เสียหายดูหน้าอกและพยายามที่จะล้วงของลับผู้เสียหาย จนไม่สามารถที่จะจำเส้นทางได้

เมื่อมาถึงบ้านพักของหญิงนั้นก็มาพบกับน้องสาวจริงๆ แล้วก็หาน้ำดื่มมาเลี้ยงรับรอง เมื่อสนทนากันประมาณ 20 นาที ก็มีชายอีก 3 คนเข้ามา ซึ่งหญิงดังกล่าวบอกว่าเป็นญาติมาเยี่ยม แล้วทั้งหมดก็เข้ามาร่วมวงสนทนากัน ชายทั้งสามที่มาบอกว่าวันนี้วันหยุดพวกเขาจะมากินเลี้ยงและฉลองเพื่อนใหม่ของญาติ จากนั้นอาหารก็นำมาเสริฟเล็กน้อย ในขณะที่รออาหาร ชายคนหนึ่งก็ชวนชายอีกสองคนมาเล่นไพ่เพื่อฆ่าเวลา เวลาผ่านไปครู่ใหญ่หญิงดังกล่าวก็ชวนผู้เสียหายเข้าไปร่วมนั่งในวง และชายคนแรกก็ชวนผู้เสียหายลงเล่นด้วย เนื่องจากขาดขาไพ่ ผู้เสียหายบอกว่าเล่นไม่เป็น หญิงคนนั้นได้สอนให้เล่น ซึ่งเมื่อเล่นครั้งแรกผู้เสียหายได้เงินถึง 100 เหรียญสหรัฐ ชายทั้งสามและหญิงคนนั้นต่างชม ว่าดวงดีผู้เล่นจึงได้เล่นต่อไป หลังจากนั้นผู้แจ้งก็เล่นได้บ้างเสียบ้างแต่ได้มากกว่าเสีย

ผู้แจ้งได้นั่งเล่นอยู่กับกลุ่มแก๊งนี้เป็นเวลา 3 ชั่วโมง ผู้แจ้งก็ค่อยๆ เสียเงินเป็นจำนวนถึง 1,215 เหรียญ จนผู้แจ้งบอกว่าผู้แจ้งเงินสดหมด ก็มีชายคนหนึ่งซึ่งมีอายุมากแล้วเพิ่งเข้ามา ในบ้านหลังนั้น ซึ่งหญิงคนดังกล่าวได้บอกกับผู้แจ้งว่า เป็นลุงของน้องสาวที่จะให้ผู้แจ้งสอนเกี่ยวกับวัฒนธรรม จึงได้แนะนำให้ผู้แจ้งรู้จัก

เมื่อชายคนนั้นทราบว่า ผู้แจ้งคือใคร ชายคนนั้นก็ดีใจแล้วจึงได้ให้ผู้แจ้งยืมเงินสด 3,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อเล่นแก้ตัว ผู้แจ้งจึงได้เล่นต่อไปอีกประมาณ 20 นาทีและก็เสียจนหมด ชายคนเดิมจึงได้ให้ผู้แจ้งยืมเงิน อีก 1,500 เหรียญสหรัฐ ผู้แจ้งก็รับมาแล้วเล่นต่อแต่ก็เสียอีก

ชายคนที่ให้ยืมเงินบอกกับผู้แจ้งว่า ให้ผู้แจ้งเลิกเล่นก่อนวันนี้เพราะผู้แจ้งดวงไม่ดี และยังบอกกับผู้แจ้งว่า เงินที่ให้ยืมนั้นก็ต้องการใช้ด่วน เพราะในตอนค่ำชายคนนั้นจะต้องบินไปจ่ายเงิน ที่ซื้อสินค้ายังประเทศสิงคโปร์ พร้อมทั้งเอาเอกสารในสั่งสินค้าให้ผู้แจ้งดู แต่ผู้แจ้งกล่าวว่า ผู้แจ้ง ไม่มีเงินสดแล้ว คงมีแต่บัตรเคดิต แต่บัตรเครดิตก็ถอนเงินได้ไม่เกินวันละ 5,000 เหรียญสหรัฐ และวันนี้ผู้แจ้งก็ถอนไปแล้วถึง 4,000 เหรียญสหรัฐ หญิงคนที่ชักชวนผู้แจ้งจึงกล่าวกับผู้แจ้งว่า ให้ใช้บัตรเครดิตไปซื้อทองก็ได้เพื่อที่จะนำทองคำมาขาย ซึ่งชายคนที่ให้ยืมเงินก็ยินดีรับทองคำ จากนั้นผู้แจ้งพร้อมด้วยชายคนที่ยืมเงินและหญิงคนนั้นก็ออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว ขึ้นรถแทกซี่ไปยังร้านทองย่านประตูน้ำ โดยผู้แจ้งใช้บัตรเครดิตซื้อทองไปเป็นจำนวน 4,500 เหรียญสหรัฐ ย่านที่ไปซื้อทองซึ่งทำการร่วมมือกับแก๊งต้มตุ๋น ตามรายงานการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่า มีย่านมาบุญครอง ย่านเยาวราช และประตูน้ำ ในอัตราส่วน 10% ในจำนวนเงินที่ทำการรูดเอาทองออกไป และเมื่อเกิดคดีดังกล่าวขึ้น เจ้าหน้าที่หน่วยงานหนึ่งที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการ อย่างเด็ดขาดกับกลุ่มร้านค้าที่ร่วมมือกับแก๊งต้มตุ๋น ได้บุกเข้าทำการจับกุมร้านค้าทองดังกล่าว

แต่ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนดังกล่าวถูกเล่นงานจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานนั้น โดยถูกกล่าวหาว่ากลั่นแกล้งผู้ประกอบการค้าสุจริต ทั้งๆ ที่คำรับสารภาพจากนักต้มตุ๋นว่า มีการติดต่อดำเนินการกับเจ้าของกิจการร้านค้าจริง จึงเป็นการติดสินบนเพื่อผลกำไรผิดกฎหมาย เมื่ออาชญากรรมที่ทำกันเป็นองค์กร อาจเจตนาใช้การคอร์รัปชั่นเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งของตนในตลาดผิดกฎหมายจากเหยื่อ เพื่อแสวงหากำไรจากธุรกิจที่ถูกกฎหมายดังกรณีดังกล่าว

จำนวนเงินแต่ละปีของนักท่องเที่ยวที่ถูกร้องเรียนขึ้นหลักร้อยล้านบาท เท่ากับว่าจำนวนที่มากมายมหาศาลเหล่านี้ย่อมเป็นกำไรและส่วยจากรายได้ที่เข้ามาชดเชย กล่าวคือรายได้มหาศาล ถูกใช้ไปในการให้ค่าคุ้มครองจากกระบวนการที่มีอำนาจไม่ต้องบอกก็พอเดาออก ส่วนหนึ่งที่มีเอี่ยว หรือหุ้นลม ในการตัดต้นตอของเรื่องที่ร้องเรียนเข้ามา

ถึงแม้ว่าการ้องเรียนเข้ามายังกระทรวงที่ใหญ่ที่สุดหรือถึงนายกรัฐมนตรีก็ตาม เรื่องทั้งหมดจะถูงส่งมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วจะมีการแทงต่อไปตามลำดับจากกองเลขานุการ ผ่านลงมายังระดับกองบัญชาการ (บช.) ก็คือกองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) ซึ่งเป็นหน่วย ที่ควบคุมหน่วยงานในปกครองจำนวน 8 กองบังคับการ และหนึ่งที่มีหน้าที่โดยตรงก็คือตำรวจท่องเที่ยว

ร้านค้าอัญมณีที่ มีพฤติการณ์ต้มตุ๋นนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ และบรรดาไกด์ผีชาวต่างประเทศที่ทำลายภาพบรรยากาศของการท่องเที่ยวกิดขึ้นราวกับดอกเห็ด และมีการแก่งแย่งพื้นที่ในการทำมาหากิน บ่อยครั้งที่มีการร้องเรียนจากแก๊งหนึ่งที่มีปลอกคอให้ทำลายคู่แข่งในทางการค้า ดังเช่นร้านจิวรี่ย่านคลองประปา ที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจยศจ่า (สุ,,) จัดการตามคำบัญชาของเสี่ย (ป.) เพื่อที่จะให้ไกด์เถื่อนต่างด้าวนำลูกทัวร์มาลงให้ในร้านของตัวเอง

เหมือนในหลายประเทศที่เข้มงวดกับอาชญากรรมองค์กรต่างต้องตกเป็นเครื่องมือขององค์กรอาชญากรรม เช่น ยูเอ็นดีพีรายงานว่า พ่อค้าที่ไม่สุจริต นักพนัน และพ่อค้ายาเสพติดในอเมริกาเหนือและละตินอเมริกา จ่ายเงินใช้เจ้าหน้าที่ให้บุกเข้าตรวจค้นคู่แข่งของตน หรือกันคู่แข่งไม่ให้เข้าประเทศได้ หรือบางครั้งธุรกิจที่คอร์รัปชั่นก็อาจจะข่มขู่คู่แข่งของตนโดยตรง และจ่ายเงินปิดปากตำรวจ หรือให้ทำในสิ่งที่ตนต้องการ

ยูเอ็นดีพีเปิดเผยว่า นอกจากนี้กลุ่มอาชญากรรมที่คอร์รัปชั่นยังอาจเป็นภัยคุกคามต่อประเทศ ที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลง ที่ความมั่งคั่งทั้งหมดของรัฐเปิดโอกาสให้ฉกฉวยกันได้ หากกลุ่มอาชญากรรมกำหนดเงื่อนไขที่ไม่แน่นอนและรุนแรง ก็จะเป็นการขับไล่คู่แข่งให้เตลิดหนีไปทำให้ปลอดคู่แข่ง


(update 10 กุมภาพันธ์ 2003)
[ ที่มา... หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน  วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600