|
| |
 |
|
รายงานพิเศษ : กรุงเทพอันตราย ตอน
เผยจุดย่านวายร้ายฝังตัว |
ผู้จัดการออนไลน์ - เปิดโซนร้อนกรุงเทพอันตราย
วายร้ายข้ามชาติแฝงตัวปะปนนักท่องเที่ยวเกลื่อนเมือง แฉทำธุรกิจนอกรีตคดโกงนักท่องเที่ยวด้วยกันสารพัด
โดยใช้ผู้หญิงไทยเป็นคนออกหน้า เผย จุดย่านพักอาศัยที่ตำรวจจับตาใกล้ชิด
อาญากรรมข้ามชาติในยุค 2003 กลับมาแล้วหลังจากที่นำเงินกลับไปฉลองปีใหม่
ปีที่ผ่านมามีแก๊งอาชญากรรมเพิ่มจากเดิม 4 กลุ่มเป็น 18 กลุ่ม นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นถูกแก๊งไพ่ 3 ใบ
ชาวฟิลิปินส์ในกรุงเทพฯ ต้มตุ๋นไปได้กว่า 7ล้านบาทไม่รวมต่างจังหวัด
ในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังตื่นตัวกับการป้องกันกับการก่อการร้ายแบบสากลที่กำลังระบาดไปทั่วเอเซียใต้
และกำลังลุกลามขยายตัวออกไป แต่สำหรับในประเทศไทยการลักลอบการก่อการร้ายแบบท้องถิ่นหรือแบบแฟชั่นก็ไม่เบา
จำนวนกลุ่มอาชญากรรมต่างด้าวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นในระหว่างปี 2537 ถึงปี 2544 จาก 4 กลุ่ม คือ
แก๊งปลอมหนังสือเดินทาง, แก๊งต้มตุ๋น, แก๊งปลอมเช็คเดินทาง, แก๊งค้ายาเสพติด, มีสมาชิกอยู่กลุ่มละประมาณ 10 คน
ในปัจจุบันกลุ่มอาญากรรมต่างด้าวขยายตัวเป็นทวีคูนเพิ่มสูงมากขึ้น จาก 4 กลุ่มเพิ่มขึ้นไปเป็น 18 กลุ่ม
โดยแต่ละกลุ่มจะมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 100 คน ซึ่งในปี 2544 การขยายตัวของกลุ่มเครือข่ายอาชญากรรมออกไปนอกประเทศ โดยแต่ละแห่งถูกควบคุมโดยอาชญากรรมที่ทำเป็นองค์กรซึ่งในจำนวนนี้มีบริษัทโดยชาวต่างชาติเป็นที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย
ตั้งอยู่ในพัทยาและจังหวัดภูเก็ต บริษัทที่ทำหน้าที่คล้ายธนาคารและธุรกิจอื่นที่สามารถทำการฟอกเงิน
ได้รวมเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก
นอกจากนี้ กลุ่มอาชญากรรมที่ทำกันเป็นองค์กรเข้ามายังเอเซียใต้ยังได้เปิดธุรกิจขึ้นเชื่อมโยงหลายประเทศ
จนถึงยุโรปกลางโดยมีรายได้มหาศาลจากการค้าปืน การค้าประเวณี การขู่กรรโชก การขโมยรถยนต์ ปลอมเอกสาร
ปลอมสินค้า จัดกิจกรรมทางเพศข้ามชาติ ก่อการร้ายสสตลอดจนการค้าน้ำมันและบุหรี่ในตลาดมืด
ภูมิภาคดังกล่าวนี้ยังเป็นช่องทางสำคัญที่เฮโรอีนและยาบ้าเข้าสู่ยุโรปตะวันตกอีกด้วย นอกจากนี้ประเทศในยุโรปกลางกับประเทศไทยก็ยังเป็นแหล่งการค้ามนุษย์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดอีกเช่นกัน
ถึงแม้ว่าอาชญากรรมที่ทำกันเป็นองค์กรข้ามชาตินั้น ได้ทวีความซับซ้อนมากขึ้น แต่ผู้รักษากฎหมายของไทยก็ประสบความคืบหน้าบางประการในการตามล่าตัวผู้นำกลุ่ม
และปิดเครือข่ายเหล่านี้ลงได้บ้าง แต่การเพิ่มขึ้นและพัฒนาการของขบวนการคนร้ายข้ามชาติไม่ได้หยุดนิ่ง กลับขยายต่อเชื่อมเป็นวงจรที่เกื้อกูลธุรกิจอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งกันและกันอย่างครบวงจรในประเทศไทย
ที่ผ่านมา การก่อการร้ายระบาดออกไปยังประเทศที่อ่อนแอต่อการป้องกัน เมื่อสิ้นเสียงระเบิดสถานที่ท่องเที่ยวของบาหลี แรงระเบิดทำให้ภูมิภาคเอเซียใต้ได้เคลื่อนไหวตื่นตัวกับการป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ถัดมาในวันรุ่งขึ้นประเทศฟิลิปินส์ก็ถูกลอบโจมตีด้วยระเบิดอีก ทำให้หลายต่อหลายฝ่าย
โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการก่อการร้าย ต่างระดมจับกระแสการก่อการร้ายอย่างเอาเป็นเอาตาย
เมื่อกลิ่นไอของระเบิดจางลง
การก่อการร้ายไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในภูมิภาคนี้ การก่อการร้ายด้วยระเบิดมุ่งทำลายทรัพย์สิน
และชีวิตต่างเกิดขึ้นเป็นระยะ ยิ่งในช่วงที่จะมีการทำสงครามของชาติมหาอำนาจกับประเทศอิรัก การประกาศเตือนพลเมืองของสหรัฐไปทั่วโลกการก่อการร้ายจะมีขึ้นในประเทศที่มีความระวังป้องกันที่อ่อนแอ
คำกล่าวเตือนเสมือนสัญญาณที่จะต้องเกิดขึ้นจริง ๆ แต่ไม่ได้ระบุไปยังประเทศใดประเทศหนึ่ง
แต่ความจริงแล้วการเตือนก็เหมือนกับเป็นการบอกใบ้ล่วงหน้า
ประเทศที่มีการระวังป้องกันที่อ่อนแอไม่ได้หมายถึงประเทศที่ไม่ได้ทำการระวังป้องกันแต่อย่างใด
แต่เป็นการระวังป้องกันแบบนโนบายหลับตาข้างเดียว ด้วยผลประโยชน์ที่เชื่อว่าสามารถสร้างเศรษฐกิจ
ให้กับประเทศชาติได้นั่นคือ การท่องเที่ยวและการลงทุนแบบไร้ขีดจำกัด
ที่ผ่านมา การเดินทางเข้าประเทศไทยดูเหมือนว่ายาก แต่ว่าไม่ยากอย่างที่คิด เมื่อนโยบายการท่องเที่ยวเสรี
เป็นจุดขายดึงผู้คนเข้ามาท่องเที่ยว จากการสงวนวีซ่าที่ต้องขออนุญาตเดินทางเข้ามา กลับถูกยกเลิกและให้เดินทางเข้ามาได้
โดยไม่ต้องขอวีซ่า มิหนำซ้ำนโยบายการลงทุน นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2540 วันที่ 30 มิถุนายน 2543
ผู้ที่ได้รับสิทธิจะต้องนำเงินมาลงทุนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท
รวมทั้งการเข้าซื้ออาคารชุด ก็ถือว่าเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง ซึ่งผู้ลงทุนจะต้องซื้อกับเจ้าของโครงการ
ที่เป็นผู้ถือสิทธิ์อาคารชุดเท่านั้น และห้ามจำหน่ายจ่ายโอนภายในระยะเวลา 3 ปี หรือการซื้อพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ
ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน ก็ถือว่าเป็นการลงทุน แต่ห้ามจำหน่ายจ่ายโอน จำนำ หรือไถ่ถอนเป็นเวลา 3 ปี
ติดต่อกันตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาต ซึ่งการลงทุนที่กล่าวมาถือว่าเป็นโอกาสทองของเหล่ามิจฉาชีพที่ได้ส้มหล่น
จากการมีถิ่นที่อยู่อย่างถาวรในประเทศไทย
นายหลาน ทาว ชาวจีนแผ่นดินใหญ่นำเงินมูลค่า 150 ล้านบาท จากการฉ้อโกงในกิจกรรมการค้าประเทศจีน แล้วใช้เงินที่โกงมาได้มาฝากกับธนาคารแล้วให้หน้าม้าไปขอถิ่นที่อยู่และ ซื้ออสังหาริมทรัพย์ทำมาหากินอย่างสะดวกในประเทศไทย
ในปี 2545 ฉายภาพให้เห็นว่าถิ่นวายร้ายข้ามชาติที่เข้ามากระทำเป็นองค์กรต่อเนื่องจากการพัฒนาการท่องเที่ยวเป็นกลยุทธ
ในการดึงเอานักท่องเที่ยวกลับมาเป็นรายได้หลักด้วยการอนุญาตให้วีซ่าโดยไม่ต้องขอ หลังจากที่ประเทศไทย
ประสบภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจเมื่อหลายปีก่อน จนกลายเป็นหน่อเนื้อร้ายขยายพันธุ์ก่ออาชญากรรมให้กับสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีวันควบคุมได้
ท้องที่ของแหล่งท่องเที่ยวประเภทขายเหล้าเคล้านารี และที่หลบพักตามโรงแรมเล็ก ๆ รวมทั้งอพาทเม้นท์คือจุดกำเนิดการผสมข้ามพันธุ์ของเหล่าอาชญากรนั่นเอง
รายงานข่าวจากสายข่าวของทางการระบุว่า แหล่งท่องเที่ยวและที่พักของนักก่ออาชญากรรมต่างด้าว
ในกรุงเทพมหานครขณะนี้กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดเพราะพวกเขาได้ยึดสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้เป็นถิ่นทำมาหากิน
ปะปนไปกับนักท่องเที่ยว จากขบวนการต้มตุ๋น ค้าเนื้อสดข้ามชาติถึงขบวนการก่อการร้ายสากล
แหล่งท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวของวายร้าย
ข้ามชาติแฝงตัวมาหาความสำราญหลังจากการก่อคดีแล้ว
ข้อมูลเบื้องต้นพบว่า บาร์เบียร์ย่านนานาพลาซ่า 25 บาร์ต่างถูกจับจองโดยนักค้ากำไรหลบเลี่ยงภาษี
ที่เป็นชาวต่างชาติทั้งสิ้น โดยหน้าฉากแล้วใช้หญิงไทยที่ถูกเรียกว่าภรรยาออกหน้าในการดำเนินกิจการ
การใช้ชีวิตอย่างเห็นแก่ตัวของคนต่างด้าวพวกนี้ ไม่ได้ดำเนินชีวิตตามปรกติเยี่ยงคนใน
ชาติที่ดำเนินตามครรลองของกฎหมาย จารีตประเพณีตามปรกติสุขท่านั้น กลับยิ่งเข้ามาทำลายสังคม
และวัฒนธรรมอันดีงามที่เป็นมรดกตกทอดมาหลายชั่วอายุคน ที่ถูกทำลายย่อยยับไปในเวลา ไม่ถึง 10 ปี
"เด็กหญิงอายุประมาณ 16 ปี ต้องมาขายตัวให้กับฝรั่งในย่านนี้ เพราะสถานที่แห่งนี้เป็น
แหล่งที่เด็กหญิงเหล่านี้มาทำมาหากินได้โดยไม่มีใครมายุ่ง เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยว
และระบบส่วยที่จ่ายให้กับเจ้าหน้าที่สม่ำเสมอ" หญิงบริการรายหนึ่งกล่าว กับ"ผู้จัดการออนไลน์"
นอกจากขายบริการทางเพศแล้ว หญิงเหล่านี้ยังถูกนำไปถ่ายวิดีโอในการแสดงท่าทาง
ร่วมเพศให้กับวายร้ายชาวเยอรมันที่ชื่อ "แอนดี้" เพื่อนำส่งไปขายยังต่างประเทศด้วย
ทั้งนี้จากการร้องเรียนของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่ถูกกระทำต่ออาชญากรต่างด้าวที่
แฝงตัวมาในคราบนักท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในปี 2544 จำนวน 226 คดี ปี 2545 ตั้งแต่เดือน
มกราคม-กันยายน เพิ่มขึ้นเป็น 234 คดี รวมมีที่ทั้งแจ้งความและไม่แจ้งความอยู่ด้วย
ในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่เป็นคดีฉ้อโกง 82 คดี ต้มตุ๋น 65 คดี คดีลักทรัพย์ 71 คดี
คดีทำร้ายร่างกาย 15 คดี คดีทางเพศ 1 คดี
ในคดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่เป็นคดีฉ้อโกงนั้นมีทั้งคดีฉ้อโกงการซื้อของที่ไม่ได้คุณภาพ
การสั่งตัดชุดสูทสากลตามร้าน การเข้าไปนั่งดื่มกินตามบาร์เบียร์ทั่วไปที่มีคนต่างด้าวเป็นเจ้าของร้าน
แล้วถูกเรียกค่าเครื่องดื่มแฟงจากราคาปรกติ การถูกหลอกให้ซื้อน้ำยาล้างเงินดำ เปิดคลีนิคขายยาลดความอ้วน
ชักจูงให้ซื้ออัญมณีจากไกด์เถื่อน ตลอดจนการขูดรีดในการดูโชว์ลามก
พื้นที่ในการปักหลักทำมาหากินในประเทศไทยของเหล่ามิฉาชีพมีเกิดขึ้นทั่วไปในประเทศไทย
ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ในแหล่งท่องเที่ยวและที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว
เปิดแหล่งอาชญากรรมต่างด้าวแฝงตัว
ท่ามกลางแสงสีและเสียงของซอยนานาเหนือ หรือสุขุมวิทซอย 3 เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวตัวจริง
และตัวปลอมออกท่องมาเที่ยวอย่างคึกคักหลายสัญชาติ แต่มีเพียงแค่ 3 เปอร์เซ็นต์ที่เดินเข้ามาในซอยนี้แล้วรีบกลับไป ซึ่งในอดีตถิ่นย่านนานาเหนือใต้เป็นดินแดนของชาวเยอรมัน ในสมัยทัวร์เนคมันหลังยุคอานอาร์
(ทหารอเมริกัน) ของปี 2522
ชาวเยอรมันเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยและตรงดิ่งเข้าพักในโรงแรมราชา โรงแรมนานา
โรงแรมคราวด์ ในย่านนี้เป็นที่ขึ้นชื่อของฟาร์มเนื้อสด และที่สำคัญการรวมตัวของหญิงบริการเมื่อไนท์คลับและบาร์เลิก หญิงบริการเหล่านี้จะไปรวมตัวกันที่ห้องอาหารโรงแรมเกรสและห้องอาหารเทอร์เม่ ซึ่งถูกเรียกว่า "เฟรซี่ฟาร์ม" (ฟาร์มขายเนื้อสด) ซึ่งในขณะนั้นเศรษฐกิจสร้างความร่ำรวยให้กับบรรดาคนขับรถแท็กซี่ป้ายดำตามโรงแรมที่อยู่เรียงรายบนถนนสุขุมวิท และเม็ดเงินไหลสู่ธุรกิจบาร์อะโกโก้หลายแห่ง รวมทั้งหญิงบริการ และหญิงบริการในรุ่นนั้นก็มีโชคดีได้ไปเป็น
คุณนายในเยอรมันหลายสิบชีวิต
ปัจจุบันย่านนานาถูกยึดครองด้วยนักธุรกิจของพ่อค้าชาวต่างชาติหลายสัญชาติ ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่พ่อค้าที่ทำธุรกิจอย่างธรรมดา แต่เป็นการทำธุรกิจที่ผิดกฎหมายและเป็นแหล่งซ่องสุมของเหล่าวายร้ายข้ามชาติไปแล้ว
ยิ่งดึกชาวผิวขาวที่เดินซื้อของริมทางเท้าตั้งแต่สุขุมวิทซอย 11 ถึงซอย 3 กระจายหายกลับสู่ที่พักของโรงแรมระดับ 3 ดาว
5 ดาว ในซอย 1 หรือตรงข้ามซอย 7 คงเหลือแต่หนุ่มผิวดำสนิทชาวกาฬทวี เช่น ชาวมาลี ไนจีเรีย เซเนกัล แอฟริกา
ไลบีเรีย แคเมอรูน กาน่า กีนี ไอเวอรี่โคสต์ และสาวผิวขาวที่มาจากอุสเบกิสสถาน ที่เตร็ดเตร่หากินเยี่ยงโสเภณีทั้งหญิงและชาย วงจรของรายได้ไม่ได้เข้าประเทศไทยอย่างที่หวัง
รายได้จากการขายบริการส่วนหนึ่งถูกส่งกลับไปยังประเทศต้นทาง 25% ที่เหลือรายได้ยังคงหมุนเวียน
ในกลุ่มธุรกิจ 20% เช่น ค่าโรงแรมที่พัก 8% ค่าอาหารเพื่อการยังชีพ 5% ค่าเครื่องแต่งตัว 5%
ค่าต่ออายุการอยู่ต่อ 2% และค่าคุ้มครอง 55%
ถัดจากซอย 3 เป็นซอย 3/1 ดินแดนของเหล่าชาวตะวันออกกลางที่สำคัญของย่านนี้ ปากีสถาน
อิรัค จอร์แดน อาหรับ อิหร่าน ผสมด้วยชาวดินเดีย พม่าและเนปาล
ข้ามมาซอย 4 นานาใต้ เป็นที่ท่องเที่ยวของชาวเยอรมันชื่อนานาพลาซ่า รวมกลุ่มวายร้ายจากเมืองเบียร์
ที่เดินทางเข้ามารอเพื่อต่อวีซ่ากับเจ้าของบาร์ในย่านนั้นที่เป็นชาวอังกฤษติดกับบาร์ของนายตำรวจ
ต้นปี 2545 เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลประสานงานกับหน่วยข่าวทางทหารได้เปิดยุทธการ "END GEME"
เข้าทำการกวาดล้างที่พักอาศัยของขบวนการ 30 จุดทั่วกรุงเทพฯ การกวาดล้างครั้งนั้น เจ้าหน้าที่พบเครือข่าย
ที่เชื่อมโยงการเดินทางแนวใหม่ ซึ่งแต่เดิมกลุ่มขบวนการใช้เส้นทางค้ามนุษย์และยาเสพติดเข้าญี่ปุ่น
ออสเตรีย อิตาลี สเปญ ปลายทางสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบันที่ค้นพบเส้นทางใหม่โดยใช้มาเลเซียเป็นประตูแรกที่เดินทางเข้ามาผ่านเข้ามาทางหาดใหญ่สู่กรุงเทพฯ แล้วเดินทางต่อออกไปยังประเทศจีนเข้าสาธรณเช็คเพื่อผ่านเข้ายุโรปแทน
ถึงแม้ว่าการปราบปรามจะมีความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่อาชญากรรมข้ามชาติก็ยังคงขยายขอบข่ายไปทั่วโลก ต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด้วยการหลบซ่อนตัวในประเทศที่ "ปลอดภัย" และมันจะเปลี่ยนเส้นทางการค้าจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งเมื่อเส้นทางเดิมร้อนเกินไป
เผยจุดอันตรายแหล่งกบดานวายร้าย
- ถนนพัฒนาการ ซอย 27 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ (ชาวไลบีเรีย)
- สุขุมวิท 77 อ่อนนุช 12 เขตพระโขนง กรุงเทพฯ (ชาวมาลี)
- ซอยพึ่งมี สุขุมวิท 93 บางจาก พระโขนง กรุงเทพฯ (ชาวไจีเรีย,เซเนกัล)
- สุขุมวิทซอย 3 นานาเหนือ กรุงเทพฯ (ชาวแคเมอรูน.ปากีสถาน,กา น่า,ไลบิเรีย,ไนจีเรีย
และหญิงค้าประเวณีชาวอุสเบกิสสถาน)
- สุขุมวิทซอย 93 พระโขนง กรุงเทพฯ
- สุขุมวิท 64 พระโขนง กรุงเทพฯ
- ซอยพัฒนเวศน์แยก 12 สุขุมวิท 71 คลองตัน พระโขนง กรุงเทพฯ (ชาวไนจีเรีย)
- ซอยเกษมสุวรรณ สุขุมวิท 50 พระโขนง กรุงเทพฯ
- สุขุมวิท 63 ซอยภาษี 1 (เอกมัย 32) แขวงคลองตัน เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
- ซอยทองหล่อ 25 สุขุมวิท 55 คลองตัน เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
- สุขุมวิท 97/1 ม.15 บางจาก พระโขนง กรุงเทพฯ
- อ่อนนุช 55-57 ประเวศ กรุงเทพฯ
- อ่อนนุช 62 สวนหลวง กรุงเทพฯ
- อ่อนนุช 37 ถนนอ่นนุช 77 กรุงเทพฯ
- ซอยอนันนับ ถนนสุขุมวิท 71 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ (ชาวแอฟริกาใต้) แรงงาน ฟิลิปปินส์,พม่า,ศรีลังกา)
- ซอยเจริญมิตร (ชาวไนจีเรีย,ไรบีเรีย)
- สุขุมวิทซอย 4 นานาใต้ กรุงเทพฯ
- สุขุมวิทซอย 7/1 0-2
- นานาเหนือ สุขุมวิทซอย 5 กรุงเทพฯ (ชาวมาลี.กีนี.เซเนกัล)
- พัฒนาการ ซ.21,27 สวนหลวง (ชาวไนจีเรีย,ไลบีเรีย,ไอเวอรี่โคสต์ )
- ซอยอ่อนนุช 27 สุขุมวิท 77 (มีชาวกาน่า,ไอเวอรี่,ไนจีเรีย)
- สุขุมวิท 18 (มีชาวไลบีเรีย)
- สุขุมวิทซอย 1 (ชาวมาลี.กีนี.เซเนกัล)
- ซอยอ่อนนุช 46 หลังปั้มน้ำมันเอสโซ่
- สุขุมวิทซอย 50
(update 10 กุมภาพันธ์ 2003)
[ ที่มา...
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2546 ]
|