ภาษาฝรั่งมีศัพท์คำหนึ่งคือ อินซอมเนีย (Insomnia) ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า การนอนไม่หลับหรือโรคนอนไม่หลับ
ซึ่งที่จริงไม่น่าจะเรียกว่า "โรค" หากแต่เป็น "ภาวะ" มากกว่า
เนื่องจากมีสาเหตุได้ร้อยแปดพันประการ
แต่มีศัพท์ไทยอีกคำหนึ่งซึ่งผมชอบมากกว่าคือ "อดนอน" ซึ่งผมคิดว่าสื่อได้ดีว่าคืออะไร
ตรงข้ามกับ Insomnia คือ Somnolence (ซอมโนเล้นซ์) ซึ่งแปลว่า ง่วง ง่วงหลับ ง่วงนอน
อยากจะหลับ ทำให้หลับ นับเป็นคำตรงข้ามกันนั่นเอง
Insomnia หรือการอดนอนคืออะไร ?
คือการที่คนๆ หนึ่งไม่สามารถได้มาซึ่งปริมาณการนอนหลับได้นานพอกับความต้องการของร่างกาย
แต่พูดถึงปริมาณหรือระยะเวลาของการนอนหลับแล้ว แต่ละคนจะมีต่างๆ กัน อย่างบางคนต้องการเวลานอนเพียงวันละ 3 ชั่วโมงก็พอ
ในขณะที่บางคนต้องการถึง 10 ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นจะทำงานไม่ได้ประสิทธิภาพ แถมยังขี้หงุดหงิดอีกต่างหาก
แม้ว่าแต่ละคนจะมีความต้องการระยะเวลาการนอนหลับต่างๆ กัน แต่ในคนๆ เดียวกันนั้น
ความต้องการการนอนหลับเฉพาะตัวคนๆ นั้น จะค่อนข้างคงที่ตลอดชั่วอายุของเขา อย่างเช่น
เริ่มต้นด้วยการนอนหลับคืนละ 6 ชั่วโมง ในสัปดาห์แรกก็เป็นไปได้ว่า 5 หรือ 10 ปี
จากนี้ไปเขาก็ยังต้องการคืนละ 6 ชั่วโมงอยู่นั่นเอง
การนอนไม่หลับมีหลายชนิดไหมครับ ?
ครับ มีได้หลายชนิด กล่าวคือ
- นอนไม่หลับเพียงชั่วครั้งชั่วคราว (Transient)
- นอนไม่หลับระยะสั้น (Shot Term)
- นอนไม่หลับเรื้อรัง (Chronic Insomnia)
การนอนไม่หลับชั่วครั้งชั่วคราวหมายความว่า การอดนอนเพียง 2-3 วัน
แต่ถ้าเป็นการนอนไม่หลับช่วงสั้นก็อาจหมายถึงการอดนอนมากกว่า 3 สัปดาห์
ส่วนนอนไม่หลับเรื้อรังหมายถึง การอดนอนต่อเนื่องกันเป็นเดือนหรือเป็นปี
สำหรับคนที่อดนอนเรื้อรังนั้น เขามักจะมีรูปแบบการนอนไม่หลับอยู่ 1-2 แบบ กล่าวคือ
- มีปัญหาการเริ่มนอนหลับ คือพยายามอยู่นานกว่าจะหลับ
- บางคนหลับง่ายมาก แต่ตื่นบ่อย
- บางคนเป็นทั้ง 2 อย่าง คือทั้งหลับยากและตื่นบ่อย
คนเราทุกคนคงจะมีการอดนอนเป็นครั้งคราว จึงขอเรียนถามว่าการอดนอนขนาดไหนถึงจะเป็นปัญหา ?
ตอบง่ายๆ ว่าการอดนอนจะเป็นปัญหา เมื่อมันทำให้เราประกอบภารกิจตอนกลางวันไม่ได้ดี
อย่างคนที่อดนอนเรื้อรังนั้น เขามักจะขี้หงุดหงิด และมีผลิตภาพ (Productivity) ของเม็ดงานลดลง ประสบอุบัติเหตุได้ง่าย
หรืออีกแนวคิดหนึ่งก็ตอบว่าเมื่อการอดนอนทำให้ภารกิจตอนกลางวันแย่ลง ก็ถึงเวลาที่จะต้องหาสาเหตุ
เนื่องจากการนอนไม่หลับมักจะเป็นอาการของความผิดปกติ หรือโรคบางอย่างที่กำลังเกิดกับร่างกายของคนนั้นๆ
การอดนอนมีสาเหตุอะไรที่พบบ่อยที่สุด ?
กว่าร้อยละ 50 ของคนอดนอนเรื้อรังจะมาจากความเครียดอันสืบเนื่องจากอารมณ์ซึมเศร้า
ความล้มเหลวของชีวิตสมรส หรือสถานการณ์ทางจิตอื่นๆ ที่ขัดขวางการนอนหลับ
นอกจากนี้การอดนอนยังอาจเกิดจากโรคทางกาย เช่น อาการปอดเรื้อรัง โรคไต โรคที่ทำให้หายใจไม่สะดวก
ภาวะขากระตุก หรือขาไม่อยู่สุข
สำหรับบางคนการอดนอนอาจเป็นผลของนาฬิกาในร่างกายเกิดรวนเรจนทำให้จังหวะเวลาเปลี่ยนไป
ทำให้นอนไม่หลับในเวลาที่ประสงค์จะหลับ
ปัจจัยทางการดำเนินชีวิต (Lifestyle) ก็มีผลต่อการนอนหลับได้ เช่น การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป
หรือขาดการออกกำลังกาย
แล้วเราจะทำลายวงจรอุบาทว์ของการนอนหลับได้อย่างไร ?
คงต้องหาสาเหตุการอดนอนให้ได้และบำบัดที่ต้นเหตุ เช่น ถ้าเป็นเพราะความเครียด
ก็พยายามหาทางลดความเครียดหรืออาจคุยกับคุณหมอ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
ผู้เชี่ยวชาญบางคนแนะนำให้คนที่อดนอนทำตัวเป็น "นักวิทยาศาสตร์"
เสียเองเพราะตำรับของการบำบัดภาวะอดนอนในแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ดังนั้นอาจทำบันทึกกิจกรรมประจำวัน
และวิธีการนอนหลับทุกคืนเป็นเวลา 1 สัปดาห์ แล้วปรับเปลี่ยนบางอย่างขณะที่จดบันทึกต่อไป
แล้วเปรียบเทียบดูว่ามีการเปลี่ยนไปในทางดีขึ้นหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ท่านที่ต้องนอนงีบทุกวันเป็นประจำ
ก็ลองเลิกนอนงีบสัก 1-2 สัปดาห์ แล้วดูว่าการนอนหลับยามค่ำคืนดีขึ้นไหม หรือเลิกดื่มกาแฟในอาหารมื้อค่ำ
ไปสักหนึ่งสัปดาห์แล้วดูว่าดีขึ้นไหม ?
มียาทำให้นอนไม่หลับไหม ?
มีครับ ยารักษาโรคทั้งที่หาซื้อได้เองหรือต้องใช้ใบสั่งจากแพทย์ อาจทำให้เกิดการนอนไม่หลับได้
เช่น ยาบางขนานที่ใช้รักษาโรคหืด ความผิดปกติของต่อมธัยรอยด์ อารมณ์ซึมเศร้าและยาลดความอ้วน
หรือไม่ก็ในรายที่ยาไม่ทำให้นอนไม่หลับ แต่พอกินควบกับยาอีกขนานหนึ่งก็ได้เรื่อง
ดังนั้นควรสอบถามคุณหมอก่อนหยุดยาหรือเปลี่ยนยาที่ใช้อยู่
การนอนหลับของคนเราเป็นไปตามวัย หรือไม่ครับ
พอคนเราแก่ตัวลง จะนอนหลับสนิทน้อยลง จึงมีการตื่นตอนกลางคืนบ่อยขึ้น
ดังนั้นช่วงการนอนหลับลึกหรือหลับสนิทที่เรียกว่า Delta Sleep อันเป็นช่วงการนอนหลับที่เอื้ออำนวย
ต่อการทำนุบำรุงร่างกายที่ดีที่สุดก็จะลดลง ปกติระยะการนอนหลับสนิทจะเกิดหลังจากผล็อยหลับไปไม่นานนัก
แต่ภาวะนี้จะลดลงตามอายุ
บางครั้งการตื่นนอนช่วงสั้นๆ หลายครั้งอาจทำให้เรารู้สึกว่าอดนอนทั้งคืน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่
การลดการนอนงีบตอนกลางวัน โดยทำตัวให้ไม่ว่างอยู่เสมอจะช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น เมื่อเราแก่ตัวลง
การออกกำลังกายกับการนอนหลับ มีความสัมพันธ์กันหรือไม่ ?
มีแน่ และมีในทุกกลุ่มอายุด้วย เพราะว่าเราจะนอนหลับได้ดีที่สุดเมื่อเมตาบอลิซึมในร่างกายดำเนินไปช้าๆ
การออกกำลังมากๆ สัก 20-30 นาที จะช่วยการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย แล้วก็จะเชื่องช้าลงในราว 6 ชั่วโมงต่อมา
โดยจะเชื่องช้ากว่าคนที่ไม่ออกกำลังกาย ดังนั้นการนอนหลับจึงดีขึ้น
การอาบน้ำอุ่น 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอนก็จะมีผลต่อเมตาบอลิสม์คล้ายคลึงกัน
สิ่งแวดล้อมขณะจะเข้านอนมีความสำคัญไหมครับ ?
อันนี้แล้วแต่คน โดยคนส่วนใหญ่จะหลับได้ในความมืด แต่บางคนก็ไม่จำเป็น
บางคนต้องเปิดหน้าต่าง บ้างชอบเตียงแข็งขณะที่บางคนชอบเตียงนุ่ม ดังนั้นต้องถามตัวเองว่าชอบแบบไหน
ยานอนหลับช่วยไหมครับ ?
ช่วยได้แต่ไม่ควรใช้รักษาภาวะอดนอนเรื้อรัง ยานอนหลับใช้ได้ในคนที่นอนไม่หลับเป็นครั้งคราว
หรืออดนอนช่วงสั้นๆ เช่น ในคนที่มีนัดสำคัญตอนเช้าจนนอนไม่หลับ อาจพึ่งยานอนหลับได้
แต่ถ้าเป็นคนนอนไม่หลับเรื้อรังแล้ว อย่าใช้ยานอนหลับดีกว่า เพราะยาเหล่านี้ใช้ไปนานๆ แล้วจะติด
พอลองหยุดยากลับจะทำให้การนอนไม่หลับเลวลง
การดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้านอนดีไหมครับ ?
คำกล่าวเชิงชักชวนว่าดื่มสักนิดก่อนเข้านอน จะช่วยการนอนหลับ นับเป็นความเชื่อผิดๆ
เพราะการดื่มตอนดึกอาจช่วยให้หลับได้ แต่จะเป็นการนอนหลับเป็นช่วงๆ แถมยังทำให้ติดเหล้าได้อีกต่างหาก
ข้อสำคัญที่ขอเตือนไว้คือ อย่าผสมยานอนหลับเข้ากับแอลกอฮอล์เชียว เพราะจะทำให้เกิดอันตรายได้มาก
เมื่อไรจึงควรขอความช่วยเหลือจากศูนย์ช่วยการนอนหลับ
กว่าร้อยละ 80 ของคนที่อดนอนจะแก้ปัญหา หรือคลี่คลายได้ด้วยตัวเอง
หลังจากเอาชนะต้นเหตุของการนอนไม่หลับนั้น
ถ้าท่านเป็นคนหนึ่งซึ่งนอนไม่หลับนานกว่า 6 เดือน จนมีผลกระทบการประกอบกิจวัตรประจำวัน
ก็ขอให้ปรึกษาคุณหมอเจ้าประจำของท่าน และถ้ายังไม่ดีขึ้นจึงไปปรึกษาศูนย์ผู้เชี่ยวชาญการนอนไม่หลับ (Sleep Center)
ซึ่งในขณะนี้เริ่มมีบริการหลายแห่งแล้วในเมืองไทย
(update 20 มกราคม 2003)
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 26 ฉบับที่ 10 ตุลาคม 2545 ]
|