| ฮีสทีเรีย มี 2 แบบ คือ โรคประสาทฮีสทีเรีย และบุคลิกภาพแบบฮีสทีเรีย ซึ่งพบได้มากกว่า
และอาจเป็นได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย
คนที่มีบุคลิกภาพแบบฮีสทีเรีย จะเป็นคนที่มีลีลา ท่าทาง และมีการแสดงออกมากเกินไป
จนเหมือนเล่นละคร โดยจะแสดงอากัปกิริยาชายหูชายตา ยั่วยวน เพื่อดึงดูดความสนใจ
หรือเชิญชวนทอดสะพานให้เพศตรงข้าม จึงทำให้หลายคนมักเข้าใจผิดว่า คนๆ นั้นมีความปรารถนาทางเพศสูง ทั้งๆ ที่อาจมีความบกพร่องด้านความรู้สึกทางเพศเสียด้วยซ้ำ
คนที่มีบุคลิกภาพแบบฮีสทีเรียนี้จะมีความเป็นเด็กสูง ชอบเรียกร้องความสนใจ จึงมีการแสดงออกทางอารมณ์ค่อนข้างมาก ที่เขาเป็นแบบนี้เพราะขาดความรักในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องการความรักอย่างมาก
เมื่อขาดความรักในช่วงนั้นจึงทำให้โหยหาความรักอยู่ตลอดเวลา และทุกครั้งที่มีความรักก็จะไม่รู้จักพอ
แต่อย่าลืมว่า นั่นเป็นความต้องการในเรื่องของความรักเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องความใคร่อย่างที่ใครๆ มักเข้าใจกัน
จากนี้ไปเราคงไม่เข้าใจผิด และไม่เหมารวมว่าคนที่มีบุคลิกภาพแบบนี้ เป็นคนที่มีความต้องการทางเพศสูง และถ้าบังเอิญคุณเจอใครสักคนที่มีท่าทางจริตจะก้านเหมือนจะเชิญชวน ก็อย่าใช้โอกาสนี้เอาเปรียบเขา
เราควรให้ความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจพวกเขาเสียด้วยซ้ำค่ะ |
|
ฮีสทีเรียเป็นอย่างไร
ความจริงแล้ว โรคประสาทฮีสทีเรียเป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่งที่เชื่อว่า ความเครียดในจิตใจ
ทำให้เกิดอาการทางด้านร่างกาย เช่น แขนขาไม่มีแรงคล้ายเป็นอัมพาต เป็นต้น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับ
ความต้องการทางเพศที่สูงขึ้นอย่างที่บางคนเข้าใจกัน
โรคประสาทฮีสทีเรีย แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
คอนเวอร์ชัน รีแอคชั่น (conversion reaction) จะเป็นเวลามีความเครียด กังวลใจ หรือเกิดความขัดแย้งในจิตใจมากๆ จะเกิดอาการผิดปกติที่ระบบการเคลื่อนไหวหรือการรับรู้ เช่น เป็นอัมพาต กล้ามเนื้ออ่อนกำลัง ชาที่แขนและขา
พูดไม่มีเสียง พูดไม่ได้ ตามองไม่เห็น กล้ามเนื้อกระตุก ชัก ซึ่งเป็นอาการที่ตรวจไม่พบความผิดปกติทางร่างกาย
หรือทางระบบประสาทแต่อย่างใด
ดีสโซซิเอทีฟ (dissociative type) เป็นการสูญเสียความจำในบางเรื่องที่กระทบกระเทือน |