สวัสดีค่ะ ดิฉันอายุ 30 ปี เมื่อ 2 ปีที่แล้วคอเกิดเป็นก้อนขึ้นมา อาการอย่างอื่นไม่มีค่ะ
คุณหมอที่รักษาบอกว่าเป็นก้อนธัยรอยด์ แต่ไม่ต้องทำอะไร ทิ้งไว้เฉย ๆ ได้ อยากสอบถามว่า
มีความผิดปกติอย่างนี้ไม่ต้องทำอะไรจริงหรือคะ
ฉันทนัทธ์
|
สวัสดีค่ะ คุณฉันทนัทธ์ เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็น โรค เรามักสรุปเอาเองว่าต้องทำการรักษา
แต่แท้จริงแล้ว มีโรคอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งถึงแม้ว่าได้ชื่อว่าคือ โรค แต่มิได้หมายความว่า
ต้องทำการรักษาจน โรค นั้นหายขาดเสมอไป การที่ธัยรอยด์เกิดเป็นก้อนขึ้นมา
ก็เป็นหนึ่งในโรคจำนวนนั้น
ทุกคนมีต่อมธัยรอยด์ 2 ข้าง อยู่บริเวณลำคอ ก้อนของต่อมธัยรอยด์ที่โตขึ้นผิดปกติ
โดยทั่วไปส่วนใหญ่เป็นเนื้อชนิดธรรมดา ไม่มีอันตราย อย่างไรก็ตาม หากเกิดขึ้น
ควรได้รับการตรวจชิ้นเนื้อให้แน่ใจว่าปลอดภัยจากมะเร็งเสียก่อน หากก้อนเนื้อนั้นเป็นมะเร็ง
การรักษาต้องผ่าตัดทุกราย สำหรับก้อนเนื้อชนิดธรรมดา ถ้าเป็นก้อนขนาดเล็กมาก
และผู้ที่มีก้อนไม่ได้กังวลเรื่องความสวยงามมากนัก อาจไม่ต้องรักษาก็ได้
สาเหตุที่บอกว่าอาจไม่ต้องรักษาก็เพราะตัวก้อนเองบางครั้งอาจไม่โตขึ้น
หรือมีขนาดเล็กลงได้เอง มีบางส่วนที่ก้อนค่อยๆ โตขึ้น
การรักษาทั่วไปทำโดยการใช้ยา แต่หากใช้ยาแล้วก้อนไม่ยุบลง
อาจเลือกไม่รักษาแต่ควรได้รับการประเมินขนาดก้อนโดยแพทย์เป็นระยะ
ถ้าก้อนโตขึ้นควรพิจารณาการรักษาวิธีอื่น
วิธีการรักษาก้อนของธัยรอยด์
ก้อนของธัยรอยด์แบ่งตามลักษณะก้อนเป็น 2 ประเภท คือ ก้อนชนิดเนื้อและก้อนชนิดน้ำ
หรือที่เรียกว่า ซีสต์ (cyst) นั่นเอง การรักษาประเภทซีสต์ควรเริ่มต้นจากการดูดน้ำออกจากซีสต์นั้น
อาจต้องดูดซ้ำหลายครั้งซึ่งอาจได้ผลแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนดูดออกครั้งเดียวก็หายขาด
ในบางคนดูดออกเป็นสิบครั้ง ก็ยังมีซีสต์เกิดซ้ำขึ้นมาอีก ซึ่งในกรณีหลังนี้อาจเลือกใช้วิธีการรักษาอื่น
ได้แก่ การฉีดแอลกอฮอล์หรือเตตราซัยคลินเข้าไปในถุงน้ำและการผ่าตัดส่วนใหญ่
ในกรณีถ้าเป็นซีสต์มักจะได้ผลดีกับการฉีดยาเข้าไปในก้อน
อาจใช้วิธีฉีดยาเป็นทางเลือกก่อนการผ่าตัด
ในกรณีก้อนเนื้อสามารถเริ่มต้นด้วยการรับประทานยาก่อน ซึ่งอาจได้ผลแค่ประมาณ 20-30% เท่านั้น
ในกรณีที่รับประทานยาแล้วไม่ได้ผลอาจเลือกใช้วิธีฉีดแอลกอฮอล์เข้าไปในก้อนเนื้อหรือผ่าตัด
รักษาด้วยการฉีดแอลกอฮอล์ : การรักษาก้อนของต่อมธัยรอยด์ด้วยการฉีดแอลกอฮอล์
เริ่มทำกันในยุโรปมาก่อน ส่วนประเทศไทยเริ่มทำกันมาได้ประมาณ 6-7 ปีที่ผ่านมา
ได้ผลดีมากในกรณีที่เป็นก้อนน้ำหรือซีสต์ ในกรณีเป็นก้อนเนื้ออาจต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป
ในกรณีที่ก้อนโตไม่มากนัก (น้อยกว่า 3 เซนติเมตร) ก็มักได้ผลดี
ก้อนเนื้อมีขนาดยุบลงประมาณ 70-80% ของขนาดก้อนก่อนฉีดยา
แต่ถ้าก้อนโตมากอาจได้ผลไม่ดีก้อนจะยุบไปไม่มากเท่าก้อนเล็ก
ดังนั้นโดยทั่วไปถ้าก้อนโตมากแนะนำให้ผ่าตัดมากกว่าฉีดยา
การฉีดแอลกอฮอล์เพื่อรักษาก้อนธัยรอยด์อาจพบมีอาการข้างเคียงบ้าง
ได้แก่ มีอาการเจ็บแน่นที่ก้อนชั่วคราวหลังฉีด ก้อนบวมขึ้น มีไข้ต่ำๆ
หรือที่พบน้อยมากคืออาการเสียงแหบชั่วคราว เป็นต้น
ดังนั้นการฉีดแอลกอฮอล์วิธีควรทำโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำร่อง
เพื่อให้เกิดความแม่นยำมากที่สุดและผู้ฉีดควรมีความชำนาญเพื่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนน้อยที่สุด
ถึงแม้ว่าอาการก้อนต่อมธัยรอยด์โตนั้น ไม่ได้ต้องรับการรักษาเสมอไป
แต่เมื่อเกิดขึ้น ทุกคนควรพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ใจว่า
ก้อนเนื้อนั้นไม่ใช่เนื้ออันตรายค่ะ
อายุรแพทย์เบาหวาน - ธัยรอยด์
โรงพยาบาลเทพธารินทร์
(update 24 ธันวาคม 2003)
[ ที่มา...
กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 15 ฉบับที่ 5658 วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2546 ]
|