สวัสดีครับ คุณพ่อของผมมีอาหารปวดศีรษะเป็นประจำ รักษามาเป็นเวลานานมากแล้ว
แต่อาการไม่เคยหายขาดเสียที อย่างนี้ผมสมควรให้ท่านทำการตรวจ MRI เลยดีไหมครับ
จะได้ตรวจให้ละเอียดไปเสียครั้งเดียวเลย
ปรมินทร์
|
สวัสดีครับ ก่อนตอบคำถาม ผมขอคุยเรื่องข่าวสักเล็กน้อยก่อนนะครับ
ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI คือ
การได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ประจำปี 2546 นี้ ของ Paul Lauterbur ชาวอเมริกา
และ Peter Mansfield ชาวอังกฤษ ทั้งสองท่านนี้เป็นผู้ค้นพบวิธีการใช้พลังคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ในการตรวจทางการแพทย์ ซึ่งเป็นผลงานที่นำมาสู่การผลิตเครื่อง MRI ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
จริงอยู่ที่การตรวจ MRI ช่วยทำให้แพทย์สามารถมีข้อมูลใช้ในการวินิจฉัยโรคได้
โดยผู้ป่วยไม่ต้องเจ็บตัวและไม่มีอันตรายดั่งเช่นการผ่าตัดเข้าไปพิสูจน์
แต่มีคำถามน่าคิดเกี่ยวกับความแพร่หลายของการตรวจ MRI ซึ่งเป็นการตรวจที่มีค่าใช้จ่ายสูงนี้
ว่าเมื่อใดที่จำเป็นและคุ้มค่าที่จะตรวจ
เมื่อมีอาการปวดศีรษะ ต้องตรวจด้วยเครื่อง MRI หรือไม่ ?
ก่อนจะตัดสินใจได้ว่าการตรวจ MRI คุ้มค่าสำหรับผู้ป่วยหรือไม่
แพทย์ต้องสามารถแยกประเภทของอาการปวดศีรษะให้ได้
โดยทั่วไปอาการปวดศีรษะแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
1. กลุ่ม organic headache
2. กลุ่ม functional headache
อาการปวดในกลุ่ม organic headache ได้แก่ traction inflammatory headache
ซึ่งเป็นอาการปวดที่เกิดจากการดึงรั้งโครงสร้างที่ไวต่อความรู้สึกเจ็บที่ศีรษะ
สาเหตุอาจเป็นจากโรคในกะโหลกศีรษะ เช่น ก้อนเนื้องอกต่างๆ การติดเชื้อในระบบประสาท
ทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อเยื่อหุ้มสมอง หรือ อาจมีสาเหตุมาจากรอยโรคบริเวณภายนอกกะโหลกศีรษะ
เช่น ไซนัสอักเสบ ความดันโลหิตสูง เป็นต้น สำหรับอาการปวดศีรษะในกลุ่มนี้
หากได้รับการรักษาที่ต้นเหตุของโรค อาการจะทุเลาลง
อาการปวดในกลุ่ม organic headache เป็นอาการปวดหัวที่เราพบพยาธิสภาพ
ที่เป็นสาเหตุของการปวดหัวได้ชัดเจน อีกอาการหนึ่ง คือ neurogenous pain
เป็นอาการปวดศีรษะที่เกิดจากรอยโรคที่เส้นประสาทรับความรู้สึกบริเวณใบหน้าโดยตรง
ที่พบบ่อย ๆ เช่น neuritic neuralgia ซึ่งจะมีลักษณะอาการปวดแสบปวดร้อนตามการกระจายของเส้นประสาท
และจะมีอาการปวดตลอดเวลา เช่น อาการปวดแสบปวดร้อนที่เกิดหลังจากหายจากโรคงูสวัด
สำหรับกลุ่ม functional headache เป็นกลุ่มอาการปวดศีรษะที่ยังไม่สามารถอธิบาย
พยาธิสภาพของอาการปวดได้ชัดเจน เช่น อาการปวดศีรษะที่เกิดจากโรคทางจิตเวช
อาการปวดบริเวณกล้ามเนื้อใบหน้า อาการปวดศีรษะไมเกรน
อาการปวดศีรษะไมเกรน เป็นอาการที่พบว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลง
ในการขยายตัวของหลอดเลือด สาเหตุยังไม่ทราบเป็นที่แน่ชัด ผู้ป่วยมักมีประวัติอาการเป็นๆ หายๆ
ปวดแต่ละครั้งไม่เกิน 72 ชั่วโมง อาจมีความผิดปกติทางการมองเห็นนำมาก่อน
มักปวดเหมือนมีอะไรมารัด หรือปวดตื้อๆ อาการปวดย้ายที่ได้ และจะเป็นมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวศีรษะ
และอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย กลัวแสง เป็นต้น
ในการรักษาแพทย์จะแยกกลุ่มอาการปวดศีรษะ organic headache
และ functional headache ออกจากกัน เนื่องจากหากเป็นอาการกลุ่ม organic headache
และไม่ได้รับการรักษาที่ต้นเหตุ อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้ ผู้ป่วยในกลุ่ม organic headache
อาการปวดครั้งแรกมักรุนแรง หรือ มีประวัติปวดศีรษะเรื้อรังและต่อมาอาการปวดมีความรุนแรงขึ้น
ลักษณะของอาการปวดเปลี่ยนไป หรือ มีอาการผิดปกติอย่างอื่นเพิ่มมาด้วย
การตรวจร่างกายอาจพบความผิดปกติของรอยโรคที่เป็นสาเหตุ
สำหรับกลุ่ม functional headache นั้น ผู้ป่วยมักมีอาการปวดศีรษะเรื้อรังมานาน
เป็นๆ หายๆ และอาการไม่มีความรุนแรงมากขึ้น การตรวจร่างกายมักไม่พบความผิดปกติอย่างอื่น
ความจำเป็นที่จะต้องได้รับการตรวจด้วยเครื่อง CT Scan หรือ MRI ขึ้นอยู่กับลักษณะอาการที่ปวด
ความผิดปกติต่างๆ ที่พบจากการตรวจร่างกาย หากแพทย์พบว่าอาการปวดและการตรวจร่างกายบ่งชี้ถึง
functional headache การตรวจด้วยเครื่อง CT Scan หรือ MRI คงไม่มีความจำเป็น
แต่หากลักษณะอาการปวดมีความรุนแรงและพบความผิดปกติจากการตรวจร่างกาย
ที่เข้าได้กับ organic headache ต้องขึ้นอยู่กับความสงสัยของแพทย์ว่ารอยโรคที่เป็นต้นเหตุนั้นคืออะไร
และวิจารณญาณของแพทย์ว่าการตรวจวิธีการตรวจใดจะเหมาะสม จำเป็น
และให้ประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ป่วย
วิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวล้ำหน้าไปอย่างรวดเร็วและไม่หยุดยั้ง อย่างไรก็ตาม
เราต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรที่เรามีอยู่จำกัดด้วยเสมอ ฉะนั้น
คุณปรมินทร์ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวของคุณพ่อเรื่องการตรวจละเอียดจะดีที่สุดครับ
แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป
โรงพยาบาลเทพธารินทร์
(update 29 ธันวาคม 2003)
[ ที่มา...
กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 16 ฉบับที่ 5651 วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2546 ]
|