มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือ Leukemia เป็นโรคที่พบได้ในคนทุกอายุ ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยชรา
แต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคลูคิเมียเป็นจำนวนมาก มะเร็งชนิดนี้เกิดจากความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือด
ทำให้มีการสร้างเม็ดเลือดชนิดผิดปกติออกมามากจนเกินไป ในขณะเดียวกันเม็ดเลือดที่ผิดปกตินี้
ก็จะไปรบกวนการสร้างเม็ดเลือดปกติ ทำให้จำนวนเม็ดเลือดที่ดีมีน้อยลง
เม็ดเลือดเกือบทุกชนิดในร่างกายถูกสร้างขึ้นมาจากไขกระดูก ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่อยู่ในแกนกลางของกระดูกทั่วไป
เช่น เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวหรือเกล็ดเลือด เม็ดเลือดแต่ละชนิดจะมีอายุขัยในร่างกายคนเราแตกต่างกันออกไป
เช่น เม็ดเลือดแดงมีอายุ 120 วัน เม็ดเลือดขาวมีอายุ 2-3 สัปดาห์ ร่างกายจึงมีการสร้างเม็ดเลือดใหม่มาทดแทนเม็ดเลือดเก่า โดยใช้วิธีแบ่งตัวของเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหากมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับการแบ่งตัวเหล่านี้
และร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ จำนวนเม็ดเลือดที่ผิดปกติก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดภาวะมะเร็งขึ้น
เมื่อเกิดภาวะมะเร็งเม็ดเลือดขาว จะมีการรบกวนการแบ่งตัวของเซลล์เม็ดเลือดปกติ ทำให้เม็ดเลือดแดง
เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือดถูกสร้างขึ้นน้อยลง ผู้ป่วยจะมีอาการซีด มีจุดจ้ำเลือดขึ้นตามตัว หรือมีเลือดออกจากเยื่อบุต่างๆ
ในร่างกาย อันเป็นผลจากการสร้างเกล็ดเลือดต่ำลง มีไข้ และอาจติดเชื้อรุนแรงได้ เนื่องจากเม็ดเลือดขาวปกติ
จะทำหน้าที่คอยต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ มีปริมาณลดลง มะเร็งเม็ดเลือดขาวนี้ไม่มีการแบ่งระยะของโรค
เพราะเป็นมะเร็งที่เกิดกับเลือด ซึ่งไหลเวียนไปทั่วร่างกาย จึงกระจายอย่างรวดเร็วตั้งแต่แรกเป็น
สาเหตุของมะเร็งเม็ดเลือดขาว เกิดจากความผิดปกติของการแบ่งตัว ส่วนต้นเหตุการเกิดความผิดปกตินั้น
เชื่อว่าเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรม รังสีจากสารกัมมันตรังสี สารเคมีจำพวกสารระเหยบางชนิด ยา
หรือไวรัสบางชนิดก็อาจเป็นต้นเหตุได้เช่นกัน
มะเร็งเม็ดเลือดขาวแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือแบ่งตามชนิดของเซลล์มะเร็ง และแบ่งตามความรวดเร็วในการเกิดโรค ซึ่งจะมีทั้งแบบชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง ถ้าเป็นชนิดเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะมีอาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
จากการที่เม็ดเลือดชนิดปกติมีจำนวนลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว จะมีอาการซีด มีไข้ขึ้น หรือมีจุดจ้ำเลือดขึ้นตามตัว
ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือนหลังจากเป็น ส่วนในชนิดเรื้อรัง เซลล์มะเร็งที่เกิดขึ้นอาจทดแทนด้วยเซลล์ปกติได้บ้าง
และหากการสร้างเซลล์ปกติถูกรบกวนไม่มากนัก ผู้ป่วยจะมีอาการแบบค่อยเป็นค่อยไป มีเม็ดเลือดขาวมากผิดปกติ
ตับโต ม้ามโต หรือต่อมน้ำเหลืองโตได้เป็นปีๆ
การวินิจฉัยมะเร็งเม็ดเลือดขาว จะดูลักษณะเม็ดเลือดที่ได้จากการเจาะเลือดตามปกติ
เรียกว่าตรวจ complete blood count (CBC) ผู้ตรวจที่มีความชำนาญสามารถให้การวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว
จากการดูสไลด์เพียงแผ่นเดียว อย่างไรก็ดี อาจมีความจำเป็นต้องตรวจเลือดจากไขกระดูกเพิ่มเติม
เพื่อให้ได้มีการวินิจฉัยที่แน่นอนมากขึ้น การเจาะไขกระดูกดังกล่าวทำได้โดยใช้เข็มฉีดยาขนาดใหญ่
ดูดเลือดจากไขกระดูกบริเวณสะโพก หรือบริเวณกลางหน้าอกมาวินิจฉัยเพิ่มเติม
ด้านการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวนี้ จะมีความแตกต่างกันไปตามชนิดของมะเร็งและสภาพของผู้ป่วยแต่ละคน
หากเป็นชนิดเรื้อรัง แพทย์จะให้ยาเคมีบำบัดแบบรับประทานเพื่อให้จำนวนเม็ดเลือดที่ผิดปกติลดลง
และขนาดของตับม้ามลดลงในเวลาที่เหมาะสม การให้ยารับประทานอาจมีการปรับขนาดของยาบ้างตามจำนวนเม็ดเลือดขาว
แต่จะให้ไปเรื่อยๆ มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังถึงแม้จะมีอาการไม่มาก แต่เป็นมะเร็งที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
ด้วยการใช้ยาเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว วิธีที่อาจรักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังให้หายขาดและได้ผลดี
คือการปลูกถ่ายไขกระดูก
ในการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลันมีเป้าหมายคือต้องการให้โรคเข้าสู่ระยะสงบ (Remission) ลดจำนวนเซลล์มะเร็งโดยเซลล์ปกติมีจำนวนและหน้าที่เหมือนเดิม ผู้ป่วยที่เข้าสู่ระยะสงบจะอยู่ในระยะนี้ได้ประมาณ 3-9 เดือน หลังจากนั้นผู้ป่วยส่วนใหญ่จะกลับเป็นโรคใหม่ (relapse) การรักษาเพื่อให้เข้าสู่ระยะสงบนั้นอาจรักษาด้วยการใช้ยาเคมีบำบัด (chemotherapy) ขนาดค่อนข้างสูงเข้าทางเส้นเลือด หลังจากให้ยาผู้ป่วยจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ผมร่วง และเม็ดเลือดต่ำลง ทำให้ติดเชื้อง่ายและมีไข้ ระยะนี้เป็นระยะที่เกิดภาวะแทรกซ้อนและอันตรายถึงชีวิตได้ง่าย ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะต้องอยู่ในโรงพยาบาลเพื่อให้ยาปฏิชีวนะ
และให้เลือดประมาณ 3-4 สัปดาห์ หลังจากนั้นหากผู้ป่วยไม่เสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนก็จะฟื้นตัวเข้าสู่ระยะสงบ ระยะนี้เป็นระยะที่ผู้ป่วยจะมีอาการปกติเหมือนตอนก่อนจะป่วย แต่เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่จะกลับเป็นโรคใหม่
จึงต้องให้การรักษาเพื่อที่จะป้องกันการกลับเป็นโรคใหม่ โดยการให้ยาเคมีบำบัดซ้ำในขนาดสูง หรือการปลูกถ่ายไขกระดูก ดังนั้นผู้ป่วยแต่ละรายมักจะต้องได้เคมีบำบัดหลายรอบหลายครั้ง โดยทั่วไปประมาณ 3-6 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกันประมาณ 2-3 เดือน
ในปัจจุบันเราสามารถรักษาผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันให้หายขาดได้ประมาณ 1 ใน 3
ถึง 1 ใน 2 ของผู้ป่วยทั้งหมด การที่ผู้ป่วยแต่ละรายจะหายขาดหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง แต่ที่สำคัญที่สุดคือ
อายุและสภาพร่างกายของผู้ป่วย และชนิดความผิดปกติทางพันธุกรรมของมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่ผู้ป่วยเป็น
(update 3 มกราคม 2003)
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 26 ฉบับที่ 7 กรกฎาคม 2545 ]
|