โคเลสเตอรอลสูง เสี่ยงโรคหัวใจ


ปัจจัยเสี่ยง (Risk factors) ของโรคหัวใจที่จะพูดถึงต่อไปนี้ คือ ตัวกำหนดหรือตัวช่วยให้แพทย์ สามารถทำนายวิวัฒนาการของรอยโรค โดยถือวิถีการดำเนินชีวิต และผลของชีวเคมีในกระแสโลหิต ตามข้อมูลจากการศึกษาของ Framingham โดยพบว่าปัจจัยเสี่ยงต่างๆ สามารถแบ่งเป็น 2 อย่างคือ
1. ปัจจัยเสี่ยงที่มีความสำคัญเชิงสถิติและการวินิจฉัย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่อาจปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ เช่น อายุ เพศ เผ่าพันธุ์และพันธุกรรม

2. ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น การสูบบุหรี่ ระดับไขมัน cholesterol ในกระแสโลหิต โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง
ทั้งนี้ จะขอกล่าวถึงปัจจัยเสี่ยงที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยเฉพาะเรื่องของไขมัน cholesterol สูง (Hypercholesterolemia) ซึ่งจะกล่าวเป็นข้อๆ ดังนี้
1. ระดับ cholesterol ตัวเลว ที่ชื่อ LDL (Low density lipoprotein) ในกระแสเลือดเป็นหนึ่งในปัจจัยต่างๆ ที่เสริมสร้างไขมันบนผนังภายในเส้นเลือด (atheroma) จากการศึกษาเราพบว่ายากลุ่ม Statin สามารถลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด และลดอาการต่างๆ ของโรคหัวใจและหลอดเลือด
คนญี่ปุ่นนิยมสูบบุหรี่กันมาก และมีอัตราการเกิดความดันโลหิตสูงมากกว่าคนประเทศอื่นในวัยเดียวกัน แต่คนญี่ปุ่นกลับมีอัตราการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดต่ำกว่าเพื่อนบ้าน เป็นเพราะคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีระดับโคเลสเตอรอลในเลือดต่ำ สาเหตุก็เพราะวัฒนธรรมการรับประทานปลาและผักนานาชนิดนั่นเอง

2. ระดับ cholesterol ตัวดี (HDL – High density lipoprotein) ทำหน้าที่เหมือนพาหนะนำส่งโคเลสเตอรอลจากเลือดเข้าเซลล์ และจากอวัยวะต่างๆ เคลื่อนย้ายออกมา HDL จึงช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในกระแสโลหิตได้ ดังนั้นระดับ HDL ที่สูงพอคือ > 50 จะช่วยป้องกันการเกิดไขมันบนผนังเส้นเลือดได้ดี

3. Hypertriglyceridemia คือภาวะไตรกลีเซอไรด์สูงในเลือด เรามักพบผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่เป็นเมื่อมีอายุแล้ว (type II) มีระดับไตรกลีเซอไรด์ (TG) สูงร่วมด้วยบ่อยครั้ง ผู้ป่วยเหล่านี้มีอัตราการเกิด atheroma สูงกว่า

4. LP (lipoprotein) จะมีค่าสูงในกระแสเลือดของผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด แต่ยังไม่รู้วิธีลดระดับของไลปิโปรตีนนี้ และการตรวจก็ค่อนข้างยุ่งยาก สามารตรวจได้เฉพาะในสถาบันบางแห่งเท่านั้น

5. การสูบบุหรี่ จากการศึกษาพบว่าบุหรี่ลดระดับของ HDL และเป็นตัวทำลายผิวฉาบด้านในของเส้นเลือดแดง โดยเป็นการกระตุ้นการเกาะรวมตัวกันของเกล็ดเลือด และยังทำให้เส้นเลือดหดตัวจากผลของนิโคติน (nicotine) ในบุหรี่ หลายท่านพยายามเลี่ยงไปสูบซิการ์ (cigar) หรือไปป์ (pipe) แทน แม้ว่าอัตราเสี่ยงต่อหัวใจขาดเลือดจะลดลงบ้าง แต่ก็ยังมากกว่าผู้อื่นที่ไม่ได้สูบยาเส้นใดๆ ที่ร้ายกว่านั้น คือ ผู้ที่ร่วมชายคากับสิงห์รมควันโดยที่ตนเองไม่ได้สูบบุหรี่ ก็มีอัตราการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้สูบบุหรี่

6. ความดันโลหิตสูง จากการศึกษาระบาดวิทยาพบว่า ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจขาดเลือด เปรียบเหมือนเงาตามตัวกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูงเฉพาะตัวบนหรือเฉพาะตัวล่าง ปกติเราถือว่าถ้าความดันโลหิตเกิน 140/95 เป็นโรคความดันโลหิตสูง

7. เบาหวาน โรคเบาหวานมักไม่มาเดี่ยว แต่จะมาเคียงคู่กับความดันโลหิตสูง ความอ้วน ระดับไขมันในเลือดสูง ร้อยละ 80 ของผู้ป่วยเบาหวาน เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจขาดเลือด

8. ฮอร์โมนเพศ จากการศึกษา case-study พบว่าผู้หญิงที่กินยาคุมกำเนิด มีโอกาสเกิดโรคหัวใจขาดเลือด ได้มากกว่าประชากรทั่วไปถึง 3 เท่า โดยเฉพาะกลุ่มหญิงสูบบุหรี่ที่กินยาคุมกำเนิดร่วมด้วย หญิงที่หมดประจำเดือนแล้ว และกินฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ทดแทนกลับมีอัตราการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดต่ำ แต่ไม่ต่ำกว่าประชากรทั่วไปที่ไม่ได้รับฮอร์โมนทดแทน

9. การขาดการออกกำลังกาย เป็นเรื่องยากที่จะทำการศึกษาผลของการออกกำลังกายต่อโรคหัวใจขาดเลือด ผู้ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย แล้วเป็นโรคหัวใจขาดเลือดส่วนใหญ่มักมีปัญหาอื่นร่วมด้วย เช่น สูงอายุ น้ำหนักเกิน มีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ทำให้ไม่สามารถออกกำลังกายได้เท่าผู้ที่อ่อนวัยกว่า ดังนั้น จะกล่าวสรุปรวบยอดว่าไม่ออกกำลังจึงเป็นโรคหัวใจเห็นจะไม่ถูกต้องนัก

10. ความอ้วน ความอ้วนที่มาร่วมกับโรคเบาหวาน โคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกท่านที่น้ำหนักตัวเกิน 30% ของน้ำหนักมาตรฐาน วัดตามความสูง อายุ และเพศ จะมีอัตราเสี่ยงต่อโรคหัวใจมากกว่าคนไม่อ้วนในวัยเดียวกัน เพราะจากประสบการณ์พบว่า คนอ้วนจำนวนมากมีระดับโคเลสเตอรอลปกติค่อนข้างต่ำ และไม่ได้เป็นโรคเบาหวาน คนเหล่านี้อาจมีอายุขัยยาวนานกว่าคนที่มีน้ำหนักมาตรฐานทั่วไปด้วยซ้ำไป

11. อาหาร อาหารบางประเภทเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ก่อโรคหัวใจขาดเลือด และจำเป็นอย่างยิ่งที่เราควรรู้จักเท่าทัน เพราะเป็นการกำจัดและป้องกันโรคที่ง่าย ถูกและได้ผลดี หากเราจะละเว้นอาหารเหล่านั้นเสีย แต่ถึงกระนั้นก็ขอเน้นเรื่องความเข้าใจเกี่ยวกับโคเลสเตอรอลให้ตรงกันเสียหน่อยว่าร้อยละ 80 ของโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดผลิตโดยตับ อีกร้อยละ 20 เท่านั้นที่ได้จากอาหาร และอาหารประเภทที่ติดป้ายว่ามีโคเลเสตอรอลต่ำนั้นเป็นคำประกาศที่ไม่ถูกต้องนัก จะให้ถูกจริงๆ ต้องบอกว่าเพียงแค่ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล ด้วยการลดอัตราส่วนของไขมันอิ่มตัวหรือ Saturated fat นักโภชนาการหลายท่านออกมาแนะนำสาธารณชนว่า การที่แพทย์ห้ามรับประทานมะพร้าวในรูปแบบต่างๆ เพราะมีโคเลสเตอรอลสูงนั้นเป็นความเข้าใจผิดอย่างยิ่ง เพราะมะพร้าวเป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง ไม่มีโคเลสเตอรอลเลย แต่ท่านลืมไปว่า มะพร้าวเมื่อสันดาปแล้วให้ไขมันอิ่มตัวจำนวนมาก น้ำมันมะพร้าวก็ดี กะทิก็ดี เป็นไขมันตัวเลวที่ทำให้ระดับโคเลสเตรอลในร่างกายสูงขึ้นอย่างน่ากลัว เราจึงแนะนำให้หลีกเลี่ยง
หลายท่านไม่แน่ใจในประโยชน์ของน้ำมันตับปลา (fish oil) การรับประทานปลาที่มีไขปลามาก ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในกระแสโลหิตได้ fish oil ในรูปเม็ดบำรุงร่างกายอาจให้ประโยชน์ในทางเดียวกัน นอกจากนี้การรับประทานอาหารกากสูง (fiber) ยังช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในกระแสโลหิตได้ดีมากอีกด้วย

12. ปัจจัยการหยุดเลือด ระดับสาร fibrinogen (โปรตีนในพลาสมา) และระดับ factor VII เป็นตัวกำหนดการหยุดเลือด คือ การก่อตัวของลิ่มเลือดหรือทำให้เลือดแข็งตัว หากมีระดับสูงโอกาสเกิดลิ่มเลือดก็ง่ายขึ้น

13. การติดเชื้อ เชื้อโรคชื่อ Chlamydia pneumoniae หรือ Helicobacter pylori อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิด atherogenesis คือภาวะผนังเส้นเลือดแดงหนาขึ้นและเกิด unstable angina การเจ็บหน้าอกได้ เพราะการติดเชื้อทั้ง 2 ตัวมักจะเป็นเรื้อรัง และทำให้เลือดข้นโดยกระตุ้นการสร้าง fibrinogen

14. Homocysteine สารตัวนี้สร้างความเสียหายให้กับผนังเส้นเลือดทั่วไปทั้งร่างกาย ไม่ว่าจะเส้นเลือดหัวใจ สมอง หรือเส้นเลือดตามแขนขา การขาดสาร Folic acid อาจเป็นตัวการที่ทำให้ระดับของ homocysteine สูงขึ้น

15. สุรา ออกจะเป็นการยากที่เราจะมาชั่ง ตวง วัด ผลของสุราที่มีต่อโรคหัวใจ เพราะเราพบผู้ป่วยโรคหัวใจหลายท่านเป็นเบาหวาน สูบบุหรี่ ความดันสูง ร่วมกับชอบดื่มสุรา จะเห็นว่าตัวแปรที่เป็นปัจจัยเสี่ยงมีจำนวนมาก ทำให้เราแปรผลของสุราอย่างเดียวลำบากมาก แต่ถึงกระนั้นดูเหมือนว่าการดื่มสุราแต่พอดีคือประมาณ 3 กรัม ของเอธานอล (ethanol) ต่อวัน จะช่วยลดอัตราการเกิดหัวใจวายได้ ซึ่งอาจเป็นผลเนื่องมาจากสุราช่วยเพิ่มระดับ HDL (ไขมันตัวดี) เพิ่มตัวต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ในกระแสโลหิต โดยเฉพาะฟลาโวนอยด์ (flavonoids) ในไวน์แดง และลดการเกาะกลุ่มกันของเกล็ดเลือด ทำให้เกิดลิ่มเลือดได้ยากขึ้น

16. บุคลิกภาพเฉพาะแบบ ก็เป็นปัจจัยหนึ่ง ท่านที่มีบุคลิกแบบ type A คือ ทะเยอทะยาน ตรงต่อเวลาอย่างมาก จะหงุดหงิดมากถ้าทุกอย่างไม่เป็นไปตามตารางที่กำหนด พูดและเคลื่อนไหวรวดเร็ว บุคลิกเหล่านี้เราทราบกันมากว่า 40 ปีแล้วว่า เป็นบุคลิกภาพเฉพาะของผู้ป่วยเส้นเลือดหัวใจตีบ
นอกจากนี้ ยังพบว่าความเครียด ก็ทำให้ระดับโคเลสเตอรอลสูงขึ้นได้เช่นกัน


(update 19 พฤศจิกายน 2003)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 8 กันยายน 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600