ผู้ชายกับโรคหัวใจ


ก่อนอื่นขอแจ้งข่าวก่อนครับ ผู้เขียนเปลี่ยนที่อยู่ทางอี-เมล์แล้ว โดยเลิกใช้ dwinai@hotmail.com เปลี่ยนเป็น winaidahlan@hotmail.com เหตุผลเรื่องนี้มีง่ายๆ คืออี-เมล์เดิมของผู้เขียนมีแต่จั๊งค์เมล์หรือเมล์ขยะ ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นจั๊งค์ลามก ส่วนที่เหลือเป็นโฆษณาขายของบ้าง ข้อมูลไร้สาระบ้าง มีเมล์ที่ต้องการไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์

เหตุที่เปลี่ยนแล้วแต่ก็ยังเป็นของ hotmail ก็เพราะมันสะดวกกว่า free mail ค่ายอื่นๆ เคยลองเข้าไปใช้บริการของค่ายอื่นหลายค่าย แต่ยังติดความสะดวกสบายของ hotmail จึงต้องหันกลับมาใช้อีกครั้ง แม้ hotmail จะให้พื้นที่เก็บเมล์น้อยมากก็ตามที

ที่ที่อยู่เดิม ทุกๆ วันผู้เขียนต้องเสียเวลานั่งลบจั๊งค์เมล์ มีบ่อยครั้งที่เผลอลบเมล์ของผู้อ่านไปด้วย เพราะไม่คุ้นชื่อหรือบางทีไม่มีหัวข้อให้สังเกต ทุกวันมีเมล์เข้ามาวันละกว่าร้อย หากมีธุระปะปังต้องไปต่างจังหวัดแค่สองวัน ตู้เมล์ก็เต็มซะแล้ว เต็มไปด้วยจั๊งค์เมล์นั่นแหละ จึงขอบอกกันตรงนี้เลยว่าเปลี่ยนที่อยู่แล้วนะครับ

ฉบับนี้ขอตอบคำถามของผู้อ่านก่อน คำถามนี้ค้างมาหลายเดือนแล้ว เป็นคำถามที่มาจากอี-เมล์นั่นแหละ คำถามมีอยู่ว่าทำไมผู้ชายเป็นโรคหัวใจง่ายกว่าผู้หญิง โรคหัวใจนะครับไม่ใช่ใจง่าย เวลาอ่านก็ต้องระวังวรรคตอนกันหน่อย บางครั้งเวลาพูด ผู้เขียนก็พูดผิดวรรคตอนเหมือนกัน

คำถามที่ว่านี้หากเป็นว่า จริงไหมที่ผู้ชายเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจมากกว่าผู้หญิง ?คำตอบก็คือ จริง แต่เมื่อผู้หญิงเริ่มเข้าวัยทองแล้วโอกาสเป็นโรคหัวใจก็ไม่ต่างจากผู้ชายสักเท่าไหร่ เอาเป็นว่าโดยเฉลี่ยผู้ชายจะเสี่ยงต่อโรคหัวใจมากกว่าผู้หญิง

บางคนเป็นผู้ชายแต่ทำตัวกระเดียดไปเป็นผู้หญิง หากจะถามว่าอย่างนี้แล้วจะช่วยลดความเสี่ยง ในการเกิดโรคหัวใจลงหรือไม่ คำตอบก็คือมันไม่ได้ช่วยเลย เพราะโครโมโซมหรือดีเอ็นเอของคุณประเทืองคนนั้น ยังเป็นชายทั้งแท่งอยู่ดี ส่วนฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจให้คุณผู้หญิง คุณประเทืองท่านนั้นไม่มี จะมีก็แต่ฮอร์โมนแอนโดรเจนกับเทสเทอสเตอโรนเท่านั้น

แพทย์จำนวนไม่น้อยเชื่อว่า สถิติที่ผู้ชายมีอุบัติการณ์เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ และหลอดเลือดมากกว่าผู้หญิงเป็นเพราะผู้หญิงมีข้อได้เปรียบตรงที่ร่างกายสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ ข้อพิสูจน์ในเรื่องนี้คือ พอผู้หญิงเข้าสู่ระยะวัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงฮวบฮาบ ความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดของคุณผู้หญิงจะเพิ่มขึ้นจนมีค่าใกล้เคียงกับผู้ชาย

ฮอร์โมนเอสโตรเจนช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้โดยการเข้าไปช่วย ปรับแต่งกลไกการสลายคอเลสเตอรอลในเลือด ตามปกติผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะมีระดับคอเลสเตอรอล สูงกว่าผู้ชายแต่เป็นคอเลสเตอรอลที่อยู่ในแอลดีแอลที่สร้างปัญหาได้ค่อนข้างน้อย

อ่านแล้วอาจจะงงนะครับ อธิบายง่ายๆ ได้อย่างนี้ คอเลสเตอรอลในเลือดนั้น โดยทั่วไปจะไม่ได้อยู่อย่างเดี่ยวๆ เพราะมันละลายในเลือดไม่ได้ มันจะอยู่รวมกับโปรตีน และสารฟอสโฟลิปิดสร้างเป็นพาร์ติเคิลขนาดเล็กๆ ลอยอยู่ในเลือด เรียกพาร์ติเคิลพวกนี้ว่า 'แอลดีแอล' ซึ่งก็ยังแบ่งเป็นหลายกลุ่ม มีรายงานออกมาว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจนช่วยให้แอลดีแอลไม่ตกตะกอนได้ง่ายๆ ตามผนังหลอดเลือด

นอกจากนี้ฮอร์โมนเอสโตรเจนยังมีส่วนทำให้ผนังหลอดเลือดแดงของคุณผู้หญิงแข็งแรงขึ้น คือ มันช่วยทำให้ผนังหลอดเลือดหนาขึ้น ซึ่งเมื่อหนาขึ้นโอกาสที่แอลดีแอลจะพาคอเลสเตอรอลเข้าไปฝังตัว สะสมกันจนทำให้ผนังหลอดเลือดแดงแข็ง ก็จะมีน้อยลง

แต่ก็ตามประสาวิชาการทางด้านการแพทย์นั่นแหละครับ นั่นคือไม่มีทฤษฎีใดที่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ ดร.เด็บบี ลอว์เลอร์ (Debbie Lawlor) แห่งมหาวิทยาลัยบริสตอล ประเทศอังกฤษ เขียนรายงานไว้ในวารสารทางการแพทย์ British Medical Journal เมื่อต้นปี 2003 นี้เองว่า สิ่งที่ทำให้ผู้ชายเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าผู้หญิง ไม่ใช่เพราะผู้ชายไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนหรอก เป็นเพราะพฤติกรรมของผู้ชายเองต่างหาก

ดร.ลอว์เลอร์ใช้ผลจากการสำรวจอุบัติการณ์เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ ย้อนหลังไปกว่าแปดสิบปี โดยเริ่มศึกษาข้อมูลทางระบาดวิทยาย้อนหลังไปตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งโน่น สิ่งที่พบก็คือผู้ชายมักจะชอบรับประทานไขมันสัตว์มากกว่าผู้หญิง ก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ข้อมูลทางด้านนี้เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น ผู้ชายมีงานสังคมมากขึ้น ลักษณะของงานแตกต่างกันมากขึ้น เรื่องนี้เห็นทีจะยืนยันได้แม้กระทั่งในสังคมไทยของเราเอง อย่างเช่นยุคก่อนเป็นสังคมเกษตรกรรม เกษตรกรชายหญิงทำงานร่วมกัน กินอาหารด้วยกัน อาหารก็เป็นประเภทเดียวกัน

พอเข้าสู่สังคมอุตสาหกรรม สังคมบริการ ลักษณะงานของผู้ชายผู้หญิงเริ่มจะแตกต่างกัน ผู้ชายทำงานรวมกลุ่มกัน กินอาหารแยกจากผู้หญิง พฤติกรรมการบริโภคก็ต่างกัน ผู้หญิงกินของจุบจิบ ส่วนผู้ชายกินอาหารหนัก บ่อยครั้งก็เข้าวงสุรา มีกับแกล้ม การบริโภคเนื้อสัตว์ หนังสัตว์ มีมากขึ้น

สังคมไทยบางส่วนยังมีค่านิยมเก่าๆ อยู่ นั่นคือ อาหารดีๆ เก็บไว้ให้หัวหน้าครอบครัว ซึ่งหัวหน้าครอบครัวก็คือผู้ชายอีกนั่นแหละ และอาหารดีๆ ย่อมหมายถึงอาหารประเภทเนื้อสัตว์ โอกาสที่ผู้ชายจะได้กินเนื้อสัตว์ ไขมันสัตว์มากกว่าผู้หญิงจึงมีมากขึ้นตามไปด้วย ผลที่ตามมาคือเป็นโรคหัวใจมากกว่า

นอกเหนือจากอาหารประเภทไขมันสัตว์แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นอีกเยอะแยะที่ทำให้ผู้ชายมีปัญหาโรคหัวใจ และหลอดเลือดมากกว่าผู้หญิง อย่างเช่น การสูบบุหรี่ ลักษณะการทำงาน ความเครียด ซึ่งส่งผลให้คอเลสเตอรอลในเลือดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอลดีแอลประเภทที่เป็นปัญหามีเพิ่มสูงขึ้น

สรุปแล้วจะไปโทษบุญโทษกรรม หรือโทษฮอร์โมนลิขิตหรือยีนลิขิตคงไม่ได้ ต้องโทษพฤติกรรมด้วย หากปรับพฤติกรรมโดยลดการบริโภคไขมันสัตว์ลง ลดเนื้อสัตว์ ลดบุหรี่ ลดเหล้า ลดเครียด หมั่นออกกำลังกาย กินอาหารให้ถูกต้อง เพิ่มผักผลไม้ ปัญหาโรคหัวใจและหลอดเลือดของผู้ชายย่อมลดลงได้แน่นอน ประเด็นอยู่ตรงที่ว่าพฤติกรรมของแต่ละคนเปลี่ยนได้ยากง่ายต่างกัน แก้ไขกันเอาเองก็แล้วกันครับ


(update 22 เมษายน 2003)
[ ที่มา... เนชั่นสุดสัปดาห์   ปีที่ 12 ฉบับที่ 566 วันที่ 7 - 13 เม.ย. 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600