ปัจจุบันเรามักจะพบว่า คนเป็นเบาหวานกันมากขึ้นและนับวันจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี
จากการสำรวจเมื่อไม่นานมานี้ พบว่า ประชากรทั่วโลกเป็นเบาหวานประมาณได้ว่ามี 124 ล้านคน
ในจำนวนจำนวนนี้เป็นชาวเอเชีย 66 ล้านคน และสำหรับประเทศไทยประเมินว่ามีผู้เป็นเบาหวานประมาณ
1 ล้าน 8 แสนคน หรือ 3 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศ
เบาหวาน เป็นโรคที่เกิดได้กับทุกเพศทุกวัย แต่ผู้ที่เข้าข่ายเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน คือ
ผู้ที่มีพ่อแม่พี่น้อง หรือมีกรรมพันธุ์ของโรคเบาหวาน คนอ้วน ผู้ที่มีโรคไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง
และผู้ที่ใช้ชีวิตนั่งๆ นอนๆ ขาดการออกกำลังกาย ฯลฯ หากคุณสงสัยว่าจะเป็นเบาหวานหรือไม่
สังเกตได้จากปัสสาวะบ่อยและมาก คอแห้ง กระหายน้ำ และดื่มน้ำมาก น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
อาการอื่นๆ ที่อาจเกิดร่วมด้วย ได้แก่ มือเท้าชา เป็นแผลติดเชื้อบ่อยและหายช้า คันตามผิวหนัง เป็นต้น
ดังนั้นผู้ที่มีสัญญาณส่อเค้าดังกล่าว ควรตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อให้ทราบแน่ชัดว่าเป็นเบาหวานหรือไม่
เพราะคนเป็นจำนวนมากอาจจะมีเบาหวานแฝงได้ก่อนที่จะเป็นเบาหวาน การตรวจพบเบาหวนขณะนั้น
ไม่ได้หมายความว่าคุณพึ่งจะเริ่มเป็นเบาหวานเหมือนอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ คุณอาจจะมีเบาหวานมาอย่างน้อย 5 ปีแล้วก็ได้
เพราะการเกิดเบาหวานนั้นเปรียบได้กับการก่อตัวของภูเขาน้ำแข็ง ซึ่งกว่าจะโผล่ยอดเขาให้เห็นก็เกิดอันตรายอย่างมากมายแล้ว
เบาหวานก็เช่นกันกว่าจะรู้ตัวว่าเป็นเบาหวานโรคแทรกซ้อนก็เกิดขึ้นแล้ว คนที่เป็นอยู่แล้วหากควบคุมโรคได้ไม่ดี
โรคแทรกซ้อนก็เกิดขึ้นแล้ว คนที่เป็นอยู่แล้วหากควบคุมโรคได้ไม่ดี โรคแทรกซ้อนก็จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
เพราะการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงอยู่เสมอๆ จะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่น่ากลัวและทำให้คุณภาพชีวิตลดลงเรื่อยๆ ได้แก่
การเสื่อมของหลอดเลือดในร่างกาย เช่น ในส่วนของตา ทำให้เบาหวานขึ้นตา การเสื่อมของหลอดเลือดที่ไต
มีผลทำให้ไตเสื่อมสมรรถภาพจนถึงไตวายเรื้อรัง นอกจากนี้ยังมีผลต่อหลอดเลือดสมองทำให้ตีบตัน
เกิดอาการอัมพาตหรืออัมพฤกษ์ หลอดเลือดหัวใจตีบ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคความดันโลหิตสูง
ปลายประสาทเสื่อมทำให้มือและเท้าชา
เบาหวาน ไม่ว่าจะเป็นชนิดไหนก็ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมได้
และสูตรสำคัญในการที่จะควบคุมเบาหวานได้ คือ การควบคุมอาหาร การออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ใช้ยาตามแพทย์กำหนดและตรวจระดับน้ำตาลสม่ำเสมอ ในการควบคุมอาหารผู้เป็นเบาหวาน
ควรรับประทานข้าวซ้อมมือหรือแป้งที่ไม่ขัดสี รวมทั้งธัญพืชต่างๆ ในปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละคน
เน้นการรับประทานผักให้มากขึ้น ผู้เป็นเบาหวานควรเลือกรับประทานผลไม้แทนขนมหวาน
เพราะผักและผลไม้มีเส้นใยอาหร ซึ่งจะช่วยชะลอการดูดซึมของน้ำตาลและลดโคเลสเตอรอล
ดื่มนมพร่องมันเนย ขณะเดียวกันก็ควรเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ
สำหรับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด คือ อาหารไขมันสูงโดยเฉพาะไขมันจากสัตว์และกะทิ
ลดอาหารเค็มเพื่อป้องกันความดันโลหิตและไตเสื่อม ปริมาณอาหารมีส่วนสำคัญต่อการควบคุมระดับน้ำตาลและไขมัน
ฉะนั้นควรรับประทานแต่พออิ่ม คนเป็นเบาหวานอาจปรึกษานักกำหนดอาหารหรือนักโภชนาการ
เพื่อเรียนรู้ปริมาณอาหารที่เหมาะสมในการรับประทาน นอกจากนี้การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดลงได้
สิ่งที่ผู้เป็นเบาหวานทุกคนไม่ควรมองข้ามคือ การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง
ซึ่งจะช่วยให้ผู้เป็นเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลให้เหมาะสมได้ ถ้าตรวจเลือดสม่ำเสมอ
จะช่วยป้องกันโรคแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้เป็นเบาหวานวางแผนควบคุมระดับน้ำตาล
เมื่อต้องรับประทานอาหารนอกบ้านหรือเดินทางไกลอีกด้วย ปัจจุบันเครื่องมือตรวจน้ำตาลชนิดพกพา
ได้มีวิวัฒนาการจากการตรวจที่ปลายนิ้วมาเป็นตรวจที่แขนซึ่งใช้เลือดในปริมาณที่น้อย (เพียง 1 ไมโครลิตร)
ผู้ตรวจจึงรู้สึกเจ็บน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการตรวจวัดที่ปลายนิ้ว ที่สำคัญคือ สามารถทราบผลการตรวจได้เร็วขึ้นภายใน 5 วินาที
และแสดงรายงานผลของการตรวจวัดได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังแสดงค่าเฉลี่ยของระดับน้ำตาลในเลือดที่วัดได้ทั้ง 14 วัน
และ 30 วัน โดยอัตโนมัติ ค่าเฉลี่ยจะมีความสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลทำให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมโรคได้ดีกว่าแต่ก่อน
ผู้เป็นเบาหวานจะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่ใกล้เคียงกับคนปกติได้มากที่สุด
อีกทั้งยังทำได้ง่ายขึ้นและยังช่วยให้ผู้ป่วยรอดพ้นจากโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
เรียนรู้การตรวจระดับน้ำตาลด้วยตัวเอง ร่วมกับควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย
แล้วคุณจะเป็นผู้ควบคุมเบาหวานและอยู่กับเบาหวานได้อย่างมีความสุข
(update 28 พฤศจิกายน 2003)
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 9 ตุลาคม 2546 ]
|