สวัสดีค่ะคุณหมอ ดิฉันมีปัญหากลุ้มใจมากมาถามดังนี้ค่ะ ดิฉันเป็นเล็บขบที่นิ้วโป้งเท้า
ทั้งสองข้างเลยค่ะ รู้สึกเจ็บปวดมาก บางครั้งก็เป็นหนอง เท้าบวม ใส่รองเท้าส้นสูงไม่ได้เลยค่ะ
จะมีวิธีตัดเล็บเท้าอย่างไรไม่ให้เป็นเล็บขบอีกคะ อ้อ! ลืมบอกไปค่ะ ดิฉันเป็นเบาหวานค่ะ
ตอนนี้ก็รักษาอยู่ค่ะ จะมีส่วนทำให้เป็นเล็บขบด้วยหรือเปล่าคะ คุณหมอที่ทำการรักษาเบาหวานให้ดิฉัน
ท่านเคยเตือนว่า ให้ระวังเรื่องสุขภาพเท้าด้วย จะต้องดูแลอย่างดี ไม่ให้เกิดแผล
ดิฉันก็เลยไม่กล้าเข้าร้านเสริมสวยเพื่อตัดเล็บเลยค่ะ กลัวเป็นแผล
ไม่ทราบว่าที่โรงพยาบาลมีคลินิกสุขภาพเท้าหรือเปล่าคะ เผื่อดิฉันจะได้ไปใช้บริการค่ะ ขอบคุณค่ะ
เสาวรส
สวัสดีค่ะ คุณเสาวรส และท่านผู้อ่าน ชีวิตและสุขภาพ ทุกท่าน เล็บขบ
ก็เป็นปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเท้าของผู้ป่วยเบาหวานอีกเรื่องหนึ่งเช่นกันนะคะ
จากประสบการณ์พบว่ามีผู้มารับบริการตัดเล็บในคลินิกสุขภาพเท้ามากขึ้น ปัญหาที่มาพบส่วนมากก็เป็นเรื่องเล็บขบ
เดินแล้วเจ็บ นอกนั้นก็เป็นผู้ที่ห่วงใยสุขภาพเท้า อยากได้ผู้ที่มีความรู้เฉพาะทางเป็นผู้ทำให้เพื่อความปลอดภัย เพราะอาจจะเคยได้ยินมาว่าถ้าตัดเล็บไม่ถูกวิธีเป็นแผลแล้วแผลหายยากอาจถูกตัดนิ้วหรือตัดขาได้
หรือบางกลุ่มก็ไม่มีผู้ดูแลตัดเล็บให้ ตามองไม่ชัด มือสั่น เป็นต้น จะเห็นว่าในปัจจุบันมีผู้สนใจที่จะดูแลสุขภาพเท้ากันมากขึ้น
ได้เคยเล่าประสบการณ์ให้ผู้ที่เป็นเบาหวานฟังว่า เรื่องเล็บเท้าไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป
มีผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานท่านหนึ่ง ลูกหลานไม่อยู่บ้าน ท่านเกิดมีอาการเล็บขบขึ้นจึงไปให้ที่ร้านทำเล็บตัดให้จนเกิดแผลขึ้นมา
หลังจากนั้นไม่นานเล็บและนิ้วก็เริ่มดำ อันเนื่องมาจากมีปัญหาเส้นเลือดแดงตีบตันจับชีพจรที่เท้าแทบไม่ได้
ด้วยความตกใจที่เห็นนิ้วดำกลัวจะถูกตัดขาจึงรีบมาโรงพยาบาล คุณหมอเบาหวานและคุณหมอศัลยกรรมหลอดเลือดมือหนึ่งของเราหารือกัน และตัดสินใจฉีดสีเพื่อดูว่าเส้นเลือดตีบตันที่ตรงไหน ก่อนทำผ่าตัดต่อเส้นเลือดเพื่อให้เลือดไปเลี้ยงนิ้วเท้าส่วนปลายได้ดีขึ้น
และทำให้สูญเสียอวัยวะน้อยที่สุด ปัจจุบันแผลนี้ก็หายสนิทแล้ว สุดท้ายผู้ป่วยท่านนี้ก็มักจะบอกเสมอว่า
สามารถเล่าเรื่องนี้ให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานท่านอื่นได้ และเมื่อมีนักศึกษาแพทย์มาดูงาน
ท่านก็ยินดีตอบทุกข้อสงสัยเป็นอย่างดี
จะเห็นว่าเรื่องเล็บเท้าเล็กๆ นำมาซึ่งปัญหาอันใหญ่หลวงในชีวิต จึงขอยกประเด็นของเล็บขบมาคุยกัน
โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน เมื่อเวลาผ่านไปจะเห็นว่าเล็บเท้าเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง
บางท่านอาจจะม้วนเข้าหากันจนขบแบบธรรมดา บางท่านม้วนมากจนเล็บขบวนเข้าหากันก็มี
บางท่านก็มีปัญหาเล็บขึ้นเชื้อรามีลักษณะเหลืองเป็นรูพรุนๆ หลุดเป็นขุยๆ เปราะบางแตกง่าย
นอกจากนั้นก็มีเล็บหนามากผิดปกติ บางครั้งพบทั้งหนาและแข็ง ผู้ที่ทำหน้าที่ตัดเล็บก็ต้องใช้กำลังภายใน
กันมากหน่อยในการตัดเล็บ
ส่วนสาเหตุของการเกิดเล็บขบอาจมีสาเหตุมาจาก 3 ประการ คือ
1. ประการที่หนึ่งเกิดจากเลือกรองเท้าที่ไม่เหมาะสมกับรูปเท้า
การสวมรองเท้าที่ไม่ถูกวิธีบางท่านชอบสวมรองเท้าหัวแหลมๆ บีบรัดมากๆ ก็ทำให้เล็บ
และนิ้วถูกเบียดเข้าหากันทำให้เกิดเล็บขบได้
2. ประการที่สองการตัดเล็บสั้นเกินไปก็จะทำให้เล็บที่งอกขึ้นมาใหม่ชนซอกนิ้วและม้วนขบได้ง่าย แต่ถ้าเราตัดเล็บให้ตรงพอดีกับความยาวของนิ้วและฝนมุมเล็บให้โค้งไปตามรูปนิ้ว
ถ้าตัดลักษณะนี้แล้วมุมเล็บก็จะโผล่พ้นเนื้อตลอดเวลาลดปัญหาเล็บขบ
3. ประการสุดท้ายต้องขอบอกว่าคุณพ่อคุณแม่ให้มา ก็คือกรรมพันธุ์นั่นเอง
ซึ่งประการนี้คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าเราพบคุณแม่มีด้านข้างของเล็บม้วนขบได้ง่ายมีเนื้องอกมาใต้เล็บ
รุ่นลูกเราก็อาจพบแบบเดียวกันได้
ปัญหาเล็บขบส่วนมากเราสามารถป้องกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสวมรองเท้าที่ถูกหลัก
หัวไม่แหลมไม่บีบรัดจนเกินไป คงต้องขึนอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละท่านว่าจะเลือกสวยถูกใจ
หรือจะเลือกปลอดภัยไว้ก่อน รองเท้าที่เหมาะสมควรจะเป็นรองเท้าหัวป้านตามรูปเท้า
เวลาเลือกซื้อรองเท้าก็ควรเลือกซื้อช่วงบ่ายซึ่งเป็นช่วงที่เท้าขยายมากที่สุด หลังจากนั้นเมื่อไปที่ร้านก็ลองเหยียบลงน้ำหนักบนกระดาษแล้ววาดรูปเท้าของเราบนกระดาษก่อน
ซึ่งรองเท้าที่เราเลือกก็ไม่ควรเล็กไปกว่าเท้าที่เราวาดไว้ หากเป็นรองเท้าที่ทำด้วยหนังแท้
ก็จะช่วยเรื่องการระบายอากาศได้ดี ทำให้เท้าไม่อับชื้น หรือมีกลิ่น ซึ่งอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้
นอกจากนั้นการตัดเล็บที่ถูกวิธีก็จะช่วยลดโอกาสของการเกิดเล็บขบได้เป็นอย่างดี
จึงขอเสนอ 5 ขั้นตอนสำหรับการตัดเล็บที่ถูกวิธี เพื่อให้ท่านและลูกหลานนำไปปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม
1. ตัดเล็บให้ตรงพอดีกับความยาวของนิ้ว ไม่ควรตัดให้สั้นเกินไป เพื่อให้มุมเล็บโผล่พ้นเนื้อ
ซึ่งจะช่วยป้อง-กันการเกิดเล็บขบได้
2. ตะไบมุมเล็บให้โค้งไปตามรูปนิ้วด้วยความระมัดระวัง
3. การตะไบเล็บควรตะไบไปทางเดียวกันไม่ควรย้อนไปมา เพื่อป้องกันการเสียดสีกับผิวหนังรอบๆ เล็บ
4. ควรลบคมของเล็บโดยการใช้ตะไบฝนจากบนเล็บและหันปลายตะไบเข้าหาตัวเอง
5. ใช้ปลายตะไบทดสอบว่ามุมเล็บกดเนื้อหรือไม่ เพื่อป้องกันการเกิดเล็บขบ
ถ้าทำเองที่บ้านเจ้าหน้าที่มักแนะนำให้หลีกเลี่ยงอุปกรณ์ที่เป็นของมีคมต่างๆเพื่อป้องกันการเกิดแผล สำหรับอุปกรณ์ทำเล็บบางชนิดมีใช้เฉพาะในโรงพยาบาลสำหรับทำเล็บขบโดยเฉพาะ ซึ่งผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธี
สะอาด ปลอดภัย และทำโดยอาศัยผู้ชำนาญการ กรณีที่เล็บท่านขบควรจะพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเท้า
หรือแพทย์ที่รักษาเบาหวานประจำตัวท่านก็จะให้คำแนะนำที่ดีกับท่านได้ว่าท่านควรจะทำอย่างไรต่อไป
การรักษาเรื่องเล็บขบวิทยากรเบาหวานผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลเท้าจะใช้อุปกรณ์ที่เป็นตะไบเล็กพิเศษ
ตะไบไปตามขอบเล็บที่ขบ และเลี้ยงเล็บให้ยาวตามด้วยการตัดเล็บที่ถูกวิธี วิธีนี้จะต้องมาพบเจ้าหน้าที่บ่อยสักนิด
อาจจะเป็น 1-2 เดือนต่อครั้ง หรือขึ้นอยู่กับว่าเล็บท่านยาวเร็วหรือขบเร็วมากน้อยแค่ไหน เมื่อเล็บยาวขึ้นเราก็ตัด
และตะไบไปเรื่อยๆ ก่อนที่จะเริ่มขบ แต่บางท่านไม่ชอบมาโรงพยาบาลบ่อยอาจจำเป็นต้องถอดเล็บบางส่วนหรือถอดทั้งหมด
เพื่อไม่ให้ขบอีก คุณหมอก็จะมียาจี้หรือใช้ไฟฟ้าจี้เพื่อไม่ให้ส่วนที่ขบงอกขึ้นมาอีก ก็จะแก้ปัญหาระยะยาวได้ดี
กรณีหลังนี้แพทย์ให้ท่านคุมเบาหวานให้ดีก่อนทำ เพื่อให้แผลหายได้เร็วขึ้น
เพราะการหายของแผลก็ขึ้นอยู่กับระดับน้ำตาลในเลือดด้วยเช่นกัน
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านคงได้วิธีในการป้องกันเล็บขบ การตัดเล็บที่ถูกวิธี การเลือกรองเท้าที่เหมาะสม
รวมถึงการรักษาเรื่องเล็บขบไปบ้างนะคะ
ชนิกา สุระสิงห์ชัยเดช
พยาบาลผู้เชี่ยวชาญคลินิกสุขภาพเท้า
(update 12 กรกฎาคม 2003)
[ ที่มา...
กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 16 ฉบับที่ 5469 (358) วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2546 ]
|