ไขกระดูก ธารชีวิต


หากพูดถึงเซลล์เม็ดเลือด น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก แต่ในขณะที่ผู้คนทั่วไปรู้จักเซลล์เม็ดเลือดกันอย่างดี แต่กลับมีคนจำนวนน้อยมากที่รู้จัก " ไขกระดูก"

ไขกระดูก ฟังดูคล้ายๆ จะคุ้นเคยและได้ยินอยู่บ่อยๆ เพราะอย่างน้อยคงต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรสักอย่างกับกระดูก แต่ถ้าถามถึงความเข้าใจในหน้าที่และความสำคัญของไขกระดูกนั้น น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือตอบได้

ไม่ใช่เพราะไขกระดูกสำคัญน้อยกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกาย แต่อาจเป็นเพราะหน้าที่และความสำคัญของไขกระดูกนั้นอยู่ในตำแหน่งเบื้องลึกเบื้องหลังจนบางครั้งเราไม่ได้นึกถึง ผู้คนส่วนใหญ่ก็จะนึกไม่ค่อยออกถึงหน้าที่และความสำคัญของไขกระดูก ทั้งที่ไขกระดูกนั้นมีหน้าที่ และความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อเซลล์เม็ดเลือด เพราะทำหน้าที่สร้างเซลล์เม็ดเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตพวกเราทุกคน

ไม่ว่าจะเป็นเม็ดเลือดแดงที่ทำหน้าที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่เป็นภูมิต้านทานโรค หรือแม้กระทั่งเกล็ดเลือดที่ช่วยให้เลือดมีความแข็งตัว ล้วนมีต้นกำเนิดจาก "ไขกระดูก" ทั้งสิ้น

ส่วนเหตุผลที่ต้องการพูดถึงเรื่องของไขกระดูกนั้น ก็เพราะการรักษาโรคบางโรค เช่น มะเร็งหรือโรคเกี่ยวกับเลือดบางอย่าง เมื่อรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือรังสีรักษาแล้ว ร่างกายไม่ตอบสนองต่อการรักษานั้น แพทย์ก็จะใช้วิธีการ "ปลูกถ่ายไขกระดูก" ร่วมกับการรักษา เพราะการใช้รังสีหรือเคมีในการรักษา นอกจากจะเป็นการฆ่าเซลล์มะเร็งแล้วก็ยังเป็นการฆ่าเม็ดเลือดปกติไปด้วย การปลูกถ่ายไขกระดูก จึงเป็นทางออกของการรักษาเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณไขกระดูกให้กับร่างกาย เพราะเมื่อไขกระดูกมีมากขึ้น ก็จะสร้างเซลล์เม็ดเลือดให้มีปริมาณที่สมดุล

ในบรรดาอวัยวะหลากหลายที่ประกอบขึ้นมาเป็นมนุษย์นั้น มีหลายอวัยวะที่ขาดหรือพิการไปแต่ยังดำรงชีวิตอยู่ได้ เช่น กระดูกแขนขา ตา หู ม้าม และอวัยวะกลุ่มที่ขาดไม่ได้เลย เพราะจะทำให้เสียชีวิต อาทิเช่น หัวใจ ปอด ตับ รวมทั้งไขกระดูกด้วย

แต่ไขกระดูกคงจะเป็นอวัยวะที่คนรู้จักน้อยหรือไม่รู้จักเลย บ้างก็คงรู้จักแต่ผิวเผินว่ามันคงเป็นส่วนหนึ่งของกระดูก แต่ส่วนใหญ่คงไม่รู้ว่าปราศจากไขกระดูกเสียแล้ว ชีวิตจะดำรงต่อไปไม่ได้
ถ้าอย่างนั้นไขกระดูกคืออะไรเล่า?

ตอนที่เรายังอยู่ในวัยเด็กหรือยังเป็นทารกอยู่นั้น จะมีการสร้างเม็ดเลือด (Hematopoiesis) ภายในไขกระดูกเกือบทุกแห่งที่มีกระดูกอยู่รวมทั้งกระดูกแขนขา แต่พอเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่หน้าที่ของการสร้างเม็ดเลือด จะเหลือเพียงกระดูกบางส่วนคือกระดูกสันหลัง ซี่โครง กระดูกหน้าอก เชิงกราน สะบัก กะโหลกศีรษะ และส่วนปลายของกระดูกต้นแขนและต้นขา ส่วนไขกระดูกที่เหลือจะมีแต่ไขมัน


ไขกระดูก (Bone Marrow) แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ
1. ไขกระดูกแดง (Red Marrow) ประกอบด้วยเนื้อเยื่อที่ผลิตเม็ดเลือด (Myeloid Tissue) อย่างแข็งขัน สีแดงที่ปรากฏขึ้นเป็นผลจากสีของเม็ดเลือดแดง ภายในไขกระดูกแดงจะประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดในระยะต่างๆ เนื้อเยื่อไขมันและเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งคือ แมคโครฟาจ (Macrophage) เม็ดเลือดที่สร้างจากไขกระดูกแดง มีทั้งเม็ดเลือดแดง (Red Blood Cell) เม็ดเลือดขาว (White Blood Cell) และเกล็ดเลือด (Platelet) ตอนที่ยังเป็นเด็กอยู่นั้นยังมีไขกระดูกแดงอยู่ในกระดูกทุกแห่ง แต่พอโตขึ้นไขกระดูกที่ยังผลิตเม็ดเลือด ส่วนใหญ่จะเป็นกระดูกชนิดแบนราบ (Flat Bone) เช่น กระดูกเชิงกราน

2. ไขกระดูกเหลือง (Yellow Bone Marrow) ที่เป็นสีเหลืองก็เพราะมันเป็นโกดังเก็บไขมัน แต่บางครั้งอาจจะเป็นสีแดงและจะผลิตเม็ดเลือดในกรณีที่ร่างกายขาดแคลนเม็ดเลือดจนต้องลงแรงช่วย ไขมันที่สะสมอยู่ในไขกระดูกเหลืองนี้จะทำหน้าที่เป็นขุมพลังสะสมทางเคมีที่สำคัญ ไขกระดูกเหล่านี้จะอยู่ในโพรงกระดูก (Medullary Bone) ซึ่งจะอยู่ภายในท่อนกระดูกส่วนกลาง (Diaphysis)

ภาพประกอบ 2 (บน) ภายในกระดูกพรุนเหมือนฟองน้ำ (Spongy Bone หรือ Cancellous Bone) นั้นจะมีไขกระดูกแทรกอยู่

(ล่าง) โพรงกระดูก (Medullary Cavity) จะเป็นที่อยู่ของไขกระดูกเหลือง ส่วนที่เป็น Spongy Bone จะมีไขกระดูกแดง

ภาพประกอบ 3 ไขกระดูกแดงของผู้ใหญ่จะอยู่ตามกระดูกแขนราบที่ปรากฏเป็นเส้นทึบ

มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อไขกระดูก จนมีชีวิตต่อไปลำบากหรือไม่ได้เลย เช่น ภาวะโลหิตจาง อันเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นเนื่องจากการฉายรังสีเอกซ์หรือแกมมา ทำให้ไขกระดูกหยุดสร้างเม็ดเลือดแดงซึ่งเป็นภัยต่อชีวิตมาก

นอกจากนั้นถ้าหากไขกระดูกไม่สร้างเม็ดเลือดขาวก็เปรียบเหมือนร่างกายที่ขาดทหารป้องกันประเทศ เพราะเม็ดเลือดขาวคอยต่อสู้เชื้อโรค ขณะที่เม็ดเลือดแดงทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปทั่วทั้งร่างกาย และขนของเสียจากอวัยวะต่างๆ ไปทำลาย อีกทั้งเกล็ดเลือดที่ขาดไปก็จะทำให้เลือดไม่ยอมคั่งแข็งตัว เวลาเลือดออกจากมีดบาดหรืออะไรก็ตาม หลายต่อหลายภาวะที่ทำลายไขกระดูกหมายถึงชีวิตที่จะปิดฉากลง แต่ปัจจุบันนี้มีทางช่วยเหลือแล้วจากการปลูกถ่ายไขกระดูก

ลักษณะของไขกระดูกจะเป็นสารเหลวข้นคล้ายเจล แต่เป็นอวัยวะที่พัฒนามาจนเป็นองค์กรที่สลับซับซ้อน สอดแทรกอยู่ตามช่องว่างในกระดูก (Trabecular Bone) ภายในมีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงมากมาย


ส่วนประกอบของเลือด

ในภาพประกอบท่านผู้อ่านจะเห็นว่า เมื่อคิดเป็นร้อยละของน้ำหนักตัวเราแล้วเลือดจะมีน้ำหนักราวร้อยละ 8 ของน้ำหนักตัว แต่ถ้านำเลือดมาวิเคราะห์ตามปริมาตรแล้ว ร้อยละ 55 จะเป็นน้ำเหลือง (Plasma) ส่วนอีกร้อยละ 45 จะเป็นเม็ดเลือดและส่วนอื่นๆ ที่ไม่ใช่น้ำเหลือง สำหรับร้อยละ 45 อันเป็นส่วนเม็ดเลือดนั้น ส่วนใหญ่ร้อยละ 50 จะเป็นเม็ดเลือดแดง ส่วนร้อยละ 5 ที่เหลือจะเป็นเม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด ซึ่งหากวิเคราะห์ย่อยต่อไป ก็จะพบว่าในร่างกายคนปกติจะมี

    - เกล็ดเลือด 250,000-400,000 เกล็ดต่อ 1 ลูกบาศ์กมิลลิเมตร
    - เม็ดเลือดแดง 4.2-6.2 ล้านเม็ดต่อ 1 ลูกบาศ์กมิลลิเมตร
    - เม็ดเลือดขาว 5,000-9,000 เม็ดต่อ 1 ลูกบาศ์กมิลลิเมตร ทั้งนี้จะมีเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ โดยประมาณคือ
    - เม็ดเลือดขาวชนิด นิวโตรฟิล ร้อยละ 60-70
    - ลิมโฟซัยท์ ร้อยละ 20-25
    - โมโนซัยท์ ร้อยละ 3-8
    - อีโอซิโนฟิล ร้อยละ 2-4
    - เบโซฟิล ร้อยละ 0.5-1

ภาพประกอบแสดงสัดส่วนตางๆ ของเลือดร่างกาย


(update 11 มีนาคม 2003)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 26 ฉบับที่ 7 กรกฎาคม 2545 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600