อุ้ย…คันตรงนั้น


รู้สึกคันบริเวณอวัยวะเพศมานาน 2-3 วันแล้วค่ะ เป็นๆ หายๆ อยู่เรื่อยๆ แต่ปกติเป็นคนมีตกขาวเยอะ (โดยเฉพาะช่วงก่อนมีรอบเดือน) กำลังตัดสินใจจะไปตรวจภายในค่ะ แต่อยากทราบว่า ถ้าปล่อยทิ้งไว้อันตรายมั้ย

แม่ลูกโทน/กทม.

เรื่องอย่างว่าวันนี้เกี่ยวกับการคัน ยิ่งคันก็คงต้องยิ่งเกา ยิ่งเกาก็ยิ่งมันส์ แต่…คันตรงไหนก็ไม่คัน ดั๊นมาคันตรงของสำคัญนี่สิ ทำไงดีละเนี่ย…ยยยย

ว่าไปแล้วคนเราจะคันตรงไหนไม่เห็นแปลก เกาทีสองทีก็หายคันแล้ว คัน "ตรงนั้น" ก็เหมือนกัน ถ้าคันก็ต้องเกา เกากันจนหายแล้วก็แล้วกันไป แต่ถ้าเกาเท่าไหร่ก็ไม่หาย ยิ่งเกายิ่งแสบ ยิ่งแสบก็ยิ่งคัน แบบนี้ถือว่าคันแบบไม่ปกติสุขแล้วล่ะครับ ถ้าทิ้งไว้ก็จะคันชนิดไม่เป็นอันกินอันนอนเลยล่ะ

ถ้าไม่มีใครมือบอนเอาหมามุ่ยมาใส่ไว้ที่กางเกงชั้นใน สาเหตุหลักๆ ของอาการคันตรงของสำคัญ มีไม่กี่อย่างหรอกครับ ถ้าไม่ใช่ภูมิแพ้ ก็ต้องเป็นการอักเสบติดเชื้อ แต่เจ้าตัวหลังนี่เห็นจะเป็นบ่อยกว่าเยอะครับ


  • คันเพราะ "ภูมิแพ้"

    สาวโสดบริสุทธิ์ผุดผ่องถ้าหากคันจิ๋มขึ้นมาก็ไม่ต้องตกใจนะครับ ส่วนมากแล้วไม่ค่อยเจอว่ามีการติดเชื้ออะไรกันมากหรอก โดยมากก็มักเจอว่าเป็นภูมิแพ้เสียมากกว่า บางคนก็ไปใช้น้ำยาล้างเฉพาะที่ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมเยอะ ไม่รู้กลัวมันไม่หอมหรือยังไง ยิ่งหอมมากก็ต้องมีน้ำหอมมาก แล้วน้ำหอมก็ต้องมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อยู่ด้วย ถ้าไปโดนแถวๆ ส่วนสำคัญตรงนี้มันจะทำให้เกิดอาการแพ้คันได้ง่าย หรือบางคนนานๆ จะไปว่ายน้ำซะที ก็ขุดเอาชุดว่ายน้ำที่หมกไว้ซะนานขึ้นมาใส่ ฟองน้ำแถวเป้ามันอาจจะเก่าไปหน่อย เวลาไปโดนของสำคัญเข้า อาจทำให้มีอาการแพ้คันได้

    ในกรณีนี้จะมีอาการคันแค่เพียงภายนอกอย่างเดียว โดยไม่มีอาการคันข้างในร่วมด้วย แล้วไม่มีตกขาวผิดปกติออกมาทางช่องคลอด หากเป็นอย่างนี้ก็ต้องพยายามอดทนหน่อย เพราะถ้ายิ่งไปเกามันมาก ยิ่งเกาก็ยิ่งมันส์ ดีไม่ดี "ตรงนั้น" อาจบวมเห่อขึ้นมาได้ ถ้ารู้สึกคันให้ถูๆ นิดหน่อยพอแล้ว ดูใจกันไปสักวัน ถ้าหายไปได้เองก็โชคดีไป ถ้าไม่ดีขึ้นต้องไปหาคุณหมอนะครับ จะได้หายาอะไรมาทาให้มันหายคัน ส่วนมากทายาภูมิแพ้แป๊บเดียวก็หายแล้ว

  • คันเพราะ "แบคทีเรีย"

    คันจากแพ้โน่นแพ้นี่มันไม่เท่าไหร่หรอกครับ ที่คันกันสุดๆ มักเกิดจากการมีเชื้อโรคแปลกปลอม แอบเข้าไปอยู่ในช่องคลอดเรานั่นแหละ เจ้าเชื้อโรคที่ว่านี้เป็นได้ทั้งเชื้อแบคทีเรียธรรมดากับเชื้อรา จะว่าไปแล้วถ้าคันจากการติดเชื้อแบคทีเรียจะคันแบบปรานีหน่อย คือคันนิดคันหน่อย แต่ถ้าคันจากเชื้อราแล้วล่ะก็…ถ้ามีใครส่งกระดาษทรายให้ก็คงรับเอาไปขัดให้หายคันไปเลยล่ะ…เพราะมันคันจริงๆ

    ช่องคลอดเราปกติแล้วจะมีเชื้อโรคเจ้าถิ่นคอยดูแลอยู่ เชื้อโรคตัวนี้เป็นญาติกับเชื้อที่ใช้ทำนมเปรี้ยว ที่ชื่อแลคโตบาซิลลัสนั่นเอง แต่รสชาติเหมือนหรือเปล่า ไม่รู้นะครับ

    เชื้อเจ้าถิ่นมันจะคอยดูแลไม่ให้เชื้อโรคตัวอื่นๆ เข้าไปกล้ำกรายได้ แต่บางครั้งเราอาจจะปล่อยปละละเลยตัวเองมากเกินไป ดองเอาไว้สี่ห้าวันไม่ได้ทำความสะอาดให้ดี ตกขาวที่เป็นแป้งก็มีบูดมีเสียได้ เชื้อโรคก็เลยก่อตัวสะสมขึ้นมา ตกขาวจากสีขาวก็กลายเป็นสีนวล เปลี่ยนเป็นสีเหลือง แล้วก็มีสีเขียวในที่สุด ตกขาวที่เกิดจากแบคทีเรียมักจะมีสีเหลือง หรือเขียวมากกว่าปกติ มีกลิ่นแต่ก็ไม่มาก คันก็คันไม่มาก แต่ถ้าเป็นการติดเชื้อโรคมาจากทางทวารหนักนี่สิ จะแสบๆ คันๆ อย่าบอกใคร แค่เช็ดก้นไม่สะอาดบางทีเรายังรู้สึกแสบๆ คันๆ แถวทวารหนักเลย

    ตกขาวที่ออกมาจะสีเทาๆ เป็นฟองละเอียด มีกลิ่นตุๆ เค็มๆ บางทีก็มีกลิ่นคาวๆ เหมือนกลิ่นหัวปลา ถ้าใครเป็นตกขาวแบบนี้บ่อยๆ คงต้องไปใส่ใจเรื่องทำความสะอาด ล้างกันใหม่ให้ถูกวิธีก็แล้วกันนะครับ

  • คันเพราะ "เชื้อรา" …นี่ล่ะตัวแสบ

    อาการคัน "ตรงนั้น" ที่มากที่สุด ทรมานที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้นคันจากเชื้อราครับ เรียกได้ว่า เชื้อราเป็นเจ้าพ่อของอาการคันที่ "ตรงนั้น" ทั้งหมดเลยก็ว่าได้

    ผู้หญิงเราทั้งประเทศอย่างน้อยก็ต้องมีประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ที่เป็นตกขาวจากเชื้อรา อย่างน้อยหนึ่งครั้งใน 1 ปี ก็บ้านเราเป็นประเทศร้อนชื้นนี่ครับ ยิ่งตอนหน้าฝน หมอตรวจภายในตั้งแต่เช้ายันเย็นเจอว่าเป็นเชื้อรากันทั้งนั้น

    ที่เชื้อราชอบมาเยี่ยมเยียน "ตรงนั้น" ของผู้หญิงเราเรื่อยๆ ก็เพราะของสำคัญของผู้หญิงเรามันมีอาหารสำหรับเชื้อรา เพราะผู้หญิงต้องมีตกขาวหรือน้ำหล่อเลี้ยงช่องคลอดกันทุกคน ซึ่งน้ำหล่อเลี้ยงที่ว่านี้จะมีลักษณะเหมือนแป้งเปียก ที่คอยไหลออกมาอยู่เรื่อยๆ แป้งที่ว่านี้ภาษาหมอเขาก็เรียกกันว่า ไกโคเจน นั่นแหละครับ อย่าเอาไปสับสนกับแป้งฝุ่นโรยตัวนะครับ เพราะแป้งแบบนั้นไม่ได้ทำให้ขึ้นราหรอก

    แป้งที่ขึ้นราหรือไม่ขึ้นราก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าสะอาดหรือไม่สะอาด แต่อยู่ที่ว่ามีแป้งตกค้างอยู่นานเกินไป หรือเปล่าเท่านั้นเอง เพราะ "ตรงนั้น" ของผู้หญิงเราไม่ได้เรียบเป็นกระดาษนี่นะ มันมีหลืบ มีร่องดูซับซ้อน ซึ่งแป้งเปียกที่ไหลเลอะออกมาจะไปติดค้างตามหลืบตามร่องเหล่านี้ได้ง่าย

  • ทำความสะอาด แบบสะอาดหมดจด

    เวลาอาบน้ำ ใครที่ใช้ฝ่ามือถูผ่านๆ อย่างเดียว ลองเอามือแหวกดูตามร่องตามหลืบสิครับ โอ้โห…คราบแป้งยังติดอยู่ตามร่องเต็มเลย ดังนั้นล้างโดยถูผ่านๆ อย่างเดียวไม่พอหรอกครับ ถ้าจะต้องล้างให้เกลี้ยงๆ กันจริงๆ เวลาล้างต้องใช้นิ้วบรรจงถูตามหลืบตามร่องให้หมดด้วย จะได้สะอาดทุกซอกทุกมุมจริง…หากมีคราบแป้งติดค้างหลงเหลืออยู่ ทิ้งเอาไว้สองสามวันเชื้อราก็มาแล้ว

    สาวๆ หลายคนชอบแก้ตัวทุกทีว่ารักษาความสะอาดดีมากๆ นะคะคุณหมอ… ก็อย่างว่าแหละครับ ไม่ว่าจะล้างด้วยน้ำยาวิเศษอะไร หรือแม้แต่ลวกน้ำร้อนเลยก็ได้ แต่ถ้ายังคงมีคราบแป้งตกค้างอยู่ ยังไงเดี๋ยวมันก็ขึ้นราจนได้ ต้องสะอาดเข้าไว้สำคัญที่สุดครับ

    คราบแป้งที่ติดค้างข้างนอกเปรียบไปก็เหมือนเป็นแค่ตัวล่อเชื้อราเท่านั้นนะครับ พอมีเชื้อเกิดขึ้นแล้วก็มักแพร่พกระจายเข้าไปในช่องคลอดด้วย ข้างนอกแค่คราบแป้ง แต่พอเข้าไปในช่องคลอดแล้วโอ้โห…มีตกขาวที่เป็นแป้งอยู่เยอะแยะแล้ว เชื้อราก็เลยแพร่พันธุ์ เต็มช่องคลอดยุ่บยั่บไปหมด คราวนี้ตกขาวที่เป็นเชื้อราจะจับตัวเป็นก้อนๆ เหมือนตะกอนนมสีขาว ไม่เขียวไม่เหลืองเหมือนเชื้อแบคทีเรีย ไม่มีกลิ่น แต่ที่สำคัญมันคันมาก มากจนบางทีอยากเอาแปรงล้างขวดเข้าไปล้างเลยครับ

  • กางเกงชั้นใน ก็ต้องสะอาด

    สาวๆ หลายคนยังแก้ตัวเหมือนเดิมว่ารักษาความสะอาดดีนะคะ ล้างทุกหลืบทุกร่องหมดจดไม่เหลือ… แล้วทำไมยังเป็นเชื้อราอยู่อีกบ่อยๆ ล่ะคะคุณหมอ…ถามมาถามไปก็ปรากฏว่าเธอเป็นนักศึกษาอยู่หอพัก ชอบกองเสื้อผ้าเอาไว้เยอะๆ แล้วค่อยซักทีเดียว กางเกงในก็โยนใส่ตะกร้า อาทิตย์หนึ่งค่อยซักที แบบนี้ก็น่าจะเป็นเชื้อรากันทั้งปีทั้งชาติแน่นอนยิ่งกว่าแน่นิ่งอีก เพราะกางเกงในที่มีคราบแป้งคราบตกขาวติดอยู่ เวลาทิ้งเอาไว้ในตะกร้าเป็นอาทิตย์ มันก็ต้องขึ้นราอยู่แล้ว นี้ถ้าทิ้งเอาไว้เป็นเดือนเชื้อราคงโตเท่าตัวถั่วงอกเลยมั้ง!

    หลายคนเวลาเอากางเกงในมาซัก บางทีก็ซักไม่หมดซักไม่เกลี้ยงหรอกครับ เพราะคราบแป้งตามเป้า เวลาจุ่มลงไปในน้ำแล้วมักจะมองไม่เห็น บางคนไม่ได้ซักเอง เหมาเอาไปให้ลูกจ้างซัก เขาก็มี ซักเสร็จเวลาตากบางทีก็เอาไปตากแขวนไว้ใต้อ่างล้างหน้า หรือไม่ก็แอบไว้ซอกไหนก็ไม่รู้ กางเกงในเลยไม่เคยสัมผัสโดนแดดเลย คราบแป้งชื้นๆ ก็ยังคงติดอยู่ที่เป้าเหมือนเดิม พับเก็บใส่ตู้ไว้อีกสองวันต่อมาก็ขึ้นรา พอหยิบเอามาใส่เชื้อราที่เป้ากางเกงในก็เลยเข้าเป้าตรงนั้นพอดี

  • คันแบบไหน ต้องพึ่งหมอ…

    ถ้ามีอาการคันจากเชื้อราแล้วทนอยู่ได้ไม่นานหรอกครับ อย่างเก่งสองวันก็ต้องรีบไปหาหมอแล้ว คุณหมอก็จะตรวจภายใน เอาตกขาวไปตรวจหาเชื้อที่เป็นสาเหตุ ล้างเอาตกขาวข้างในออกมาให้หมด แค่นี้ก็จะรู้สึกสบายขึ้นเยอะเลยครับ ยาที่ใช้ก็มีทั้งยาเหน็บช่องคลอด ยากิน ยาทา จะใช้แบบไหนขึ้นกับความถนัด แต่ที่สำคัญต้องสามารถฆ่าเชื้อราได้ทุกจุด ถ้าคันทั้งข้างในข้างนอก ใช้ยาเหน็บอย่างเดียวโดยไม่ได้ทายาข้างนอกเลย ก็ไม่หายหรอกครับ ต้องใช้ทั้งยาเหน็บยาทาร่วมกันซึ่งจะได้ผลดีกว่า ก่อนเหน็บยาควรพยายามล้างเอาตกขาวออกมาทิ้งให้หมดเสียก่อน เพราะยิ่งเชื้อโรคน้อย ยาก็ฆ่าเชื้อได้ดี แต่ถ้าเชื้อโรคยังอยู่เยอะแยะเต็มไปหมด เหน็บยาเข้าไปเชื้อก็มักตายไม่หมดหรอกครับ

โดยทั่วไปใช้ยาไม่เกิน 7 วันก็หายแล้วครับ ที่สำคัญหลังจากนั้นต้องดูแลรักษาความสะอาดตัวเองให้ดี ล้างให้เกลี้ยง ขยันซักชุดชั้นในให้สะอาดหมดจด เอาไปตากแดดฆ่าเชื้อโรคบ้าง ที่นอนหมอนมุ้งก็หมั่นเอาไปตากแดดบ้าง เพียงเท่านี้เชื้อราก็หมดโอกาสที่จะแอบดอดตีท้ายครัวคุณผู้หญิงได้แล้วครับ


(update 13 กุมภาพันธ์ 2003)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่  ปีที่ 7 ฉบับที่ 83 กันยายน 2545 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600