ตั้งแต่ผมจบเป็นสูติแพทย์ และดูแลแม่ตั้งครรภ์มาตลอดนั้น หนึ่งในคำถามที่แม่ตั้งครรภ์ถามมากที่สุดก็คือ
ลูกในท้องแข็งแรงดีหรือไม่
นอกจากนี้มีปัญหาที่มักทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์มาพบสูติแพทย์ก่อนกำหนดนัดบ่อยที่สุดก็คือ
รู้สึกว่าทารกในครรภ์ไม่ดิ้นหรือดิ้นน้อยลง
การตรวจหรือการทดสอบที่จะบอกได้ว่าทารกในครรภ์นั้นแข็งแรงดีหรือไม่ อาจทำได้หลายวิธี เช่น
การนับจำนวนครั้งที่ทารกดิ้นในช่วงเวลาหนึ่งๆ การบันทึกอัตราการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์
หรือการตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อดูสภาพทารกในครรภ์ข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบเหล่านี้
จะสามารถทำนายสุขภาพทารกในครรภ์ได้
รวมไปถึงการดิ้นของทารกในครรภ์ ก็สามารถบอกถึงสภาพหรือสุขภาพของทารกในครรภ์ได้เช่นกัน
ทำไมทารกในครรภ์ต้องดิ้นด้วย
ทารกในครรภ์เริ่มดิ้นตั้งแต่เมื่อไร
ทารกในครรภ์หลับเป็นหรือเปล่า
ทารกในครรภ์สะอึกได้จริงหรือ
คำถามเหล่านี้เป็นสิ่งที่ท่านผู้อ่านคงจะสนใจใคร่รู้ใช่ไหมครับ
8 สัปดาห์ ก็ดิ้นแล้วนะ
จากการที่ผมได้มีโอกาสทำงานด้านรักษาผู้มีบุตรยาก ได้เห็นการปฏิสนธิของไข่กับตัวอสุจิ
การฝังตัวของตัวอ่อนและการเจริญเติบโตของตัวอ่อนจนกลายเป็นทารกในครรภ์เมื่อพ้นอายุครรภ์ 7 สัปดาห์ไปแล้วนั้น
ด้วยความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีเครื่องอัลตร้าซาวนด์ที่ตรวจเห็นสภาพของตัวอ่อนและทารกในครรภ์ได้อย่างชัดเจน
ตั้งแต่อายุครรภ์เพียง 5 สัปดาห์ ทำให้เห็นว่าในความเป็นจริงแล้ว ตัวอ่อนในครรภ์เริ่มมีการเคลื่อนไหวที่เรียกว่า
กระดิกตัวตั้งแต่อายุครรภ์เพียง 8 สัปดาห์กว่าๆ ซึ่งมีขนาดความยาวเพียง 16-18 มิลลิเมตรเท่านั้น
หลังจากนั้นทารกในครรภ์ก็ยังคงเคลื่อนไหวแต่ยังเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่มีวัตถุประสงค์หรือไร้ทิศทาง
การเคลื่อนไหวของทารกจะพัฒนาไปพร้อมกับการเจริญเติบโต และพัฒนาการของระบบกล้ามเนื้อของร่างกายทารก
จนกระทั่งเป็นการเคลื่อนไหวที่มีวัตถุประสงค์ หรือบังคับทิศทางได้ เมื่อระบบกล้ามเนื้อและระบบประสาทส่วนกลาง
พัฒนาไปถึงระดับหนึ่งแล้ว
18 สัปดาห์ สัมผัสได้ว่าลูกดิ้น
รู้มั้ยครับว่าทำไมแม่ตั้งครรภ์จึงไม่รู้สึกว่าทารกในครรภ์ดิ้นหรือเคลื่อนไหว
จนกระทั่งมีอายุครรภ์ประมาณ 18 สัปดาห์ครึ่งในครรภ์แรก และประมาณ 17 สัปดาห์ในครรภ์หลัง
ก่อนอื่นเราต้องจินตนาการว่าทารกในครรภ์อยู่ภายในมดลูกที่มีน้ำคร่ำบรรจุอยู่ ทารกแขวนลอยอยู่ในน้ำคร่ำ
การที่แม่จะรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของทารกได้นั้น อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของทารก เช่น ศีรษะ ก้น แขนหรือขา
จะต้องมากระทบผนังด้านในของมดลูกที่มีเส้นประสาทรับรู้ความรู้สึก และการกระทบจะต้องแรงพอ
ที่จะกระตุ้นประสาทสัมผัสดังกล่าว
ซึ่งเมื่อถึงอายุครรภ์ดังกล่าวข้างต้น น้ำหนักของทารกที่เคลื่อนไหวมากระทบผนังด้านในของมดลูก
จะทำให้เกิดแรงมากพอที่จะกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกรับรู้ แต่เมื่อตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง
การที่มีประสบการณ์ในครรภ์แรกทำให้คุณแม่สามารถรับรู้ว่า ทารกดิ้นเป็นครั้งแรกได้เร็วขึ้น
ประมาณหนึ่งสัปดาห์ถึงหนึ่งสัปดาห์ครึ่ง
ดิ้นหรือสะอึกกันแน่????
การดิ้นของทารกในครรภ์ไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา เนื่องจากทารกในครรภ์มีช่วงเวลาที่ตื่นและหลับ
แต่ยังเป็นระยะสั้นๆ เช่น ทุกครึ่งหรือหนึ่งชั่วโมง เมื่อทารกตื่นก็มีการเคลื่อนไหว เมื่อหลับก็นิ่งไป
วงจรการหลับและตื่นในครรภ์จะมีระยะสั้นๆ และยังคงต่อเนื่องมาถึงระยะหลังคลอด หลังจากนั้นทารกจะค่อยๆ
ปรับตัวเข้ากับโลกภายนอกคือ ระยะเวลาการนอน และตื่นจะยืดยาวทอดไปจนกระทั่งกลายเป็นตื่นกลางวัน
นอนกลางคืนในที่สุด
ลักษณะการดิ้นของทารกในครรภ์ เมื่อทารกในครรภ์อยู่ในท่าที่แตกต่างกัน
จะทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับรู้ความรู้สึกว่าทารกดิ้นแตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน เช่น
การที่ทารกอยู่ในท่าศีรษะกับท่าก้นจะทำให้เกิดความรู้สึกกับตัวคุณแม่แตกต่างกัน
การที่ทารกนอนเอาหลังมาชิดหน้าท้องของแม่ หรือเอามือและเท้ามาชิดก็จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันเช่นกัน
ปริมาณน้ำคร่ำที่อยู่ภายในมดลูกก็มีผลทำให้การรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของทารกแตกต่างกันออกไปได้
เช่น การที่มีปริมาณน้ำคร่ำมากจะทำให้มดลูกตึงและการรับรู้ของตัวแม่เองไม่ดีเมื่อเทียบกับการที่มีปริมาณน้ำคร่ำน้อย เป็นต้น
นอกจากนั้นทารกในครรภ์อาจจะมีการเคลื่อนไหวที่เป็นจังหวะ คล้ายจังหวะกระตุกที่ทำให้แม่รู้สึกว่า
เป็นการสะอึกได้ แต่จากการตรวจอัลตร้าซาวนด์พบว่า การเคลื่อนไหวแบบที่ว่านี้ไม่ใช่การสะอึก
แต่เป็นการเคลื่อนไหวแบบกระตุกมากกว่า
ลูกไม่ดิ้น
สัญญาณอันตราย
เราได้ทราบการเคลื่อนไหวแบบต่างๆ แล้ว หากว่าทารกในครรภ์เคลื่อนไหวน้อยหรือไม่เคลื่อนไหว
แสดงถึงอะไรบ้าง การที่ทารกในครรภ์ไม่เคลื่อนไหว เป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่า
ทารกจะมีปัญหาสุขภาพหรือตกอยู่ในอันตราย เช่น ความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง
หรือขาดออกซิเจน หรือรกทำงานผิดปกติ ไม่สามารถส่งถ่ายอาหารหรือแลกเปลี่ยนก๊าซที่จำเป็นต่อทารกในครรภ์ได้
ดังนั้นหากแม่ตั้งครรภ์รู้สึกว่าทารกในครรภ์ดิ้นน้อยลงจากที่เคยดิ้นดี โดยเฉพาะเมื่อตั้งใจสังเกตการดิ้น
เป็นเวลานาน 30 นาที และพบว่าทารกดิ้นน้อยกว่า 10 ครั้งแล้วล่ะก็ ควรที่จะปรึกษาสูติแพทย์ในทันทีครับ
ผมหวังว่าท่านผู้อ่านคงจะได้รับความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับการดิ้นของทารกในครรภ์มากขึ้น
และสามารถนำไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ได้นะครับ
(update 27 มีนาคม 2003)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 7 ฉบับที่ 84 ตุลาคม 2545 ]
|