ใครต่อใครเขาว่ายุโรปคือสวรรค์ แต่หากใครได้ไปยุโรปโดยเฉพาะอย่างยิ่งฝรั่งเศส
ช่วงเดือนสิงหาคมของปีนี้อาจจะหาสวรรค์ที่ว่านั้นไม่เจอ ฝรั่งเศสที่เคยสวยหยาดเยิ้มเหมือนสาวแรกแย้ม
ช่วงนี้กลายเป็นสาวแรกแย้มที่โกรธเกรี้ยว อารมณ์ขุ่นมัวไปแล้ว
คลื่นความร้อนที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปี พาดผ่านเข้าไปในฝรั่งเศส
อุณหภูมิพุ่งขึ้นสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ทำเอาคนฝรั่งเศสที่ไม่คุ้นกับอากาศร้อนชนิดตับแตก
เกิดอาการช็อกกันไปทั้งประเทศ ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่ามีคนเสียชีวิตจากความร้อนที่ว่านี้ไปแล้วกว่าสามพันคน
ส่วนใหญ่เป็นคนชราที่ทนกับอากาศร้อนและอาการขาดน้ำไม่ไหว
บ้านเราเจออุณหภูมิขนาด 40 องศาเซลเซียสออกบ่อย ความชื้นสูงขนาด 90%
ร้อนจนเนื้อตัวเปียกปอนไปหมดเพราะเหงื่อออกมาแล้วกลับไม่ยอมระเหย
ความชื้นในอากาศสูงมากจนกระทั่งโมเลกุลของน้ำจากเหงื่อหาที่ว่างในอากาศให้ระเหยออกไปไม่ได้
พักหลังๆ นี้คนไทยนิยมออกกำลังกายมากขึ้น อยู่ในเมืองร้อน ชินกับความร้อน
จนบางครั้งลืมนึกไปว่าอากาศร้อนนั้นเป็นอันตรายชนิดที่เราเองอาจก็คาดไม่ถึง
วันนี้ลองมาเรียนรู้บทเรียนจากฝรั่งเศส ให้ฝรั่งมาสอนเรากันบ้างดีกว่าว่า
หากจะออกกำลังกายกันในอากาศร้อนแล้วจะต้องระวังกันเรื่องอะไรบ้าง
มีคนถามกันอยู่เรื่อยว่าอากาศร้อนชื้นกับร้อนแห้งอย่างไหนจะอันตรายมากกว่ากัน
ผู้เขียนเจอความร้อนมาแล้วทั้งสองแบบ ร้อนชื้นอย่างเมืองไทย อากาศร้อนจัดแต่เหงื่อระเหยออกไม่ได้
เนื้อตัวท่วมไปด้วยเหงื่อ ร่างกายเหนียวเหนอะ แต่พวกเราก็ทนอยู่กันได้ ฝรั่ง ญี่ปุ่นที่ชินกับอากาศอบอุ่นกับหนาว
มาเจออากาศร้อนชื้นอย่างนี้ต่างก็ล้วนแต่บ่นอู้กันทั้งนั้น
อากาศร้อนอีกแบบคือร้อนแห้ง อย่างที่เจอในทะเลทราย แดดร้อนเปรี้ยงเหมือนจะหลอมละลายร่างกายของเราซะอย่างนั้น
ถึงจะร้อนแสนร้อนแต่ร่างกายกลับไม่เหนียวเพราะเหงื่อที่ระบายออกมาเพื่อดับความร้อนสามารถระเหยออกไปในอากาศได้หมด
ร้อนอย่างนี้แม้จะสาหัสแต่ก็ไม่น่ารำคาญ สิ่งที่ต้องระวังคือน้ำในร่างกายสูญหายไปได้ง่ายๆ อาจจะเกิดอาการขาดน้ำอย่างรุนแรง
หากไม่ดูแลตัวเองให้ดี
คนอาหรับในทะเลทรายแต่งตัวปิดบังร่างกายกันมิดชิดทั้งนี้เพื่อให้ร่างกายไม่สูญเสียน้ำไปมากนัก
นอกจากนั้นยังเพื่อป้องกันแสงอุลตร้าไวโอเล็ตจากแสงแดด อากาศร้อนแห้งอย่างนี้ทางยุโรปตอนใต้ก็เจอกันบ่อยๆ
สเปนตอนใต้อากาศเป็นแบบเมดิเตอเรเนียน ร้อนแห้งน่ารำคาญแต่ไม่ค่อยจะอันตรายสักเท่าไหร่
บางปีอากาศในยุโรปร้อนจนเกินเหตุ มีรายงานข่าวอยู่บ่อยๆ ว่าคนที่ออกไปนอนอาบแดดแล้ว
ร่างกายต้องสูญเสียน้ำเกิดอาการขาดน้ำจนกระทั่งช็อก เสียชีวิตไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
ส่วนใหญ่เป็นคนอายุค่อนข้างมากซึ่งทนกับการสูญเสียน้ำไม่ไหว
หากจะว่ากันไปแล้วอากาศร้อนแห้งอย่างในทะเลทรายหรือแถบยุโรปจะมีปัญหาน้อยกว่าร้อนชื้นอย่างในบ้านเรา
อากาศร้อนชื้นจนเกินไปร่างกายคายเหงื่อออกไปไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพของร่างกายในการระบายความร้อนออก
ในรูปของเหงื่อเกิดปัญหา
การระเหยของเหงื่อจะช่วยดึงเอาความร้อนออกจากตัวได้มาก ร่างกายจะสบายขึ้นลองสังเกตดูก็ได้ว่า
หากร่างหายมีเหงื่อแล้วเกิดลมพัด เหงื่อจะระเหยออกทำให้รู้สึกเย็นสบายขึ้น แต่หากเหงื่อถูกกักอยู่ในร่างกายอย่างนั้น
นอกจากเนื้อตัวจะเฉอะแฉะแล้ว ความร้อนยังระเหยออกไม่ได้ จะเกิดความรู้สึกว่าร้อนอบอ้าวอย่างบอกไม่ถูก
อากาศร้อนชื้นแดดเปรี้ยงจึงไม่แนะนำให้ออกกำลังกาย ยิ่งอากาศร้อนเกิน 30 องศาเซลเซียส
ก็ยิ่งไม่ควรไปออกกำลังให้ร่างกายต้องสร้างความร้อนมากยิ่งขึ้น เพราะสร้างขึ้นมาแล้ว
ร่างกายระบายความร้อนออกได้ยากจากปัญหาความชื้นในอากาศสูง
อาการช็อกที่มาจากการออกกำลังกายในอากาศร้อนชื้นมากๆ นั้น
เป็นการช็อกที่มาจากการออกกำลังกายมากกว่าที่จะมาจากความร้อนของอากาศ
อาการที่แสดงออกอาจจะเป็นอาการวิงเวียน คลื่นไส้ ปวดศีรษะ มึนงง อาจถึงขนาดเป็นลม
หรือแม้กระทั่งช็อกจนเสียชีวิตก็ได้ เรื่องอย่างนี้จึงไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ เลย
การป้องกันที่ดีที่สุดหากจะต้องไปแข่งกีฬาในขณะที่อากาศร้อนอย่างนี้คือการดื่มน้ำ
เพื่อทดแทนน้ำที่ร่างกายสูญเสียมาทางเหงื่อ อย่าดื่มน้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มผสมกาเฟอีน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องดื่มประเภทชูกำลังหรือเครื่องดื่มเกลือแร่ หรือแม้กระทั่งโซดา
ร่างกายระบายความร้อนออกทางเหงื่อ แม้ว่าเหงื่อจะระเหยไม่ได้เพราะความชื้นสูงเกินไป
แต่ร่างกายก็ยังแก้ปัญหาโดยการระบายเหงื่อออกมาถึงประสิทธิภาพจะสู้เหงื่อที่ระเหยออกไปไม่ได้
แต่เหงื่อที่ไหลออกมาก็ยังดีกว่าไม่มีเหงื่อเสียเลย ร่างกายระบายเหงื่อมากๆ จึงขาดน้ำเพราะเหตุนี้
มีการแนะนำว่าก่อนออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาในสภาพอากาศร้อนให้ดื่มน้ำสักครึ่งลิตร
เล่นกีฬาเสร็จแล้วก็ดื่มน้ำอีกครั้งสักครึ่งลิตร แม้ว่าจะไม่กระหายน้ำเลยก็ตาม
รู้ๆ กันอยู่ว่าการสูญเสียเหงื่อคือการสูญเสียน้ำ ดังนั้น ดื่มน้ำป้องกันไว้ก่อนจึงน่าจะดีกว่า
การระบายความร้อนอีกวิธีหนึ่งที่ค่อนข้างดี คือใช้น้ำเย็นหรือน้ำแข็งลูบตามตัวเพื่อเร่งให้ร่างกายคายความร้อน
ส่วนการดื่มน้ำนั้นไม่แนะนำให้ดื่มน้ำเย็นจัด ขอให้ดื่มน้ำธรรมดานี่แหละ หากต้องเล่นกีฬาหรือออกกำลังโดยใช้เวลานาน
ให้ดื่มน้ำเป็นระยะแต่อย่าดื่มให้จุกก็แล้วกัน
หากรู้สึกว่าสูญเสียเหงื่อมากจนเกินไป เกิดอาการวิงเวียนขึ้นเมื่อไหร่ ให้หยุดหรือเข้าที่ร่ม
การดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่อาจจะทำได้บ้าง แต่อันที่จริงหากได้รับอาหารตามปกติแล้ว
ร่างกายก็ได้รับเกลือแร่เองนั่นแหละ เครื่องดื่มเกลือแร่หรือประเภทชูกำลังจึงไม่จำเป็น
จะจำเป็นก็แต่เฉพาะในภาพยนตร์โฆษณาเท่านั้น
(update 20 กันยายน 2000)
[ ที่มา...
เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 12 ฉบับที่ 587 วันที่ 1 -7 ก.ย. 2546 ]
|