โยเกิร์ต


ยุคนี้สมัยนี้ในบ้านเราคงหาใครที่ไม่รู้จักโยเกิร์ตได้ยากหน่อย โดยเฉพาะวัยรุ่น เพราะเป็นอาหารกึ่งขนมหวานที่หาซื้อได้ตามร้านค้าซูเปอร์มาเก็ตทั่วไป

โยเกิร์ตหรือที่เรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า นมเปรี้ยว เป็นอาหารนมที่เกิดจากการนำเอานมสด มาหมักด้วยบักเตรีหรือจุลชีพชนิดหนึ่ง จนข้นเหนียวและมีรสเปรี้ยว บักเตรีชนิดนี้จัดอยู่ในตระกูล Lactobacillus และเพื่อให้หอมหวลชวนกินก็เติมรสและเติมกลิ่นผลไม้แล้วแช่เย็น หรือบางทีก็ทำเป็นไอศกรีม เท่านี้ก็อร่อยจนลืมกลืนแล้ว

ถ้าคุณเจอชื่อ Lactobacillus bulgaricus อย่าคิดว่าเป็นเชื้อโรคที่อาจทำให้เกิดโรคติดเชื้อได้ แท้จริงมันคือ จุลชีพที่ทำให้เกิดการหมักของน้ำนมให้กลายเป็นโยเกิร์ต และโยเกิร์ตนี่เองที่เป็นสิ่งสำคัยที่ช่วยให้มาเรีย ชอปโปวา สตรีบัลแกเรียนได้ฉลองวันเกิดครบรอบ 100 ปีของเธอ มาเรียไม่มีอะไรจะกล่าวมาก เมื่อถูกถามว่า เธออายุยืนเพราะเจ้าบักเตรีตัวนี้จริงหรือ เธอยิ้มจนเห็นฟันที่ยังเหลืออยู่ไม่กี่ซี่พร้อมกับตอบว่า อาจถือเป็นโชคลาภที่พระเจ้าประทานมาให้ก็ว่าได้

คุณยายมาเรียจึงดูกระชุ่มกระชวย เธอทำงานเลี้ยงโคอยู่จนกระทั่งอายุ 80 ปี และอาศัยผลิตผลจากนมวัว เฉพาะอย่างยิ่งโยเกิร์ต เป็นเครื่องยังชีพ เธอใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่หมู่บ้านมอมชิลอฟซี อันมีภูมิประเทศเป็นภูเขาที่สวยงามอยู่ทางภาคใต้ของบัลแกเรียในแหลมมัลข่าน ยุโรปตอนใต้

บัลแกเรียเคยประกาศอย่างภาคภูมิใจว่าประเทศนี้เป็นผู้ค้นพบโยเกิร์ตและแจกจ่ายความลับ ที่ช่วยให้อายุยืนยาวแก่ชาวโลก แต่ในระยะหลังนี้ชาวบัลแกเรียกลับบริโภคโยเกิร์ตลดลงเป็นลำดับ นับแต่การล่มสลายของระบบคอมมิวนิสต์ โยเกิร์ตค่อยๆ หายไปจากโต๊ะอาหาร อัตราการบริโภคในรอบปีลดลงจาก 40 กิโลกรัมต่อหัว ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดของโลกในปี ค.ศ.1980 เหลือเพียง 22 กิโลกรัมในปี 2001

การลดการบริโภคโยเกิร์ตนี้คู่ขนานไปกับการเสื่อมถอยของผลผลิตทางการเกษตร และรายได้ของรัฐในช่วงเวลา 13 ปีที่ผ่านมา อันเป็นผลสืบเนื่องจากความกดดันในอดีตประเทศคอมมิวนิสต์ ในระยะเวลาที่มุ่งสู่ระบบเศรฐกิจการตลาด

ผลสืบเนื่องที่เกิดขึ้นคือ จำนวนประชากรที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไปก็ถดถอยลงเหลือเพียง 187 คนตามการสำรวจเมื่อปี 2001 เมื่อเฉลี่ยจากจำนวนประชากรทั้งสิ้น 8 ล้านคนของบัลแกเรีย ผู้ที่มีอายุเกิน 100 ก็มีเพียงไม่ถึง 1 ต่อ 1,000 ลดลงกว่าเมื่อ 100 ปีก่อนที่มีถึง 4 ใน 1,000

อิลยา เมชนิกอฟ นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียที่ได้รับรางวัลโนเบลปี 1908 ได้กล่าวเมื่อต้นทศวรรษที่ 1900 ว่า โยเกิร์ตมีความสำคัญในการช่วยให้อายุยืนยาวขึ้น

เมชนิกอฟปฏิบัติงานอยู่ ณ สถาบันปลาสเตอร์ที่กรุงปารีส เขารวบรวมและศึกษาสถิติจาก 36 ประเทศ พบว่ามีผู้ที่อายุเกิน 100 ปี อาศัยอยู่ในบัลแกเรียมากกว่าประเทศอื่น เขาเชื่อว่าเป็นผลจากอาหาร ที่บริโภคกันเป็นประเพณีนิยม คือ โยเกิร์ต

ในเวลาต่อมา จากการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทั้งในยุโรป ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ก็พิสูจน์ได้ว่าแบคทีเรียในโยเกิร์ตมีส่วนช่วยรักษาสุขภาพโดยการปกป้องร่างกายจากสารพิษ เชื้อโรค สารกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ แม้กระทั่งมะเร็งบางชนิด

นักประวัติศาสตร์มีความเห็นว่า โยเกิร์ตเป็นอาหารที่รวมอยู่ในโภชนาการของชนเผ่าทราเซียน อันเป็นบรรพบุรุษเก่าแก่ที่สุดของชาวบัลแกเรีย ชาวทราเซียนเก่งในการเลี้ยงแกะ คำว่า yog ในภาษาทราเซียน แปลว่า หนาหรือข้น ส่วน urt แปลว่า น้ำนม คำ yoghurt น่าจะได้มาจากการสมาสของคำทั้งสองข้างต้น

ในยุคโบราณราวศตวรรษที่ 4 ถึง 6 ก่อนคริสตกาล ชาวทราเซียนมีวิธีการเก็บรักษาน้ำนมไว้ในถุง ที่ทำจากหนังแกะ เวลาไปไหนต่อไหนก็เอาถุงนี้คาดเอวไว้ ความอบอุ่นจากร่างกายร่วมกับจุลชีพที่มีอยู่ในหนังแกะ ช่วยให้เกิดปฏิกิริยาการหมักขึ้น น้ำนมในถุงก็กลายสภาพเป็นโยเกิร์ตไป

นักวิทยาศาสตร์บางคนสันนิษฐานว่า สิ่งที่มีมาก่อนโยเกิร์ตน่าจะเป็นน้ำนมหมักที่ใช้ดื่ม เรียกว่า คูมิส (Kumis) น้ำนมชนิดนี้ทำมาจากน้ำนมม้า โดยชนเผ่าที่มาอยู่ก่อนหน้าชาวบัลแกเรีย เช่น ชนเผ่าที่เร่ร่อนที่อพยพย้ายถิ่นฐานจากทวีปเอเชียมายังคาบสมุทรมัลข่าน ในปี ค.ศ.681

มีตำนานกล่าวว่า เจงกิสข่าน จอมนักรบมองโกล ก็ใช้โยเกิร์ตเป็นอาหารเลี้ยงกองทัพของเขา เพราะมีคุณสมบัติช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรง

ในยุโรปตะวันตก โยเกิร์ตปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในศตวรรษที่ 16 ในราชสำนักของกษัตริย์ฟรานซิสที่ 1 แห่งฝรั่งเศส ครั้งนั้นกษัตริย์พระองค์นี้ประชวร มีพระอาการปั่นป่วนในท้อง แพทย์ชาวตุรกีผู้หนึ่งจึงทำการรักษาโดยให้เสวยโยเกิร์ตที่นำมาจากบัลแกเรีย เรื่องนี้ศาสตราจารย์คริสโต โชมาคอฟ รายงานไว้ในหนังสือ Bulgarian Yoghurt-Health and Longerity

โซนา สเตฟานโนวา หัวหน้าศูนย์วิจัยของแอลบี บัลการิคุมรัฐวิสาหกิจที่ควบคุบการส่งออก และแจกจ่ายความรู้เกี่ยวกับโยเกิร์ต กล่าวว่า "โยเกิร์ตแบบบัลแกเรียดั้งเดิมเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ เพราะประเทศของเรามีดินฟ้าอากาศที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว"
" โยเกิร์ตของเรามีรสชาติและคุณสมบัติไม่เหมือนที่อื่น มีรสเปรี้ยวและมีความข้นขนาดที่ว่า ถ้าเอาภาชนะที่บรรจุโยเกิร์ตอยู่คว่ำลง โยเกิร์ตก็ยังคงเกาะติดอยู่ ไม่หกลงมา"

แอลบี บัลการิคุม มีจุลชีพบัลแกริคัสสะสมไว้กว่า 700 ชนิด จึงสามารถผลิตโยเกิร์ตชนิดต่างๆ ได้มากมาย แต่ละชนิดมีรสชาติและความข้นแตกต่างกันไป
ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ขายความรู้เกี่ยวกับโยเกิร์ตให้แก่ประเทศต่างๆ มากกว่า 20 ประเทศ รวมทั้งญี่ปุ่น เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย

จอร์จี จอร์จิเอฟ ผู้จัดการบริษัท แลกตินา จำกัด ซึ่งดำเนินการด้านวิจัยและผลิตอาหารสุขภาพ กล่าวว่า "การเพาะเลี้ยงจุลชีพบัลแกริคัสทำได้ในบัลแกเรียเท่านั้น ถ้าไปทำที่อื่นเชื้อก็จะกลายพันธุ์ไป"
จอร์จิเอฟกล่าวว่า คณะทำงานของเขาตรวจพบเชื้อบัลแกริคัสหลายชนิด ทั้งในดิน ในเปลือกไม้บางชนิด ในดอกไม้ แม้แต่ที่จอมปลวกในภูมิภาคที่สะอาดที่สุดในบัลแกเรีย เช่น ย่านมอมชิลอฟซี แถบภูเขาโรโดปาทางภาคใต้

นิโคไล ซิลคอฟ ผู้ช่วยของจอร์จิเอฟ กล่าวถึงการทดลองที่น่าสนใจชิ้นหนึ่งว่า ถ้าทอ้งชิ้นไม้ไว้บนจอมปลวกครู่หนึ่งแล้วหย่อนลงในน้ำนมที่ต้มเดือด ปล่อยให้เย็นลง ก็จะเกิดปฏิกิริยาการหมักทำให้น้ำนมกลายสภาพเป็นโยเกิร์ต ถ้าใช้เหรียญเงินเก่าๆ ก็ได้ผลเช่นกัน

การที่โยเกิร์ตอุดมด้วยวิตามิน แคลเซียม และโปรตีน มันจึงเป็นอาหารสุขภาพที่ยืนยงท้าทายกาลเวลา
นอกจากคุณสมบัติที่ช่วยการทำงานของระบบย่อยอาหาร โยเกิร์ตยังทรงคุณค่าในการใช้ทำความสะอาดผิวหนัง ช่วยแก้อาการเกรียมแดด และใช้ล้างเชื้อราในช่องต่างๆ ของร่างกาย

ศาสตราจารย์อากิโยชิ โฮโซโน แห่งมหาวิทยาลัยชินโซประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้ศึกษาเกี่ยวกับผลของน้ำนมหมักต่อการแปรพันธุ์ของเซลล์ กล่าวว่า ผู้วิจัยหลายต่อหลายรายได้แสดงให้เห็นว่า น้ำนมหมักมีผลดีในการต่อต้านเนื้องอก ซึ่งคงเป็นผลของจุลชีพจากกรดแลกติกนี่เอง

ในช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตอาหารยักษ์ใหญ่ระหว่างประเทศ เช่น ดานองของฝรั่งเศส เนสท์เล่ของสวิส และผลิตภัณฑ์นมเมจิของญี่ปุ่น ต่างก็ใช้จุลชีพที่เป็นมิตรเหล่านี้ในการผลิตอาหารสุขภาพ ที่รู้จักกันในชื่อ Probiotics

วันนี้คุณดื่มโยเกิร์ตแล้วหรือยัง ?


(update 7 ตุลาคม 2003)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 7 สิงหาคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600