- เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ (Cashewnuf)
เป็นแหล่งของธาตุเหล็ก บำรุงโลหิตและโฟเลตป้องกันทารกพิการ
มีไขมันไม่มากนัก แต่น่าเสียดายที่เป็นไขมันชนิดอิ่มตัว ซึ่งอันตรายต่อสุขภาพ
- เกาลัด (Chestnuts)
เกาลัดต่างจากพวกเมล็ดเปลือกแข็งอื่นๆ ตรงที่มีแป้งเป็นองค์ประกอบหลัก
ไขมันต่ำ และพลังงานต่ำ
- มะคาเดเมีย (Macadamia)
เมล็ดมะคาเดเมียมีรสชาติหวานมัน ในแง่บวกมะคาเดเมียมีเหล็ก
แมกนีเซียม และวิตามินบีปริมาณค่อนข้างสูง แต่น่าเสียดายที่มีไขมันสูงสุดในบรรดาลูกนัททั้งหลาย
- พิสตาชิโอ (Pistachios) พิสตาชิโอ
เริ่มเป็นที่รู้จักระดับโลกเมื่อราว 70 ปีที่แล้ว
เรียกว่าเป็นน้องใหม่ในวงการอุตสาหกรรมอาหาร เนื้อในออกสีเขียว เปลือกนอกสีเนื้อหรือน้ำตาล
มีธาตุเหล็ก วิตามินบี 1 และฟอสฟอรัสในปริมาณสูง
- อัลมอนด์ (Almonds)
มีคุณค่าทางอาหารสูง มีแคลเซียมสูงกว่าพืชจำพวกนัททั้งหลาย
มีวิตามินบี 2 เหล็กและวิตามินอี และที่โดดเด่นมากคือ มีไฟเบอร์สูงสุดในบรรดาเมล็ดพืชเปลือกแข็ง
ที่เราใช้เป็นอาหาร
- เมล็ดงา (Sesame seeds)
เป็นเมล็ดพืชสำคัญสำหรับชาวเอเชียและแอฟริกา มีน้ำมันมาก
คนจีนบีบเอาน้ำมันงาปรุงอาหาร ช่วยให้อาหารหอมอร่อย มีธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และแคลเซียม แต่แคลเซียมครึ่งหนึ่งจับอยู่กับออกซาเลตทำให้ร่างกายไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้
- เมล็ดทานตะวัน (Sunflower seed)
ชาวมังสวิรัติ ใช้เมล็ดทานตะวันเป็นส่วนหนึ่งของอาหารหลักเพื่อช่วยเพิ่มโปรตีน
เมล็ดทานตะวันลายขาวดำ เหมาะกับการกินเล่นเป็นของขบเคี้ยว ส่วนชนิดเปลือกดำนิยมใช้ทำน้ำมันมะเพราะมีน้ำมันสูง
เมื่อเทียบกับเมล็ดฟักทอง มันจะมีแคลเซียม วิตามินบี 1 บี 6 และโฟเลตสูงกว่า แต่น้ำมันก็มากกว่าด้วย
- เมล็ดฟักทอง (Pumpkin seeds)
เมล็ดฟักทองมีโปรตีนรองลงมาจากถั่วลิสง ไขมันต่ำ และมีเหล็กสูง
ปัญหาอย่างเดียวที่พบคือ เกลือซึ่งผู้ผลิตบางเจ้าใส่เกลือมากจนลิ้นชา (การบริโภคเกลือมากไม่เป็นผลดีต่อไต
และแสลงโรคความดันโลหิตสูง)