อันที่จริง ฉลาดบริโภคฉบับนี้ผู้เขียนน่าจะเขียนเรื่องอาหารฉลองปีใหม่ให้ทันสมัย ทันเหตุการณ์เสียหน่อย ตุนข้อมูลไว้แยะว่าหลายชาติเขามีเรื่องอาหารการกินฉลองเทศกาลกันสนุกสนานอย่างไรบ้าง ว่าจะเขียนถึงอยู่แล้วแต่ติดขัดอยู่ตรงที่มีคำถามค่อนข้างมากเรื่องเด็กนักเรียนสาวไปทำศัลยกรรมดูดไขมัน
ออกจากหน้าท้องจนกระทั่งเสียชีวิต คำถามก็คือนักโภชนาการอย่างผู้เขียนมองเรื่องนี้อย่างไร
เรื่องความสวยความงามที่ทำเอาคนถึงตายอย่างนี้ มันหดหู่จนไม่อยากจะเขียนถึง แต่จะไม่เขียนก็คงไม่ได้
เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นลักษณะนี้ นักวิชาการอย่างผู้เขียนมีส่วนในความผิดอยู่ด้วยเหมือนกัน
ผิดตรงที่ไม่ได้ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อทำให้ประชาชนทั่วไปได้เกิดความเข้าใจ มีคนถามอย่างเคืองๆ
ออกมาว่านักโภชนาการหายไปไหนกันหมด
จะเขียนเรื่องสนุกๆ อย่างเรื่องปีใหม่ในขณะที่มีคนต้องการความเข้าใจในเรื่องอ้วนๆ ผอมๆ อยู่มาก
อย่ากระนั้นเลย เขียนเรื่องปัญหาการดูดไขมันกับการลดความอ้วน ให้พวกเราได้เข้าใจกันดีกว่า
อาจจะได้อานิสงส์ช่วยชีวิตคนไว้ได้บ้าง
มีคนถามมาว่า การดูดไขมันออก หรือที่เรียกกันว่า Liposuction จะช่วยลดความอ้วนได้จริงหรือเปล่า ?
ตอบตรงนี้ได้เลยว่า หากจะช่วยได้ก็แค่ประเดี๋ยวประด๋าว ปัญหาใหญ่ของการดูดไขมันคือ
ก่อปัญหาตามมาได้ เรื่องราวของเด็กนักเรียนสาวอายุ 15 ที่เสียชีวิตไปจากการดูดไขมัน
น่าจะเป็นตัวอย่างให้ทุกคนได้เห็นอยู่แล้วว่าเรื่องอย่างนี้มีอันตรายอยู่ หากไม่จำเป็นจริงๆ อย่าได้ไปทำเลย
การดูดไขมันออกจากร่างกาย สร้างปัญหาได้ไม่ต่างจากการทำศัลยกรรมอย่างอื่นนักหรอก
เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาจากการดมยาสลบ หรือเสี่ยงต่อปัญหาความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง
เสี่ยงต่อการบาดเจ็บจนกระทั่งทำให้เกิดการรั่วของไขมันเข้าสู่ระบบเลือด อาจมีปัญหาการอักเสบ
หรือเกิดการขังของน้ำเหลืองใต้ผิวหนัง หรือผิวที่ถูกดูดไขมันออกเกิดอาการผิวไม่เรียบ
เรื่องอย่างนี้เป็นไปได้ทั้งนั้น
ตามปกติการดูดไขมัน แพทย์จะผ่าตัดเปิดบริเวณที่จะดูดเป็นรอยเล็กๆ แล้วสอดท่อเล็กๆ เข้าไป จากนั้นฉีดของเหลวบางชนิดหรือน้ำยาเข้าไปเพื่อทำให้ไขมันหลวมพอที่จะดูดออกได้ ดูดออกแต่ละครั้งไม่ให้มากจนเกินไป
และต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น โดยปกติเขาจะใช้วิธีการนี้ในการทำศัลยกรรมด้านความงาม อย่างเช่น
ลดสะโพกบ้าง ลดเอวบ้าง พุงบ้าง ลดต้นขาหรือส่วนอื่นๆ บ้าง วัตถุประสงค์ก็เพื่อลดไขมันที่พอกพูนมากเกินไปบริเวณนั้น
ซึ่งส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่เรื่องลดความอ้วนแต่อย่างใด
การดูดไขมันทำได้ง่าย ค่าใช้จ่ายไม่แพงนัก จึงทำให้เด็กวัยรุ่นที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะนิยมหลบผู้ปกครองไปทำกันมาก ตัวแพทย์เองจะต้องเข้าใจเรื่องของข้อกฎหมายและจรรยาบรรณด้วย ไม่อย่างนั้นแล้วก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุ
อย่างที่กลายเป็นข่าวให้ได้เห็นกันขึ้นอีก
การดูดไขมันออกจากร่างกายบางจุดนั้น ปัญหาที่ต้องเจอแน่ๆ คือเซลล์ไขมันบริเวณนั้นจะพร่องหายไป
ทำให้ผิวยุบตัวลง อาจเกิดปัญหาผิวเป็นไตแข็ง ผิวไม่เรียบ ผิวหนังยุบลงบางจุด ถึงวันหนึ่งหากเกิดการสะสมไขมันรอบๆ บริเวณนั้นอีก อาจเกิดปัญหาการสะสมไขมันไม่สม่ำเสมอจนกระทั่งเกิดปัญหาพื้นผิวเป็นคลื่นตะปุ่มตะป่ำ ต้องไปดูดไขมันออกกันอยู่บ่อยๆ
เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ในที่สุด
ผู้เขียนไม่แนะนำให้ดูดไขมันลดความอ้วนเลย แนะนำให้ใช้การลดพลังงานจากการบริโภค
และการออกกำลังกายเป็นหลักในการลดความอ้วน ซึ่งรู้ๆ กันอยู่แล้วว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุด
แต่คนกลับไม่ค่อยอยากจะทำเพราะเป็นวิธีที่ต้องเสียเหงื่อ ต้องใช้เวลานาน ทำเอาคนอ้วนท้ออยู่บ่อยๆ
ก่อนที่จะคิดถึงเรื่องลดความอ้วนโดยต้องไม่มีเรื่องการดูดไขมันเข้ามาเกี่ยวข้อง
ควรจะต้องรู้ให้ได้เสียก่อนว่าตนเองนั้นอ้วนหรือเปล่า มีคนจำนวนไม่น้อยพยายามลดความอ้วน
ทั้งๆ ที่ตนเองไม่ได้อ้วนเลยแม้แต่น้อย แฟชั่นและความเชื่อรอบๆ ตัวต่างหากที่ทำให้เข้าใจกันเอาเองว่าตนเองอ้วน
นักโภชนาการตั้งชื่อน้ำหนักที่ว่ากันว่าเป็นน้ำหนักตัวที่ดีที่สุดของคนๆ หนึ่งว่า น้ำหนักอุดมคติ
ซึ่งหมายความว่าน้ำหนักตัวที่จะทำให้คนๆ นั้นมีสุขภาพที่ดีที่สุด มีอายุยืนยาวที่สุด ผลจากการศึกษาวิจัยมายาวนานพบว่า
น้ำหนักตัวอุดมคตินั้นเป็นน้ำหนักตัวที่ออกจะท้วมเล็กน้อย ใครที่เคยคิดว่าผอมคือน้ำหนักตัวอุดมคติล่ะก็
เป็นความเข้าใจผิดอย่างแน่นอน
เด็กผู้หญิงคนที่ดูดไขมันจนเสียชีวิตอาจจะมีน้ำหนักตัวตามอุดมคติหรือมีน้ำหนักตัวมากกว่าอุดมคติเล็กน้อยเท่านั้น การที่เด็กผู้หญิงคนนั้นไปดูดไขมันให้ผอมก็เพราะเชื่อว่าความผอมจะทำให้รูปร่างสวย รวมทั้งมีสุขภาพดี
ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดอย่างไม่ต้องสงสัย
คนเราควรจะมีน้ำหนักตัวสักเท่าไหร่นั้น เขาให้ดูส่วนสูงเป็นเกณฑ์
หากลองเอาน้ำหนักตัวคิดเป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงคิดเป็นเมตรยกกำลังสอง
แล้วได้ค่าสูงกว่า 25 แสดงว่าเริ่มจะท้วมๆ แล้ว เด็กผู้หญิงคนที่ดูดไขมันจนเสียชีวิตมีน้ำหนักตัว 60 กิโลกรัม
หากมีส่วนสูงสัก 155 ซม. ก็แสดงว่าน้ำหนักตัวปกติ หรือหากสูงสัก 150 ซม. ก็ท้วมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
สรุปแล้ว แฟชั่นและความเชื่อที่ผิดแท้ๆ ที่คร่าชีวิตเด็กผู้หญิงที่น่าสงสารคนนั้นไป
และความเชื่อผิดๆ ที่ว่านี้เองได้คร่าชีวิตเด็กไทยไปจำนวนไม่น้อย บังเอิญเราไม่เคยเก็บสถิติในเรื่องนี้ไว้
จึงไม่มีโอกาสได้เห็นตัวเลข เห็นทีจะต้องรณรงค์เรื่องท้วมอย่างสุขภาพดีให้ได้เข้าใจกันทั่วไปแล้วล่ะครับ
คนที่มีส่วนสูงสัก 155 ซม. สามารถมีน้ำหนักตัวได้ถึง 65 กิโลกรัมโดยไม่มีปัญหาทางสุขภาพเลย
ไม่จำเป็นต้องไปลดความอ้วนให้ยุ่งยากวุ่นวายเสียด้วยซ้ำ ขอเพียงดูแลสุขภาพอย่าให้เจ็บหรือป่วย
ก็ไม่น่าจะมีปัญหา รับรู้สักหน่อยว่าน้ำหนักตัวขนาดนั้นแม้จะเกินน้ำหนักตัวอุดมคติขึ้นมาสักหน่อยก็ไม่ใช่ปัญหา
ผอมจนเกินไปต่างหากที่สร้างปัญหาต่อสุขภาพได้ ไหนจะเรื่องปัญหาขาดสารอาหาร
ไหนจะปัญหาของกระดูกและอวัยวะ เราคงต้องพยายามเปลี่ยนความเชื่อหรือขจัดแฟชั่นนิยมผอมแล้วล่ะครับ
(update 13 มกราคม 2003)
[ ที่มา...
เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 11 ฉบับที่ 552 วันที่ 30 ธ.ค. - 5 มค. 2546 ]
|