ขิง
คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับขิง
ก. พืชที่ใช้ปรุงอาหาร
ข. อาหารที่มีฤทธิ์ขับลม
ค. อาหารที่มีสรรพคุณน่ามหัศจรรย์
หากคุณตอบข้อ ก. ลองอ่านรายงานข่าวของบีบีซีดูครับ

บีบีซีได้เผยแพร่ผลงานวิจัยของศาสตราจารย์เรย์ อัลต์แมน ผู้เชี่ยวชาญโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ แห่งคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยไมอามี ซึ่งค้นพบว่า ขิงมีสารสำคัญช่วยบรรเทาอาการปวดข้อ ข้ออักเสบได้

จากการทดลองกับผู้ป่วย 250 คนที่มีอาการกระดูกและข้ออักเสบ แต่ละรายมีอาการปวดปานกลางถึงหนักมาก ผู้ป่วยถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้กินขิงผง 255 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง นานหกสัปดาห์ ขณะที่กลุ่มควบคุมได้ยาหลอก

ศาสตราจารย์เรย์ อัลต์แมน พบว่า ยาเม็ดที่ทำจากขิงผงสกัดสามารถออกฤทธิ์บรรเทาอาการปวดข้อได้ดี ไม่แพ้ยาแผนปัจจุบันที่ใช้กันทั่วไป โดยผู้ป่วยที่ได้รับขิงผงสกัดร้อยละ 66 หายจากการปวดได้อย่างน่าพอใจ แตกต่างจากผู้ที่ได้รับยาหลอกอย่างชัดเจนและยังพบว่าผู้ป่วยที่ใช้ขิงสกัดติดต่อกัน ช่วยลดความรุนแรงของโรคได้ด้วย

นี่เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างความมหัศจรรย์ของขิงในการบรรเทา ป้องกัน และรักษาโรค

นอกจากการค้นพบฤทธิ์แก้ปวดข้อที่น่าอัศจรรย์ใจ นักวิจัยกลุ่มหนึ่งยังเคยพบคุณประโยชน์ทางยาของขิง ในแง่มุมของการแก้เมารถเมาเรือ ลดอาการวิงเวียน และฤทธิ์ที่ว่านี้ ไม่ธรรมดานะครับ ขนาดยาแผนปัจจุบันยังต้องอาย

ผมจำได้ว่า สมัยยังเด็กเวลาเกิดอาการจุกเสียดแน่นท้อง ร้องไห้โยเย ท้องอืดมีแต่ลม คุณแม่จะต้มน้ำขิงหรือน้ำตะไคร้ผสมน้ำนมให้ดื่ม ร้อนวูบวาบ เรอดังเอิ๊ก อาการปวดทุเลา ใช้ได้ดีทีเดียว

ขิงสามารถลดอาการจุกเสียดได้ดี เพราะมีน้ำมันหอมระเหยซึ่งช่วยขับลม เป็นสารจำพวกเมนทอล ซินีออล และยังช่วยลดอาการปวดเกร็งในช่องท้อง โดยการออกฤทธิ์ผ่านระบบประสาทที่ควบคุมการบีบตัวของลำไส้

ดีเพียงนี้ แถมยังหาง่ายในครัวเรือน ควรต้องเรียนรู้ให้มากไว้


เหง้ามหัศจรรย์

ขิงมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zingiber officinale วงศ์ Zingiberaceae ซึ่งเป็นญาติพี่น้องกับข่า กระวาน เร่ว ปุด ขมิ้น และอื่นๆ อีกมากมาย

ชื่อตระกูลขิงข่า "Zingiberaceae" มีที่น่าสนใจครับ คำว่า Zingiber มีรากศัพท์จากภาษากรีก "Zingiberis" ซึ่งมาจากภาษาสันสกฤตอีกที รากศัพท์ดั้งเดิมของสันสกฤตคือ "Singabera" Singa ก็คือสิงห์

สิงห์ อธิบายรูปทรงของเหง้าขิงว่ามีสัณฐานคล้ายแข้งสิงห์ พืชพวกตระกูลขิงข่านี้จะมีลักษณะเฉพาะ ที่เห็นได้ชัดเจนหลายประการ เช่น มีลำต้นใต้ดินที่เรียกว่าเหง้า ใบและดอกคล้ายคลึงกัน ในเหง้ามักมีน้ำมันหอมระเหยกลิ่นเฉพาะตัว ฝรั่งเรียกขิงส่วนที่ใช้ปรุงอาหารว่า Ginger root หรือรากขิง คนไทยเก่งกว่าเรียกถูกต้องว่าเหง้าขิง เพราะอันที่จริงมันเป็นเหง้าหรือลำต้นใต้ดิน ไม่ใช่ราก

เหง้าขิงมีน้ำมันหอมระเหยประมาณร้อยละ 2 สารสำคัญในนั้นคือ Zingiberene และสารกลิ่นหอมฉุนคือ Zingerone สารตัวนี้สามารถสกัดเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องสำอางได้ดี

เชื่อว่าขิงมีถิ่นกำเนิดอยู่แถบบ้านเรานี่แหละประเทศแถบนี้รู้จักใช้ทำเครื่องเทศ แต่งกลิ่นอาหาร และใช้ผสมยากันแทบทุกครัวเรือน โดยเฉพาะคนไทยสนิทสนมคุ้นเคยกับขิงมาแต่โบราณกาล

ประวัติของขิงสามารถสืบย้อนกลับไปได้ถึงศตวรรษที่ 1 โดยค้นพบบันทึกการค้าขายขิงระหว่างจีน อินเดียกับประเทศในแถบเมดิเตอเรเนียน ขิงเป็นที่รู้จักทั่วอังกฤษในศตวรรษที่สิบเอ็ด หลังจากการยึดหมู่เกาะอินเดียตะวันตกและเม็กซิโก ชาวสเปนนำขิงไปเผยแพร่ในทวีปอเมริกา และในปี 1547 มีการส่งออกขิงที่ปลูกแถบซานดิเอโกกลับมาที่สเปน

ฝรั่งหัดเรียนรู้การใช้ขิงหลายแบบ เช่น ทำขนมปังขิง ซอสขิง ทำอาหารให้ออกรสแบบตะวันออก หรือแม้แต่ทำเหล้าขิง ขิงอ่อนหรือที่ฝรั่งเรียกว่า "Green Ginger" ใช้ปรุงอาหารด้วยเช่นกัน ขิงปอกเปลือกนำมาแช่อิ่มในน้ำเชื่อม ในญี่ปุ่นใช้ขิงสดหรือขิงดองเป็นเครื่องเคียงชูรสอาหารที่นิยมมาก

หลายท่านอาจเคยได้ยินเบียร์ขิง (Ginger Beer) หรือเหล้าขิง (Ginger Ale) และสงสัยว่ามันคืออะไร ?

เบียร์ขิงเป็นเครื่องดื่มที่นิยมในอังกฤษ ทำโดยหมักขิง น้ำ น้ำตาล ครีมออฟทาร์ทาร์ และยีสต์ เข้าด้วยกัน อาจเติมเปลือกมะนาว และกรดมะนาวด้วยก็ได้ ทั้งหมดจะถูกบรรจุขวดขณะที่ยังหมักไม่เสร็จทำให้เกิดเป็นฟอง เหมือนเบียร์ตอนเปิดขวด เบียร์ขิงจะมีแอลกอฮอล์นิดหน่อยจัดเป็น "ซอฟท์ ดริงก์" มีกลิ่นขิงมากกว่าเหล้าขิง และรสหวานน้อยกว่า


พันธุ์ขิง

ขิงที่เราคุ้นเคย แยกได้เป็น 2 สายพันธุ์ใหญ่ๆ คือ ขิงใหญ่ หรือขิงหยวก แง่งใหญ่ ข้อห่าง เนื้อละเอียดไม่มีเสี้ยน ไม่ค่อยเผ็ด เหมาะสำหรับปลูกเป็นขิงอ่อน หรือแปรรูปเป็นขิงดอง ขิงแช่อิ่ม หรือใช้บริโภคสดก็ได้ กับอีกสายพันธุ์คือ ขิงเล็กหรือขิงเผ็ด แง่งเล็ก สั้น ข้อถี่ เนื้อมีเสี้ยนมาก รสค่อนข้างเผ็ด นิยมปลูกเป็นขิงแก่ใช้ทำเป็นพืชสมุนไพร ปรุงยาแผนโบราณ และสกัดทำน้ำมัน

ขิงเจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อนแหล่งปลูกที่สำคัญ ได้แก่ อินเดีย และจีน รองลงมาได้แก่ ออสเตรเลีย ฟิจิ ไต้หวัน และไทย แหล่งปลูกสำคัญของไทยอยู่ที่จังหวัดเชียงราย เพชรบูรณ์ ประจวบคีรีขันธ์ พะเยา เลย เพชรบุรี พิษณุโลก


ประโยชน์ทางยา

นอกจากจะใช้ปรุงอาหาร เรายังสามารถนำขิงมาแปรรูปเป็นขิงดอง ขิงแช่อิ่ม ขิงผง ตลอดจนนำมาเป็นยาสมุนไพร เช่น แก้ไอ ขับลมได้เป็นอย่างดี

ตำรายาจีนบันทึกคุณประโยชน์ทางยาของขิงมากว่า 2,000 ปีแล้ว และมักปรากฏในตำรายาพื้นบ้านของชาวตะวันออกเกือบครึ่งโลก
ขิงสดตามตำราแพทย์แผนโบราณนิยมใช้เป็นยาแก้คลื่นไส้ อาเจียน แก้ไอ แก้ท้องอืดเฟ้อ อึดอัดไม่สบายในท้อง และแก้ท้องเสีย

ชาวอัฟริกันดื่มน้ำขิงเป็นยากระตุ้นอารมณ์เพศ ผู้หญิงในหมู่เกาะปาปัวนิวกินี กินขิงแห้งเป็นยาคุมกำเนิด
ในอินเดีย น้ำขิงชงใช้เป็นยาแก้ไอในทารก เมารถเมาเรือ

ปัจจุบันหน่วยงานของรัฐบาลในหลายประเทศยอมรับกันว่า ขิงมีฤทธิ์บรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน และแนะนำให้ประชาชนดื่มน้ำขิงเพื่อป้องกันอาการเมารถเมาเรือแทนการใช้ยาแผนปัจจุบัน ข้อมูลสาธารณสุข สำหรับนักท่องเที่ยวในสหรัฐอเมริกา เดือนกันยายน 1995 แนะนำประชาชนเรื่องการป้องกันการเมารถไว้ว่า
" ผลข้างเคียงของยาป้องกันการเมารถเมาเรือนคือทำให้ง่วงซึม ปากแห้ง ห้ามใช้ในคนที่เป็นตาต้อ หรือทางเดินปัสสาวะตีบตัน การศึกษาเร็วๆ นี้ บ่งชี้ว่า เหง้าขิงสามารถป้องกันการเมารถได้ดี ไม่แพ้ยาแผนปัจจุบันโดยไม่มีผลข้างเคียงอย่างที่กล่าว"

คำแนะนำเช่นนี้ เกิดจากรายงานการวิจัยหลายครั้งหลายหน เช่น ในการวิจัยชิ้นหนึ่ง นักวิจัยคัดเลือกอาสาสมัครที่มีประวัติเมารถง่ายให้นั่งบนเก้าอี้ออกแบบพิเศษเหมือนที่เห็นตามสวนสนุกคือ มีการหมุนตะแคงแกว่งไปมา เรียกว่าเอาให้อาเจียนกันไปข้างหนึ่งว่างั้นเถอะ

อาสาสมัครถูกแยกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งได้รับยาแก้เมารถที่มีขายทั่วไป กลุ่มที่สองให้ขิงผงขนาด 940 มิลลิกรัม และกลุ่มที่สามให้ยาหลอกที่ทำจากแป้ง ทั้งสามกลุ่มกินยา 20 นาทีก่อนเดินเครื่องให้เก้าอี้โยกเยกไปเรื่อยๆ

เพียงหกนาทีผ่านไปพวกที่ได้รับยาดรามามีนกับพวกที่ได้ยาหลอกทุกคนมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ขณะที่พวกกินขิงครึ่งหนึ่งยังคงเป็นปกติดี เห็นได้ชัดว่าขิงสามารถป้องกันอาการเมารถเมาเรือ ได้ดีกว่ายทั่วไปในท้องตลาด นอกจากนี้ขิงยังไม่ทำให้เกิดอาการง่วงเหงาซึมเซาอีกด้วย


ขิงออกฤทธิ์ได้อย่างไร ?

ยังไม่มีใครให้คำตอบที่แน่ชัดได้ แต่นักวิทยาศาสตร์เรียนรู้แล้วว่า ขิงไม่ได้ไปกดสมองเหมือนยาแผนปัจจุบันที่มีขาย นี่เองที่ทำให้ขิงไม่มีผลข้างเคียงเกี่ยวกับการง่วงซึม

นักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย ลุดวิก แมกซิมิลเลียนส์ เยอรมนี ได้ทดลองเปรียบเทียบระหว่างขิง ยาแผนปัจจุบัน และยาหลอกเพื่อหาแนวทางการออกฤทธิ์ของขิง พวกเขาพบว่าขิงไม่ออกฤทธิ์ต่อเวสติบูลาร์ หรือระบบออสคิวโลมอเตอร์ หรือกล่าวง่ายๆ โดยสรุปก็คือ ขิงไม่ออกฤทธิ์ต่อประสาทส่วนกลางเหมือนยาแผนปัจจุบันทั่วไป น่าเชื่อว่าการออกฤทธิ์ของขิงจะเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารมากกว่า
  • เมารถเมาเรือ
    ในประเทศเยอรมนี คณะกรรมการที่เรียก "Commission E" ประกาศรับรองฤทธิ์ป้องกันอาการเมารถเมาเรือ และบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อเนื่องจากอาหารไม่ย่อย ขิงผงในรูปแคปซูล ผลิตจำหน่ายเป็นยาป้องกันอาการเมารถเมาเรือประมาณปีละ 400,000 แคปซูล สะท้อนให้เห็นการยอมรับของวงการแพทย์และประชาชนได้เป็นอย่างดี
    ในเดนมาร์ก แคปซูลขิงผงสกัด ผลิตจำหน่ายถึงปีละ 14 ล้านแคปซูล มากกว่าเยอรมนี ทั้งนี้เพราะรัฐบาลเดนมาร์กสนับสนุนการใช้ขิงเพื่อรักษาทั้งเมารถเมาเรือและอาการปวดข้อรูมาติซึ่ม
    ในอังกฤษขิงผงสกัดเป็นยาที่ซื้อหาได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์
    หากคุณเป็นคนหนึ่งที่นังเรือครั้งใด เกิดอาการโอ้กอ้ากทุกที นั่งรถก็เวียนหัวจนไม่อยากเดินทางไปไหน ลองทำน้ำขิงดื่มก่อนออกเดินทาง บางทีอะไรๆ ก็ดีขึ้น

  • ครั่นเนื้อครั่นตัว
    นายแพทย์โดนัลด์ ดับเบิ้ลยู โนวีย์ แพทย์ประจำของศูนย์แพทย์เสริมสุขภาพในพาร์ค ริดจ์ อิลลินอยส์ แนะนำให้ต้มน้ำขิงดื่มแก้ครั่นเนื้อครั่นตัว โดยใช้ขิงแท่งยาว 4 นิ้ว อบเชยแท่ง 1 แท่ง น้ำประมาณ 1 ขวดแม่โขง น้ำผึ้ง แต่งรสหวาน และเพิ่มกลิ่นหอม
    ซอยขิงเป็นชิ้นบางๆ ต้มในน้ำพร้อมเปลือกอบเชยจนเดือด ปิดฝาทิ้งไว้ราว 30 นาที รอให้มีสีเหลืองทองใส ดื่มได้มากเท่าที่ต้องการ เมื่อรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดกล้ามเนื้อ เจ็บระบมไม่มีเรี่ยวแรงคล้ายจะจับไข้ หรือเริ่มเป็นหวัด

  • คลื่นไส้ อาเจียน
    นักวิจัยมหาวิทยาลัยอะลาบามา ทดลองใช้ขิงยับยั้งอาการคลื่นไส้ อาเจียน จากเคมีบำบัด ผลเป็นไปในทางที่ดี
    การศึกษาชิ้นหนึ่งในเยอรมนี พบว่า ขิงสามารถควบคุมอาการ "Hyperemesis gravidarum" ได้ในหญิงมีครรภ์ถึงร้อยละ 70
    อาการดังกล่าวคืออาการอาเจียนรุนแรง จากการตั้งครรภ์
    ขนาดที่มีผู้ทดลองใช้คือขิงผง 250 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้ง
    ปัญหาหนึ่งของผู้ป่วยที่ดมยาสลบก่อนผ่าตัดคือ ยาสลบจะทำให้ผู้ป่วยคลื่นไส้อาเจียนถึง 3 ใน 10 คน แต่จากการวิจัยของแพทย์ชาวอังกฤษในโรงพยาบาลบาร์โทโลมิวส์พบว่า ขิงสับละเอียด 1 ใน 3 ช้อนชา

  • อื่นๆ
    นักวิทยาศาสตร์ K.C.Srivastava แห่งมหาวิทยาลัย ODENSE ประกาศการค้นพบว่า ขิงสามารถป้องกันการจับตัวแข็งของเลือดได้ดีกว่ากระเทียมหรือหอม ทั้งนี้เป็นการศึกษาในหลอดทดลอง เขาพบว่ามันยับยั้งการสร้างสาร Thromboxane ซึ่งเป็นตัวทำให้เลือดจับเป็นก้อน ยิ่งใช้น้ำสะกัดจากขิงเข้มข้น ผลยิ่งเห็นชัด
    ดร.ชาร์ลส์ อาร์ คอร์โซ แห่งมหาวิทยาลัย คอร์เนล ได้ค้นพบในเวลาต่อมาว่าสารสำคัญ ที่ยับยั้งการจับตัวเป็นลิ่มของเลือดคือ "Gingerol" ซึ่งทำหน้าที่คล้ายคลึงกับแอสไพริน ที่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่รู้จักดี
นั่นแสดงว่า เครื่องในไก่ผัดขิงชามหนึ่ง ให้คุณค่าสาระมากกว่าความอร่อยเพียงอย่างเดียวแน่นอน


(update 18 ตุลาคม 2003)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 7 สิงหาคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600