ฤดูกาลวนเวียนมาถึงหน้าฝนอีกครั้ง เช่นเดียวกับโรคต่างๆ ประจำฤดูกาลที่กำลังเวียนกลับมาหาอีกครั้ง
อย่างในฤดูฝนนี้ ใครหลายคนอาจเจอะเจออากาศเปลี่ยนหรือเจอละอองฝนจนจามฮัดเช้ยๆ คัดจมูกฟึดฟัดๆ อยู่บ้าง
แม้ "หวัด" ดูเหมือนจะไม่น่ากลัว แต่ถ้าดูแลรักษาไม่ดีก็อาจมีโรคแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น คออักเสบ
หลอดลมอักเสบ ทอนซิลอักเสบ เป็นต้น ซึ่งแม้ว่ายังไม่มีใครรู้ถึงการรักษาและวิธีป้องกันหวัดได้อย่างแน่นอน
แต่วิธีที่ทำให้เป็นหวัดยากขึ้นนั้นทำได้ไม่ยากนัก ด้วยการ "การเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
โดยเน้นผักผลไม้ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ
และระมัดระวังความสะอาดอุปกรณ์การรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ"
สำหรับอาหารต้านหวัดที่เป็นที่นิยมกันในปัจจุบัน ได้แก่
1. เอชินาซี (Echinaecea)
จากข้อมูลการวิจัยพบว่า สมุนไพรนี้จะทำให้เพิ่มภูมิต้านทาน แต่ควรใช้ในระยะสั้นๆ
ตั้งแต่สองสามวันถึง 2 สัปดาห์ที่เริ่มต้นเป็นหวัดจะได้ผลดีที่สุด
2. วิตามินซี
การรับประทานวิตามินซีในขนาดสูงๆ ไม่สามารถป้องกันหวัดได้ ถ้ารับประทานวันละ 2,000 มิลลิกรัม
จะช่วยลดความรุนแรงของอาการหวัดและระยะการเป็นหวัดได้เท่านั้น เช่น น้ำส้มคั้นก็จะได้ทั้งน้ำและวิตามินซี
ที่จะช่วยลดอาการหวัดได้เช่นเดียวกัน
3. ชาเปปเปอร์มินต์
ในชาเปปเปอร์มินต์มีสารเมนทอล ดังนั้นการดื่มชาเปปเปอร์มินต์ จะช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกน้ำมูกไหลเมื่อเป็นหวัดได้
เคล็ดลับในการชงชาชนิดนี้คือ ควรปิดฝาขณะแช่ชา เพราะจะทำให้สารที่ออกมาระเหยไปเสียก่อนที่จะดื่ม
4. ซุปไก่ตุ๋น
มีข้อมูลการวิจัยพบว่า ซุปไก่ตุ๋นร้อนๆ จะลดน้ำมูก ลดอาการคัดจมูก ทำให้หายใจคล่องขึ้น
รวมทั้งช่วยลดอาการอักเสบจากการติดเชื้อได้
5. ผลไม้
ผลไม้นับได้ว่าเป็นแหล่งที่มีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นสูง ที่สามารถทำให้เป็นหวัดยากขึ้น
จึงควรรับประทานเป็นประจำ แต่ควรรับประทานให้หลากหลาย ผลไม้ที่สำคัญต่อการต้านหวัด
เช่น ฝรั่ง ผลกีวี มะละกอ แคนตาลูป สตอรเบอรี่ หรือมะม่วง และผลไม้อื่นๆ
อาหารต้านหวัดนี้ ต้านเฉพาะหวัดธรรมดานะขอรับ ไข้หวัดซาร์ส
เอาไม่อยู่
(update 15 กันยายน 2003)
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 6 กรกฎาคม 2546 ]
|