เมื่อพูดถึงครอบครัวแล้วต้องยอมรับว่าองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดที่ทำให้มีครอบครัวขึ้นมาได้
ก็คือ สามี ภรรยา นั่นเอง
ถ้าพูดแบบไม่เกรงใจก็ต้องบอกว่า ถ้าไม่มีสามี ไม่มีภรรยา
คงจะเรียกว่าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบไม่ได้
การจะทำให้ครอบครัวที่มีสามี ภรรยาเป็นองค์ประกอบหลักอยู่ลงหลักปักฐานกันอย่างยาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์
ย่อมเป็นความฝันของทุกคนที่ใช้ชีวิตคู่
แต่ก็มีบางครอบครัวที่อยู่กันอย่าง ราบรื่น
มีบางครอบครัวที่อยู่กันอย่าง ลุ่มๆ ดอนๆ หรือบางครอบครัวอาจจะต้อง แตกหัก
ไม่สามารถครองรักกันได้ตลอดรอดฝั่ง
ครอบครัวที่ต้องแตกหักหรืออยู่กันอย่างลุ่มๆ ดอนๆ ถ้าย้อนกลับไปทบทวนดู
ตั้งแต่วันอยู่ร่วมกันใหม่ๆ จะพบความผิดพลาดบกพร่องอยู่หลายประการ
ประการสำคัญที่มักจะถูกมองผ่านเลยไป ไม่ได้ตกลงกันให้ชัดเจนคือทั้งสามีภรรยาไม่รู้จักคำว่า แชร์
บางครอบครัวอาจจะถนัด เล่นแชร์ แต่ไม่รู้ว่า แชร์ ในอีกความหมายหนึ่งซึ่งสำคัญกว่าการเล่นแชร์คืออะไร
เพื่อไม่ให้ครอบครัวต้องลุ่มๆ ดอนๆ จึงขอนำคำว่า แชร์ มาแฉให้เห็นกันชัดๆ ว่า
แชร์ในที่นี้คือคำที่มีความหมายว่า แบ่ง กันนั่นเอง
สามีภรรยามีอะไรต้องแชร์หรือ แบ่ง กันบ้าง
อย่างแรก ที่ต้องแชร์ คือ แชร์การตัดสินใจ
อยู่ด้วยกันสองคนบนพื้นฐานของความรักความเข้าใจ อาจจะไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการประชาธิปไตย
คือ ฟังเสียงส่วนใหญ่ในการตัดสินใจทุกเรื่องของการใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกันในครอบครัว
หรืออาจจะไม่จำเป็นต้องตัดสินใจร่วมกันในทุกๆ เรื่อง เพราะอาจจะเปลืองเวลา
และอาจจะน่ารำคาญไปพร้อมๆ กัน ถ้าทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ก็ต้องนำมาตัดสินใจด้วยกันทั้งหมด
เช่น เรื่องเล็กๆ ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อข้าวปลาอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน
อาจจะแบ่งให้เป็นหน้าที่ของภรรยาในการตัดสินใจ
ส่วนเรื่องเล็กๆ ภายนอกบ้าน เช่น จะเติมน้ำมันรถยนต์ยี่ห้ออะไรดี
แบบนี้อาจให้เป็นหน้าที่ของสามีในการตัดสินใจ
ยกเว้นเรื่องใหญ่ๆ บางเรื่องที่อาจจะต้องตัดสินใจร่วมกัน ไม่สามารถแชร์ให้ใครคนใดคนหนึ่ง
ตัดสินใจได้แต่เพียงลำพัง เช่น การตัดสินใจซื้อรถยนต์ หรือตัดสินใจซื้อบ้าน
เรื่องใหญ่ๆ แบบนี้ถ้าครอบครัวไหนขืนแชร์การตัดสินใจอาจทำให้มีปากเสียง
เถียงกันได้โดยไม่จำเป็น
อย่างที่สอง ที่ต้องแชร์ คือ แชร์บทบาท
ความจริงสามีภรรยาต่างก็มีบทบาทที่ชัดเจนในตัวของมันเองอยู่แล้ว
แต่เมื่อคนสองคนมาอยู่รวมกันและตั้งใจที่สานฝันแสวงหาความสุขร่วมกันก็ต้องแบ่งบทบาทกันให้ชัดเจน
เช่น สามีมีบทบาทในการหารายได้มาใช้จ่ายภายในครอบครัวเป็นหลัก
ส่วนภรรยาก็มีบทบาทในการเก็บรักษารายได้ที่สามีหามาได้ไว้ใช้จ่ายอย่างประหยัด
มีคุณค่าไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย
ถ้าทำได้เช่นนี้ ต่างก็จะได้ชื่อว่าทำบทบาทของตัวเองได้ดีไม่มีที่ติ
ครอบครัวก็จะอยู่กันได้อย่างราบรื่นไม่มีปัญหา
ในสังคมไทย การแชร์บทบาทอาจต้องหมายถึงการแชร์บทบาทในการสงเคราะห์ญาติพี่น้องของแต่ละฝ่ายด้วย
เพราะในสังคมไทยการแต่งงานอยู่ด้วยกันของคนสองคนไม่ได้หมายถึงแค่คนสองคนเท่านั้น
แต่หมายถึงการแต่งกันของทั้งสองครอบครัว ญาติพี่น้องของอีกฝ่ายก็ต้องเปรียบเสมือนเป็นญาติของเราด้วย
บางครั้งอาจต้องสงเคราะห์ญาติกันตามสมควร ก็ควรให้เป็นบทบาทของฝ่ายภรรยา
เพราะอาจจะมีเวลามากกว่าสามี โดยเฉพาะกรณีที่ภรรยาไม่ได้ทำงานนอกบ้าน
อย่างที่สาม ตามมาติดๆ ที่ต้องแชร์คือ แชร์การเลี้ยงลูก
จริงๆ แล้วลูกนั้นต้องช่วยกันเลี้ยงทั้งสองคนอยู่แล้ว
ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งแต่เพียงฝ่ายเดียว
แต่โดยธรรมชาติของครอบครัวทั่วไปในเกือบทุกประเทศทั่วโลก
การเลี้ยงลูกมักเป็นภาระของภรรยา
จึงควรมีการแชร์กันให้ชัดเจนระดับหนึ่งว่า เมื่อลูกคลอดออกมาจากครรภ์มารดา
และเติบโตไปแต่ละวัย ใครจะเลี้ยง
แน่นอนที่สุด หลังคลอดจนถึงขณะที่ลูกยังนอนแบเบาะ ก็คงต้องเจาะจงลงไปให้เป็นหน้าที่ของแม่
แต่พอลูกโตมาอยู่ในวัยก่อนเรียน อาจจะเปลี่ยนการเลี้ยงลูกมาให้เป็นภาระของพ่อมากขึ้น
จนกระทั่งเมื่อลูกเข้าสู่วัยรุ่น พ่อแม่อาจจะต้องวุ่นมากขึ้น เพราะไม่รู้ว่าจะแชร์การเลี้ยงลูกอย่างไร
เมื่อลูกโตเป็นวัยรุ่นอาจต้องช่วยกันเลี้ยงดู โดยไม่ต้องแชร์ให้ชัดเจน แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งซึ่งต้องแชร์คือ
เมื่อคนใดคนหนึ่งตามใจลูก อีกคนต้องใจแข็งไม่ตามใจลูกมากเกินไป ถ้าปล่อยตามใจทั้งคู่โดยไม่แชร์
ลูกอาจจะแย่เกินกว่าที่เราคาดคิดก็ได้
แชร์ที่สี่ หนีไม่พ้น คือ แชร์การแก้ปัญหา
คนสองคนเมื่อยู่เป็นครอบครัวเดียวกัน ถึงจะรักกันขนาดไหน ก็ใช่จะไม่มีปัญหาเข้ามาให้แก้
โดยทั่วไปเมื่อมีปัญหาต้องช่วยกันแก้ แต่ก็มีหลายปัญหาโดยเฉพาะปัญหาเล็กๆ น้อยๆ
ควรปล่อยให้เป็นภาระของใครคนใดคนหนึ่งจัดการ เช่น ปัญหาภายในบ้าน
อาจแชร์ให้เป็นเรื่องของแม่บ้านจัดการแต่ผู้เดียว
คนมีหน้าที่แก้ก็แก้ง่ายเพราะมีอำนาจเต็มที่จากที่แชร์กันมาแล้ว
แต่ถ้าไม่แชร์กันให้ชัด ก็อาจจะขัดใจกันได้ เมื่อทั้งสามีภรรยามามะรุมมะตุ้มปัญหาเล็กๆ ด้วยกัน
เพราะไม่รู้ว่าจะฟังใครดี
แชร์การแก้ปัญหาก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งซึ่งช่วยทำให้ชีวิตคู่อยู่กันสงบสุข
ทั้ง 4 แชร์ที่แน่วแน่นำเสนอในวันอาทิตย์นี้ อาจมีบางคนคิดว่าไม่สำคัญ
แชร์ก็ได้ ไม่แชร์ก็ได้
แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่า หลายครอบครัวที่ไม่ตกลงแชร์เรื่องเหล่านี้กันให้ชัดเจน
ทำให้ครอบครัวเอนเอียงกันมานักต่อนักแล้ว
วันนี้จึงขอส่งเสียงเจื้อยแจ้วมากำนัลในวันพักผ่อนอยู่บ้านของทุกครอบครัว
อย่ามัวเล่นแต่แชร์ แต่ควรแชร์เรื่องต่างๆ ภายในบ้านให้ชัดเจนด้วย
จะช่วยทำให้ครอบครัวอยู่กันอย่างราบรื่นแน่นอน
ไม่ใช่คำสอน แต่เป็นคำเสนอให้ทุกครอบครัวรับสนองทดลองแชร์ดู!
(update 26 ธันวาคม 2003)
[ ที่มา...
กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 15 ฉบับที่ วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546 ]
|