ความรุนแรงของ โรคหอบหืด


โรคหอบหืด ถือได้ว่าเป็นโรคเรื้อรังที่มีความสำคัญมากในประเทศไทย โดยมีการประมาณการว่าประชากรเด็กในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 1.8 ล้านคน เป็นโรคหอบหืดอยู่ ซึ่งเป็นผลเสียโดยตรงต่อตัวผู้ป่วยเด็กเอง รวมทั้งพ่อแม่ที่จะต้องขาดงานเพื่อพาผู้ป่วยมาพบแพทย์อีกด้วย

แนวทางการรักษาโรคหอบหืดขององค์กรอนามัยโลก ร่วมกับสถาบัน NHLBI ของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แบ่งความรุนแรงของโรคออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับมีอาการเป็นครั้งคราว ระดับมีอาการน้อย ระดับปานกลาง และระดับรุนแรง โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ตารางที่ 1 การจำแนกความรุนแรงของโรคหืด (Classification of asthma serverity)


ขั้นที่ 4 : โรคหืดระดับรุนแรงมาก (Severe persistent)
อาการแสดงก่อนการรักษา
  • อาการหอบตลอดเวลา
  • อาการกำเริบ (Exacerbation) บ่อยมาก
  • อาการหอบตอนกลางคืนบ่อยมาก
  • กิจกรรมต่างๆ ของผู้ป่วยถูกจำกัดด้วยอาการหอบ
  • PET หรือ FEV1<60% ของค่ามาตรฐาน ความผันผวน >30%
ขั้นที่ 3 : โรคหืดระดับรุนแรงปานกลาง (Moderate persistent)
อาการแสดงก่อนการรักษา
  • อาการหอบทุกวัน
  • อาการกำเริบ (Exacerbation) มีผลต่อการทำกิจกรรมและการนอนของผู้ป่วย
  • อาการหอบตอนกลางคืนมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์
  • ใช้ B2-agonist ชนิดสูดออกฤทธิ์สั้นทุกวัน
  • PET หรือ FEV1 >60% - <80% ของมาตรฐานความผันผวน > 30%
ขั้นที่ 2 : โรคหืดระดับรุนแรงน้อย (mild persistent)
อาการแสดงก่อนการรักษา
  • อาการหอบมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ไม่ได้เป็นทุกวัน
  • อาการกำเริบ (Exacerbation) อาจมีผลต่อการทำกิจกรรมและการนอน
  • จำนวนครั้งของการหอบในเวลากลางคืนมากกว่า 2 ครั้งต่อเดือน
  • PET หรือ FEV1 > 80% ของมาตรฐานความผันผวน 20-30%
ขั้นที่ 1 : โรคหืดระดับมีอาการเป็นครั้งคราว (Intermittent)
อาการแสดงก่อนการรักษา
  • อาการหอบน้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  • อาการกำเริบ (Exacerbation) ช่วงสั้นๆ
  • จำนวนครั้งของการหอบในเวลากลางคืนต่ำกว่า 2 ครั้งต่อเดือน
  • ช่วงที่ไม่มี exacerbation จะไม่มีอาการและสมรรถภาพปอดปกติ
  • PET หรือ FEV1 > 80% ของมาตรฐานความผันผวน < 20%
หมายเหตุ : PET หรือ FEV1 คือ ปริมาณอากาศที่ผู้ป่วยเป่าออกมาได้เต็มที่
ในระยะเวลาสั้นๆ


จะเห็นว่า การแบ่งระดับความรุนแรงขึ้นกับความถี่ของการเกิดอาการหอบหืด มีการรบกวนการนอนหลับ มีผลต่อการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกาย นอกจากนั้นแล้วยังมีการวัดสมรรถภาพของปอด โดยการวัดค่าปริมาณลมที่ผู้ป่วยสามารถเป่าออกจากปากได้ ซึ่งจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์บางอย่างในการวัด เหตุผลก็คือ ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงปานกลาง ถ้าถามอาการจากผู้ป่วยอาจจะได้อาการของโรคที่น้อยกว่าความเป็นจริง เนื่องจากเมื่อเป็นโรคหอบหืดได้ระยะหนึ่งร่างกายของผู้ป่วยจะปรับระดับความอดทนของร่างกายเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอาการอะไร แต่ถ้าใช้อุปกรณ์วัดสมรรถภาพทางปอดก็จะพบว่าลดลงมากกว่าอาการของผู้ป่วย อย่างไรก็ตามแพทย์ผู้ดูแลจะเป็นผู้พิจารณาว่าผู้ป่วยควรมีอุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อติดตามอาการผู้ป่วยและประเมินผลการรักษาด้วย เนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวมีราคาค่อนข้างแพง และจำเป็นต้องใช้ความร่วมมือของผู้ป่วยในการใช้วัดด้วย ส่วนใหญ่เด็กจะพอทำได้เมื่อมีอายุ 4 ปีขึ้นไป

นอกจากแบ่งระดับความรุนแรงของโรคหอบหืดโดยรวมแล้ว ยังมีความจำเป็นที่ผู้ป่วยจะต้องรู้จักประเมินความรุนแรงของโรคหอบหืดที่กำเริบเป็นครั้งคราวด้วย ดังตารางที่ 2

ตารางที่ 2 การประเมินความรุนแรงของ asthma exacerbations

อาการ (Symptoms) Mid
(เป็นน้อย)
Moderate
(ปานกลาง)
Severe
(เป็นมาก)
กำลังเข้าสู่ภาวะ
Respiratory arrest
(หยุดหายใจ)
    หายใจลำบาก ขณะเดิน ขณะพูด ขณะพัก
    ท่านอน

นอนราบได้

ต้องนอนยกหัวสูง

นั่ง,
นอนราบไม่ได้

   การพูด ปกติ เป็นประโยคสั้นๆ เป็นคำๆ
    สติสัมปชัญญะ

อาจจะ
กระสับกระส่าย
กระสับกระส่าย

กระสับกระส่าย

ซึมหรือสับสน

   อาการแสดง (Signs)
    อัตราการหายใจ

เพิ่มขึ้น

เพิ่มขึ้น

เพิ่มขึ้นมาก

   การใช้กล้ามเนื้อ
    ช่วยเพิ่มแรงหายใจ

ไม่มี


มี


มีมาก


มีการเคลื่อนตัวของทรวงอกและหน้าท้องไม่สัมพันธ์กัน
    เสียง wheeze



เสียงดังพอควร



เสียงดังและมักได้ยินตลอดช่วงเวลาหายใจ

เสียงดังและได้ยินทั้งในขณะหายใจเข้าและออก ไม่ได้ยินเสียง wheeze


    ชีพจร (ครั้ง/นาที) <100 100-200 >120 หัวใจเต้นช้า
    การตรวจพิเศษ
    (Functional Assessment)
    PET % predicted
    or % personal best
>80%



ประมาณ
50-80%


<50%



มีค่าต่ำมาก
หรือวัดไม่ได้เลย


เนื่องจากโรคหอบหืดเป็นโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยสามารถประเมินความรุนแรงของโรคที่กำเริบ ถ้าได้รับ การสอนจากแพทย์ ก็จะสามารถเพิ่มยาที่ใช้เพื่อลดความรุนแรงของโรคก่อนที่จะมาพบแพทย์ได้

ความร่วมมือของผู้ป่วยโรคหอบหืดมีความสำคัญมาก ทั้งนี้เป็นเพราะการแบ่งระดับความรุนแรง ของโรค จำเป็นต้องมีการถามประวัติความรุนแรง ลักษณะการกำเริบ รวมทั้งการประเมินความรุน แรงของโรคที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวด้วย

การแบ่งระดับความรุนแรงของโรคทำให้การใช้ยารักษาโรคที่แพทย์จะส่งให้แก่ผู้ป่วยเป็นระบบ เดียวกันทั่วโลก ทำให้ผู้ป่วยโรคหอบหืดเมื่อมีการย้ายถิ่นที่อยู่ก็จะได้รับการรักษาที่ถูกต้องและต่อ เนื่องได้ ในคราวหน้าเราจะพูดถึงเรื่องการใช้ยาในผู้ป่วยโรคหอบหืดโดยละเอียด




อัตราการหายใจในเด็กขึ้นกับอายุดังนี้

อายุ อัตราปกติ
    <2 เดือน     < 60 ครั้ง/นาที
    2-12 เดือน     < 50 ครั้ง/นาที
    1-5 ปี     < 40 ครั้ง/นาที
    6-8 ปี     < 30 ครั้ง/นาที

อัตราเต้นของชีพจรในเด็ก
ขึ้นกับอายุดังนี้

อายุ อัตราปกติ
    2-12 เดือน    < 160 ครั้ง/นาที
    1-2 ปี     <120 ครั้ง/นาที
    2-8 ปี     < 110 ครั้ง/นาที


(update 6 มีนาคม 2003)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 26 ฉบับที่ 11 พฤศจิกายน 2545 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600