ภูมิแพ้…โตแล้วหายเองไหม


คุณหน่อยพาน้องปอมลูกชายวัยสิบขวบมาหาหมอนิต น้องปอมป่วยเป็นโรคหืดและโรคแพ้อากาศมาตั้งแต่เล็ก มีอาการมาเรื่อยๆ คุณหน่อยเข้าใจว่าโตขึ้นแล้วจะหายเอง อย่างที่ใครๆ ชอบเข้าใจกันว่าพออายุ 6-7 ขวบ จะเลิกหอบ เลยตั้งหน้าตั้งตารอมาตลอด 6 ขวบก็แล้ว 7 ขวบก็แล้ว เอ๊ะ ทำไมยังไม่หาย เอ้า แถมอีก 3 ปี ยังไม่หายอีก ทีนี้รอไม่ไหวแล้ว เพราะไม่รู้จะรอถึงเมื่อไหร่ เพื่อนเลยแนะนำให้พาลูกมาหาหมอเฉพาะโรคดีกว่า

ถามประวัติพบว่ามีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล จาม คันจมูก ไอ ถ้าเป็นมากจะแน่นหน้าอก หายใจมีเสียงวี้ด มักไอกลางคืนและตอนเล่นเหนื่อยๆ ทำให้ออกกำลังได้น้อยกว่าเพื่อนๆ เวลามีอาการทีก็ซื้อยาแก้แพ้ ยาขยายหลอดลมให้กิน ถ้าเป็นมากจะพาไปโรงพยาบาล บางทีหมอก็พ่นยาให้ เหตุการณ์วนไปวนมาอยู่อย่างนี้ปีละหลายๆ รอบ ไม่เคยทดสอบภูมิแพ้ ไม่เคยตรวจวัดสมรรถภาพปอด

ตรวจน้องปอมพบว่าตัวเล็กไม่สมอายุ ดูเหมือนเด็กแคระแกรน ผอมๆ ดำๆ ขี้มูกเยิ้ม ขอบตาดำปี๋ หายใจลำบาก ระหว่างตรวจจะขยี้ตาขยี้จมูกอยู่เรื่อยๆ ผิดกับคุณหน่อยคุณแม่ที่สวยสมาร์ทเชียว

หมอนิตเอาน้องปอมทำทดสอบภูมิแพ้ พบว่าแพ้ไรฝุ่นและเกสรดอกหญ้า วัดสมรรถภาพปอดพบว่าได้ต่ำกว่าปกติ ให้การวินิจฉัยว่าเป็นโรคแพ้อากาศ และโรคหืดระดับรุนแรงปานกลาง

คุณหน่อยสงสัยว่า ที่เคยได้ยินมาว่าโรคนี้พออายุ 6-7 ขวบ จะหายไปได้เอง แต่ทำไมน้องปอมถึงไม่หายล่ะคะ นอกจากนั้นพี่สาวของน้องปอมที่เคยปกติมาตลอด ก็ทำท่าจะมีอาการขึ้นมาอีกคนหนึ่งด้วย ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะคะ คนไม่เคยเป็นภูมิแพ้ตอนเล็กมาเป็นตอนโตก็ได้ด้วยหรือ

ขอตอบคำถามหลังก่อนดีกว่าว่า เด็กที่ไม่เคยแพ้อะไรตอนเล็กแล้วมาแพ้ตอนโตก็พบได้นะคะ อย่างไม่เคยแพ้ฝุ่น โตแล้วค่อยแพ้ก็ได้ ไม่เคยแพ้อาหารโตแล้วค่อยแพ้ก็ได้ ไม่เคยเป็นหืดโตแล้วค่อยเป็นก็ได้ พวกนี้เจอได้บ่อยๆ ค่ะ

ส่วนเรื่องภูมิแพ้…โตแล้วหายเองไหม ? นี่ถูกถามอยู่เรื่อยเลยค่ะ คงเพราะพวกเราชอบหวังอะไรลมๆ แล้งๆ อยากได้อะไรแบบฟรีๆ ไม่ต้องลงทุน ถ้าคิดแบบนี้ละก็ ลองอ่านข้อมูลต่อไปนี้ดูนะคะ หมอนิตแปลมาให้จากเอกสารรายงานการวิจัยขององค์การอนามัยโลกปีที่แล้วนี่เองค่ะ

30-50% ของเด็กที่เป็นโรคหืดจะสงบไปในช่วงวัยรุ่น แต่มักปรากฏอาการขึ้นใหม่ได้อีกเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ (โปรดสังเกตไม่ได้สงบทุกคนนะคะ แม้สงบไปแล้วก็ยังอาจกำเริบใหม่อีกก็ได้ค่ะ)
ที่เหลือจะมีอาการไปเรื่อยๆ ถึงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่

แม้รายที่ไม่ปรากฏอาการของโรคออกมาให้เห็น แต่การทำงานของปอดก็อาจค่อยๆ เสื่อมลงโดยไม่รู้ตัวได้ค่ะ อาจเกิดภาวะหลอดลมไวผิดปกติได้ด้วย
5-10% ของเด็กที่เป็นโรคหืด จะมีอาการกำเริบรุนแรงในวัยผู้ใหญ่ได้

ประโยคสำคัญในรายงานนี้คือ Childhood asthma must never be negfacted in the hope that the child will simply grow out of it. คือ เราไม่ควรปล่อยปละละเลยเด็กที่เป็นโรคหืด แล้วเอาแต่หวังว่าโรคมันจะหายไปเองได้ง่ายๆ ค่ะ

ทีนี้ถ้ามีลูกหลานเป็นโรคภูมิแพ้หรือโรคหืด เราจะทำอย่างไรดีคะ เราก็ต้องช่วยกำจัดสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นต้นเหตุของแต่ละคน ซึ่งจะทราบมาจากตอนทดสอบภูมิแพ้ เราต้องช่วยเขาหลีกเลี่ยงนะคะ ให้เขาทำเองคนเดียวไม่ได้ความหรอกค่ะ แพ้ตัวไหน หลีกเลี่ยงอย่างไรบ้างแพทย์จะช่วยบอกให้ตอนทราบผลการทดสอบค่ะ ถ้าหลีกเลี่ยงแล้วยังมีอาการ ก็จำเป็นต้องใช้ยา จะกินยาหรือยาพ่น หรือทั้งกินทั้งพ่น ก็พิจารณากันไปเป็นรายๆ ถ้าเอาไม่อยู่อาจฉีดวัคซีนภูมิแพ้ด้วย แล้วหมั่นไปตรวจตามหมอนัด แพทย์จะได้คอยตรวจในโพรงจมูก หรือวัดสมรรถภาพการทำงานของปอดให้ แย่อย่างไรจะทราบได้แต่เนิ่นๆ ไม่ใช่รอให้เป็นมากก่อนแล้วค่อยมาแก้ไขกัน เพราะการแก้ไขตอนที่โรคเป็นมาก ย่อมต้องใช้ยาแรงกว่าตอนโรคเป็นน้อยแน่นอนค่ะ

นอกจากนี้การดูแลสุขภาพทั่วไปก็สำคัญมาก อาหารควรหาที่มีประโยชน์ให้รับประทาน มีผัก ผลไม้ นม ไม่ใช่มีแต่อาหารขยะ และต้องให้เขาออกกำลังให้เหมาะสม ไม่ใช่หมกมุ่นอยู่แต่กับโทรทัศน์ เกมต่างๆ ถ้าจะเที่ยวก็มีแต่ไปโรงหนัง ไปผับ ไปศูนย์การค้า แบบนั้นไม่มีวันสุขภาพดีขึ้นมาได้หรอกค่ะ เพระมีแต่มลพิษทั้งนั้น ไม่ได้อากาศบริสุทธิ์เลย เด็กกรุงเทพฯ นี่น่าสงสารนะคะ สวนสาธารณะมีน้อยเหลือเกิน หมอนิตและลูกๆ เป็นนักเที่ยวสวนสาธารณะ ในกรุงเทพฯ นี่วนเวียนไปมาเกือบครบแล้ว แห่งละหลายๆ ครั้ง (บอกตรงๆ ว่าเรายังมีสวนสาธารณะไม่เพียงพอกับประชากร ควรเพิ่มให้มากกว่านี้อีก ทั้งแบบสวนใหญ่และสวนเล็ก และจัดกิจกรรมเป็นประจำทุกสวนใหญ่เหมือนอย่างตอนที่เคยจัดวันหยุดสุดสนุกนั่นอย่างหนึ่งก็ได้ เพิ่มกิจกรรมอื่นๆ สำหรับคนวัยอื่นเข้าไปอีกจัดไว้เป็นประจำตลอดปีเลย จะได้ไม่ต้องไปเบียดเสียดยัดเยียดกันเหมือนก่อน ของดีๆ นี่มีบ่อย มีมากก็ไม่เป็นไร เด็กเล็กมาสนุก เอาเด็กโตมาจัดกิจกรรม จะได้รู้จักทำงานช่วยสังคม ทำตัวให้ดี เกียรติบัตรให้ไป เอาคนดังๆ มาแจกก็ได้ เด็กเขาจะได้ภูมิใจในการทำความดี เกียรติบัตรนี่ไม่ต้องหวง แจกไปเถอะ แจกเยอะยิ่งดี เด็กที่เคยทำดี แล้วมีแต่คนยกย่อง มีคนเห็นคุณค่า พวกนี้จะติดลมบน โตขึ้นมักจะเป็นคนดีค่ะ)

อบายมุขต่างๆ ก็ต้องควบคุมนะคะ วัยรุ่นนี่ชอบริลองของใหม่ แล้วมักจะลองในเรื่องไม่ค่อยดี มากกว่าเรื่องที่ดีซะด้วย เหล้า บุหรี่ ยาเสพติดไม่เคยช่วยให้ใครสุขภาพดีขึ้นเลยค่ะ ก็ไม่รู้ทำไมรัฐบาลถึงไปสนับสนุนให้ทำเหล้ากันทั่วบ้านทั่วเมือง แถมลดภาษีเหล้าให้อีก แล้วพอพวกนี้เขาป่วยเป็นโรคตับหรือก่ออุบัติเหตุขึ้น ก็มาเอาเงินที่เก็บภาษีจากพวกเราคนทำมาหากิน ไปรักษาให้ในโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคอีก แปลกจริงๆ ที่กระทรวงสาธารณสุขไม่ยักออกมาคัดค้าน แถมยังสนับสนุนด้วยว่าจะช่วยตรวจเช็กคุณภาพเหล้าที่ชาวบ้านทำกันเองให้อีก เฮอะ…ไม่เข้าใจเลยว่านโยบายแบบนี้จะทำให้ได้พลเมืองที่ดีมีสุขภาพขึ้นมาได้อย่างไร

เราพ่อแม่ยุคนี้คงต้องดูแลลูกหลานกันเองล่ะค่ะ ตราบใดที่เรามีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์แบบนี้ ไม่งั้นลูกหลานเราเสียคนแน่นอนเลย
เอ…ขึ้นต้นด้วยภูมิแพ้ ไหงจบด้วยการเมืองไปได้นะคะ


(update 28 มิถุนายน 2003)
[ ที่มา.. life & family   ปีที่ 8 ฉบับที่ 85 เมษายน 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600