คลื่นไส้-อาเจียน อาการต่อเนื่องที่มักมาคู่กัน แต่ก็ไม่ใช่เสมอไป
อาการคลื่นไส้นั้น เรามักพบได้บ่อยกว่าการอาเจียนเสมอ เพราะการคลื่นไส้อาจไม่จำเป็นต้องต่อด้วยการอาเจียน
แต่การอาเจียนมักเริ่มต้นด้วยอาการคลื่นไส้เสมอ ยกเว้นบางกรณีที่อาจอาเจียนโดยไม่มีอาการคลื่นไส้นำ
ซึ่งกรณีนี้มักเป็นการอาเจียนที่มีสาเหตุจากโรคที่ร้ายแรง เช่น มีการอุดตันของทางเดินอาหาร
หรือมีความกดดันในสมองสูงผิดปกติ
การอาเจียนนั้น ถ้ามีอาการมากไปอาจทำให้ร่างกายเสียน้ำและอาหารไปกับการอาเจียน
ซึ่งอาจทำให้อ่อนเพลีย เสียกรดและน้ำย่อย บางครั้งอาจมีการสำลักอาหารเข้าไปในหลอดลมด้วย
การอาเจียนมีสาเหตุจากความผิดปกติหลายประการทั้งที่ร้ายแรงและไม่ร้ายแรง เช่น ไส้ติ่งอักเสบ
สมองได้รับการกระทบกระเทือน โรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร หรือแพ้ท้อง
(การกินยาพวกนี้จะต้องระวังมากๆ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์
ขอแนะนำว่าถ้าไม่มีอาการมากจนเกินไป
ไม่กินยาดีที่สุด)
การเลือกใช้ยาแก้อาเจียนจึงต้องใช้ให้ถูกต้อง เพราะยาแก้อาเจียนแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน
ในแง่ของสรรพคุณการใช้ยา และอาการข้างเคียงของยาก็พบได้บ่อย สิ่งสำคัญที่ต้องนึกถึงคือ
ถ้าอาเจียนบ่อยๆ ติดต่อกันและไปกินยา ยาที่กินอาจไม่ได้ผล เพราะยายังไม่ทันดูดซึม
ก็อาจต้องออกมาจากการอาเจียน
ชนิดของยาแก้อาเจียน แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. ยาในกลุ่มฟีโนไธอาซีน ซึ่งแบ่งออกได้อีก 3 กลุ่ม คือยากลุ่มเมโตโครปราไมด์ (Metoclopramide)
ยากลุ่มโปรเมธาซีน (Promethazine) และยากลุ่มไธเอธิลเปอราซีน (Thiethylperazine) ทั้ง 3 กลุ่มนี้
มีผลระงับอาการอาเจียน โดยมีผลต่อศูนย์ควบคุมการอาเจียนในสมองโดยตรง จึงสามารถใช้ระงับอาการอาเจียนหลังการผ่าตัด
การอาเจียนจากโรคไตวาย แพ้รังสี ยากลุ่มนี้ไม่เหมาะที่จะใช้แก้อาการเมารถเมาเรือ เพราะมีผลข้างเคียงมาก เช่น
ทำให้ง่วงนอน มึนงง เวียนศีรษะ และถ้าใช้ในขนาดที่สูงอาจทำให้ความดันเลือดต่ำได้
การใช้ยาในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะต้องเป็นผู้สั่งและมักห้ามใช้ร่วมกับยาที่มีฤทธิ์กดประสาท เช่น
ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
2. ยาแก้แพ้ ยากลุ่มนี้ที่นิยมใช้แพร่หลาย ได้แก่ ไดเมนฮัยดริเนต (Dimenhydrinate) มีไคลซิน (Meclizine)
ซัยคลิซีน (Cyclizine) ทั้ง 3 ตัวนี้ เป็นยาแก้แพ้กลุ่มเดียวกับคลอร์เฟมิรามีน (ซึ่งใช้สำหรับอาการหวัดคัดจมูกจากการแพ้)
ใช้กินเพื่อป้องกันอาการเมารถเมาเรือ และควรกินก่อนที่จะเกิดอาการคลื่นไส้ ยิ่งถ้าเป็นคนที่มีอาการเมารถเมาเรืออยู่บ่อยๆ
ด้วยแล้ว ก็ควรกินก่อนออกเดินทางไกลเสมอ นอกจากยาประเภทนี้ยังใช้รักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียนหลังผ่าตัด และอาการคลื่นไส้อาเจียนที่เกิดจากความผิดปกติของประสาทหู ยานี้จะทำให้ง่วงซึม ปากแห้ง
เมื่อรับประทานยานี้จึงไม่ควรขับรถหรือทำงานควบคุมเครื่องจักรกล
3. วิตามิน บี 6 ใช้รักษาอาการคลื่นไส้อาเจียนระยะตั้งครรภ์
โดยไม่ได้เป็นผลเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติในแง่ที่เป็นวิตามินเลย
ขนาดยาที่ใช้คือ ครั้งละ 1-2 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหารประมาณครึ่งชั่วโมง
นอกจากนี้ก็ยังมียาแก้อาเจียนอีกประเภทหนึ่ง คือ ออนแดนสิทรอน (Ondansetron)
ซึ่งใช้รักษาอาการคลื่นไส้อาเจียนที่เป็นผลจากการใช้ยารักษามะเร็ง
ยาประเภทนี้สามารถบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แต่ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
(update 3 มีนาคม 2003]
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 26 ฉบับที่ 11 พฤศจิกายน 2545 ]
|