ยาลดน้ำหนัก


ปัจจุบันคนอ้วนหรือคนที่มีน้ำหนักตัวเกินมีจำนวนมากขึ้นในสังคมไทย ดังที่ได้ทราบกันนะครับว่า วิธีลดน้ำหนักตัวที่ดีที่สุด คือ การออกกำลังกายและการควบคุมอาหาร

แต่ก็มีกลุ่มคนอีกเป็นจำนวนไม่น้อยที่นิยมกินยาลดน้ำหนัก ซึ่งจริงๆ แล้วยาพวกนี้จะให้ผลในระยะแรกๆ แต่เมื่อหยุดยาทุกอย่างก็จะกลับคืนสู่สภาพเดิมหรืออาจจะยิงกว่าสภาพเดิม เพราะยาพวกนี้มีฤทธิ์กระตุ้นประสาทส่วนกลาง ทำให้เพิ่มการหลั่งสาร nonadrenalin ทำให้ไม่อยากอาหารและมีการสลายกรดไขมันอิสระออกจากไขมัน แล้วยังก่อให้เกิดผลข้างเคียงคือแรงดันโลหิตสูง ปากแห้ง หัวใจเต้นเร็วขึ้น กระวนกระวาย หงุดหงิด อ่อนเพลีย มึนงง นอนไม่หลับ และท้องผูก

การกินยาลดน้ำหนักมีอันตราย เกิดผลข้างเคียงมาก จึงไม่ควรซื้อกินเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่า มีโรคประจำตัวอะไรที่เป็นอันตรายต่อร่างกายหรือไม่ ถ้ารับประทานยาพวกนี้

ยาลดน้ำหนักที่ใช้กันมีหลายกลุ่ม ลองมาดูกันดีกว่าครับ ว่ามียาอะไรบ้าง
  • ยาลดความหิว
    มีฤทธิ์ทำให้ลดความหิวหรือเบื่ออาหาร ผู้ที่มีอาการดังต่อไปนี้ไม่ควรใช้ นั่นคือ ผู้เป็นโรคหัวใจและระบบทางเดินโลหิต เช่น เป็นโรคความดันโลหิตสูง หรือผู้ป่วยเป็นโรคธัยรอยด์เป็นพิษ โรคทางสมอง โรคตับอักเสบ โรคเบาหวาน ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ เป็นต้น
    ยาเหล่านี้ ได้แก่ยาที่เรียกว่า Apisate, Mirapront, Penderal, Prefanone, lonamine, Fendurin, Atractil, Panbesy และ Prefel
    ยาที่กล่าวมานี้เป็นยาควบคุม ต้องซื้อตามใบสั่งยาของแพทย์

  • ยาขับน้ำ
    หรือที่เรียกอีกชื่อว่า ยาขับปัสสาวะ ซึ่งมีฤทธิ์ลดน้ำหนักได้เร็ว เหมาะสำหรับนักมวย ซึ่งต้องการลดน้ำหนักให้เท่าพิกัดที่จำกัดไว้ภายในระยะเวลาอันสั้น แต่ความเป็นจริงไม่สามารถลดไขมันได้ ข้อเสียของการใช้ยานี้คือ จะทำให้เสียเกลือแร่ไปด้วยและเกิดอาการกระหายน้ำ ภายหลังจากที่ดื่มน้ำเข้าไปทดแทนน้ำหนักตัวก็จะกลับคืนมาใหม่
    การใช้ยานี้บ่อยๆ จะทำให้กล้ามเนื้อเปลี้ย ถ้าใช้ติดต่อกันนานๆ อาจทำให้ไตพิการได้

  • ยาระบายหรือยาถ่าย
    มีผู้นิยมนำมากินเพื่อใช้ลดน้ำหนัก แต่จริงๆ แล้ว ยาถ่ายเหล่านี้ ไม่สามารถลดไขมันได้ ถ้าใช้เป็นประจำจนเคยชินก็มักจะทำให้ท้องผูกได้

  • ยาหรือสารเคมีที่ผลิตจากใบพืช
    บางครั้งอาจเข้าใจกันว่าเป็นอาหารเสริมคล้ายแมงลัก ภายหลังกินเข้าไปแล้วทำให้ปริมาตรเพิ่มขึ้น เพราะมีการพองตัว จึงทำให้รู้สึกอิ่มและอยากถ่ายอุจจาระ
    ยาเหล่านี้ที่แพร่หลายได้แก่ Mucilin และ Matanucil เป็นต้น

  • ฮอร์โมนธัยรอยด์
    ฮอร์โมนชนิดนี้เป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่เผาผลาญอาหารในร่างกายให้เกิดพลังงานได้ ยาตัวนี้จะให้ได้ผล ต้องใช้จำนวนมากจนกระทั่งให้อาการของต่อมธัยรอยด์เป็นพิษจึงจะได้ผล ซึ่งอันตรายมาก อาจทำให้เกิดอาการธัยรอยด์เสื่อมในภายหลัง จึงไม่ควรใช้เพื่อการลดน้ำหนัก
    ฮอร์โมนสลายไขมัน ฮอร์โมนตัวนี้ คือ Adrenaline ซึ่งทำหน้าที่สลายไขมันได้ แต่ว่าจะได้ผลต้องฉีดทุก 15 นาที ซึ่งอันตรายสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง อันที่จริงการออกกำลังกายก็ทำให้ร่างกายหลั่ง Adrenaline อยู่แล้ว

  • ฮอร์โมนจากตับอ่อน
    ฮอร์โมนจากตับอ่อนและลำไส้เล็ก เช่น Glucagan จะเพิ่มน้ำตาลในโลหิตให้สูงขึ้น แต่ไม่รู้สึกหิว

  • ยาลดกรด
    มีบางคนนำยาลดกรดมาใช้ โดยเข้าใจว่ายาลดกรดสามารถลดการบีบตัวของกระเพาะอาหารทำให้ไม่รู้สึกหิว แต่ว่าก็เป็นชั่วขณะเท่านั้น ไม่ถาวร ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้ผลอะไร
ท่านผู้อ่านใกล้หมอที่เคารพครับ ยาตามความเชื่อที่ใช้ในการลดน้ำหนักดังที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ ล้วนเป็นยาที่ไม่เหมาะจะนำมาใช้ในกรดลดน้ำหนักตัวเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีอาการข้างเคียงมาก โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคหัวใจ

ถ้าต้องการลดน้ำหนักตัวให้ได้ผล ก็มีอยู่ 2 วิธีเท่านั้น คือ การออกกำลังกายและการรับประทานอาหารที่เหมาะสม ถ้าปฏิบัติได้น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจะค่อยๆ ลดลง และค่อนข้างจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง

อย่าพยายามรับประทานยาเลยครับ เพราะอาจจะดูว่าช่วยลดน้ำหนักในครั้งแรก แต่ต่อมาถ้าหยุดรับประทานเมื่อไร น้ำหนักตัวก็จะกลับคืนมาสู่สภาพเดิมทันที

การออกกำลังกายและการรับประทานอาหารให้ถูกต้องเหมาะสมเท่านั้น ที่เป็นยาลดความอ้วนที่ดีที่สุด ถึงแม้ว่าจะใช้เวลานานหน่อย แต่ก็คุ้ม เพราะไม่เป็นโทษต่อร่างกาย


(update 10 ตุลาคม 2003)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 7 สิงหาคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600