ไลฟ์ สไตล์ ดรัก สำหรับใคร


กี่โมงแล้วนี่… หกโมงครึ่ง เมื่อคืนประชุมดึกไปหน่อย ขอตื่นสายอีกนิดดีกว่า
แล้ววันนี้ช่วงเช้าคงไม่ยุ่งยาก งานการก็สั่งไปหมดแล้วนี่ นอนต่ออีกหน่อยจะได้พักผ่อนมากขึ้นตามที่หมอบอก
...........................
แต่…สมชายจะเสนอโปรเจกต์ใหญ่วันนี้ สิบโมง ไม่รู้ว่าจะไปปล่อยไก่อะไรต่อหน้าลูกค้าอีก
...........................
เมื่อวารนรุจิราถึงกำหนดสรุปเรื่องที่ไปคุยกับบริษัทฝรั่งเศสมาให้แล้วนี่ ยังไม่เห็นมีรายงานวางบนโต๊ะเลย เลขาฯลืมหรือเปล่า หรือรุจิรายังไม่ส่งมาให้ แต่เอ…ปกติเธอไม่เคยเหลวไหลนี่นา
...........................
เฮ้อไปทำงานดีกว่า !!! นอนต่อไปก็นอนไม่หลับ ยังมีเรื่องต้องสะสางอีกตั้งเยอะ
อาบน้ำแล้วค่อยสดชื่นขึ้นหน่อย อาหารเช้าวันนี้ขอเป็นสลัดผักดีกว่า อ้าวแล้วขวดยาสเตติน (Statin) อยู่ไหนเนี่ย ยิ่งยุ่งๆ อยู่เดี๋ยวโคเลสเตอรอลสูงขึ้นมาอีก จะเดือดร้อน
ไหน ดูนัดหมายซิ… เย็นนี้มีประชุมกลุ่มผู้ถือหุ้น อาหารจีนมื้อใหญ่อีกแล้ว อย่างนี้ต้องพกเซนิคาล (xenical) ไปด้วย อย่างน้อยก็จะได้โล่งใจเรื่องไขมันสะสม มื้อหนักๆ แบบนี้คุยเรื่องเครียดๆ แถมคุณชาญชัยยังชอบสั่งขาหมู หมั่นโถวด้วย ถ้าไม่ได้เซนิคาลคงลำบาก


เช้าวันนี้ที่ก็คงจะเหมือนกับอีกหลายๆ วันของคุณดนัย นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ วัย 55 ปี ที่ต้องดูแลรับผิดชอบธุรกิจก่อสร้างขนาดใหญ่ คุณดนัยจึงต้องผจญกับความเครียด และปัญหาสุขภาพชนิดเรื้อรังมาตลอดตั้งแต่ขึ้นรับตำแหน่งกรรมการบริษัทสมัยเมื่อคุณดนัยยังหนุ่ม เป็นคนสุขภาพแข็งแรง ออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ด้วยความที่เป็นคนฉลาดทางด้านการบริหารงาน และมีมุมมองธุรกิจที่เฉียบคม เมื่อ 5 ปีก่อน คุณดนัยจึงได้รับตำแหน่งกรรมการบริษัทขนาดใหญ่ พนักงานกว่าร้อยคน รับงานก่อสร้างทั้งในและต่างประเทศ เวลาในแต่ละวันของคุณดนัยจึงหมดลงไปกับการทำงาน การประชุม พบปะสังสรรค์ และการวางแผนงาน ตารางนัดหมายในแต่ละวันของเขายาวเหยียด และแน่นอนไม่เคยมีช่องว่างสำหรับใส่คำว่า "ออกกำลังกาย" แม้แต่ในวันเสาร์หรืออาทิตย์

ถึงแม้การรับทราบข่าวสารต่างๆ ด้านสุขภาพ จะทำให้คุณดนัยตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย แต่ความไม่พร้อมทั้งมวลก็ถูกยกขึ้นมาเป็นข้ออ้าง จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อคุณดนัยกำลังจะเดินทางไปพบลูกค้าที่ฮ่องกง ก่อนออกเดินทางเขารู้สึกเจ็บหน้าอก จึงสั่งคนขับรถเลี้ยวรถเข้าโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง แพทย์แจ้งว่าเขามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน เพราะพบไขมันอุดตันในเส้นเลือดระดับหนึ่ง และความดันโลหิตสูงกว่าปกติ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าเขาเครียดมาก แพทย์แนะนำให้เขาปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตเสียใหม่ ทั้งในเรื่องของการรับประทานอาหาร และการออกกำลังกาย พร้อมทั้งสั่งยา Statin ให้รับประทานอย่างต่อเนื่อง

จากวันนั้นผ่านมา 5 ปีแล้ว ระดับโคเลสเตอรอลจาก 270 ลดลงเหลือ 180 คุณดนัยพ้นภาวะความเสี่ยงต่อการเกิดเส้นเลือดหัวใจตีบ ทั้งที่ชีวิตประจำวันยุ่งเหยิงมากขึ้นกว่าเดิม และเขาก็ยังงดสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด รับประทานสลัดผักในมื้อกลางวัน อาทิตย์ละ 3 วัน งดอาหารมันๆ ยกเว้นมื้อที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ และเจียดเวลาก่อนนอนวันละ 15 นาที เพื่อออกกำลังกายด้วยการยกน้ำหนัก โดยให้เหตุผลที่ไม่เลือกช่วงเวลาตอนเช้าว่าเพราะเขาต้องการเวลาที่สมองปลอดโปร่ง ไว้ใช้สำหรับการคิดถึงงานในแต่ละวัน อย่างเช่นวันนี้เป็นต้น

เช้านี้…คุณดนัยตื่นนอนมาพร้อมกับความรู้สึกอยากพักผ่อนเพิ่มอีกนิด อาจเพราะการประชุมยาวเหยียดเมื่อคืนวาน ทำให้เขาเหน็ดเหนื่อยมากเกินไป แต่ความที่ชีวิตคือการทำงาน ทำให้เรื่องงานพากันเดินพาเหรดเข้าสู่สมอง และจิตสำนึก คุณดนัยไม่อาจข่มตานอนหลับได้เหมือนอย่างที่ใจต้องการ เพราะความกังวลต่างๆ เริ่มเข้ามาสู่จิตใจ ทำให้ชีวิตของเขาตกอยู่ในวังวนของความเร่งร้อน และที่พึ่งหนึ่งของคุณดนัยในวันนี้คือ ยา…
ใครคือกลุ่มเสี่ยง...
ต่อภาวะโคเลสเตอรอลสูง

คุณเป็นคนหนึ่งที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อภาวะโคเลสเตอรอลสูงใช่หรือไม่
1. เป็นผู้ชายอายุมากกว่า 45 ปี หรือผู้หญิงอายุมากกว่า 55 ปี
2. ป่วยเป็นโรคหัวใจหรือเบาหวาน และตรวจพบปริมาณไขมันชนิด LDL สูงกว่า 130
3. สูบบุหรี่
4. ความดันโลหิตสูง
5. ปริมาณไขมัน HDL น้อยกว่า 40 มก./ดล.
6. ประวัติครอบครัวป่วยเป็นโรคหัวใจ เมื่ออายุยังน้อย

ยาสเตตินมีฤทธิ์ข้างเคียงหรือไม่
ยาสเตติน เป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการลดโคเลสเตอรอลในเลือด ทำให้ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดและปลอดภัยกับผู้ป่วยส่วนใหญ่
อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากยาในกลุ่มนี้พบน้อยมาก แต่ก็เป็นอันตรายที่ร้ายแรง จึงไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์

ยาสเตติน ทำงานอย่างไร
สเตติน ทำงานใน 2 ทิศทาง ด้านหนึ่งทำหน้าที่ยับยั้งเอนไซม์ที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ ในกระบวนการย่อยสลายโคเลสเตอรอล สองเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับในการดักจับ LDL ออกจากกระแสเลือด

ถ้าเป็นสมัยก่อน ย้อนหลังไปกว่า 5 ปี ยาคงไม่ค่อยมีบทบาทสำหรับชีวิตของคุณดนัย

แต่ยาชนิดต่างๆ เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณดนัยตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อนด้วยยาสเตติน จากการที่แพทย์แนะนำ โดยหวังผลในการลดระดับโคเลสเตอรอลในเส้นเลือด ซึ่งเมื่อประกอบกับการปรับแบบแผนการดำเนินชีวิตประจำวันก็พบว่าได้ผลดี เมื่อเขาศึกษาเพิ่มเติมก็พบว่าสเตตินนั้นเป็นไลฟ์ สไตล์ ดรักส์ (Life Style Drugs) หรือยาในกลุ่มที่ใช้เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด เขาจึงใช้ยานั้นติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนั้น ยาที่เขาใช้เป็นประจำอีกขนานหนึ่ง ก็คือไวอากรา (Viagra) เพราะเขาเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ประสบปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ช่วงที่ข่าวคราวการวางขายไวอากราเป็นที่พูดถึงกันมากนั้น เขาเป็นคนหนึ่งที่ลงทุนฝากเพื่อนซื้อยาชนิดนี้มาจากต่างประเทศ เพื่อทดลองใช้แม้ว่าจะมีราคาค่อนข้างแพงอยู่บ้าง แต่ความประทับใจที่มีให้กับยาในกลุ่มไลฟ์ สไตล์ ดรักส์ ประกอบกับข้อมูล ข่าวสารต่างๆ ที่เขาสืบค้นมาจากอินเทอร์เน็ตก็ทำให้เขาตัดสินใจไม่ยาก แต่เมื่อภรรยาของเขาอ่านพบข่าวคราวเกี่ยวกับผลข้างเคียงของไวอากราในช่วงนั้น ทำให้เขาเกิดความไม่แน่ใจจึงระงับการสั่งซื้อไว้ก่อน แล้วตัดสินใจเข้ารับคำแนะนำจากแพทย์พร้อมกันทั้งเขาและภรรยา จนเมื่อแพทย์ตรวจดูแล้วไม่พบความผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจ จึงสั่งยาไวอากราให้นั่นแหละ ชีวิตครอบครัวของเขาก็สดใสขึ้น และไวอากราก็เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้

จากนั้นขบวนยาในกลุ่มไลฟ์ สไตล์ ดรักส์ ก็ตบเท้าตามเข้ามาในชีวิตของคุณดนัย เมื่อภาวะศีรษะล้านเริ่มคุกคาม เขาเข้าพบแพทย์ที่ศูนย์การให้
10 ข้อ ควรรู้กับ VIAGRA

1. ไวอากรา (Viagra) ประกอบด้วยตัวยา Sildenafil citrate มีขนาดความแรง 3 ขนาด คือ 25, 50 แบะ 100 mg
2. ขนาดของยาที่รับประทานในแต่ละครั้ง เริ่มที่ 50 mg. อาจเพิ่มเป็น 100 mg. หรือลดลงเป็น 25 mg. โดยดูผลหลังใช้ยาและอาการข้างเคียงจากยา
3. ควรใช้ยาก่อนมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 1 ชม. และไม่เกิน 1 ครั้งต่อวัน
4. คำเตือนบนฉลากระบุว่า "ยานี้ใช้เฉพาะผู้ป่วยชายที่เป็นโรคหย่อนสมรรถภาพไม่ใช่ยาเพิ่มพลังทางเพศ" และ "การทานยาไวอากราร่วมกับไนโตรกลีเซอรีน (Nitroglycerin) หรือยาที่เกี่ยวกับหัวใจอื่น จะทำให้เกิดอันตรายได้"
5. ไวอากราไม่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ชายที่ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของอวัยวเพศ
6. ไวอากราจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ชายที่มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของอวัยวะเพศบางรายและในบางครั้งเท่านั้น
7. ไวอากราไม่มีผลในการทำให้เกิดความพึงพอในในการร่วมเพศ (orgasm) ที่ดีขึ้น สำหรับผู้ชายที่ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของอวัยวะเพศ
8. อาการข้างเคียงที่พบบ่อยจากการใช้ยาไวอากรา คือ ปวดศีรษะ หน้าแดง มึนงง อาหารไม่ย่อย คัดจมูก ประสาทการมองเห็นเปลี่ยนแปลงชั่วคราว โดยจะเห็นแสงจ้า หรือมองไม่ชัด
9. ไม่แนะนำให้ใช้ยาไวอากราในเด็ก และสตรี
10. ผู้ป่วยที่จะได้รับยาไวอากราควรได้รับการซักประวัติและตรวจร่างกายจากแพทย์ ก่อนทุกราย

คำปรึกษาด้านเส้นผมชื่อดังแห่งหนึ่ง แพทย์แนะนำยาไมน็อกซิดิล (Minoxidil) ให้เขารู้จัก และความที่คุยกันถูกคอกับแพทย์ ทำให้เขาได้ข้อมูลเรื่องที่มาของยาไมน็อกซิล ซึ่งไม่ได้ตั้งใจติดขึ้นมาเพื่อรักษาภาวะศีรษะล้านหรอก นี่เป็นแค่ผลข้างเคียงของยาเท่านั้น เขาเองยังขำ และเก็บมาจดจำว่าบางครั้งแม้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ แต่การตั้งใจทำให้ดีที่สุดอาจมีผลตอบแทนในรูปแบบที่ไม่ได้คาดหวังเกิดขึ้นก็ได้

ล่าสุดนี่เอง ที่เขาทดลองใช้ยาเซนิคาล (Xenical) คราวนี้เขาไม่ได้ใช้เป็นประจำทุกวัน แต่จะเลือกรับประทานก่อนอาหรมื้อใหญ่บางมื้อ ที่ค่อนข้างจะอุดมด้วยไขมัน เพราะความที่รู้ตัวดีว่า ไม่สามารถปฏิเสธอาหารมื้อใหญ่นั้นได้ แถมไม่กินก็ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของการเจรจาธุรกิจ จะเข้าไปนั่งทำเป็นรักษาสุขภาพอยู่ก็พอดีโปรเจกท์หลุดกัน เพราะต้องโทษข้อหาไปทำบรรยากาศสังสรรค์เสียหาย งานอย่างเขาต้องตามใจลูกค้า แต่เซนิคาลก็ช่วยเขาได้จริงๆ เพราะหลังอาหารมื้อใหญ่ผ่านไป เขาก็จะขับถ่ายกากอาหารพร้อมไขมันจำนวนมากออกมา เขาเชื่อว่าเพราะยาตัวนี้คือ ยาลดการดูดซึมไขมัน เมื่อไม่ดูดซึมก็ต้องขับถ่ายออกมา วิธีนี้จึงเหมาะกับเขาแล้วเขาเองก็ใช้เรื่อยมา และยังแนะนำเพื่อนๆ ที่มีปัญหาแบบเดียวกันให้ใช้ตามด้วย

หากถามว่า ยาเหล่านี้แพงไหม สำหรับคุณดนัย? คุณดนัยก็คงต้องบอกว่า "แพง" เพราะถ้ารวมค่ายาในแต่ละวันก็แพงโขอยู่ แต่เมื่อเทียบกับรายได้ของเขาปีละ หลายสิบล้านบาท เงินแค่นี้สำหรับการซื้อสุขภาพที่ดีขึ้น ในเงื่อนไขการดำเนินชีวิตแบบเขา ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ยอมเสียได้แบบไม่ต้องคิด

แน่ล่ะ ตอนนี้เขากำลังมองหายาตัวใหม่ ที่น่าจะทำให้คุณภาพชีวิตของเขาดีขึ้น และกำลังปรึกษาแพทย์ประจำตัวว่าถึงเวลาที่จะต้องฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) เพื่อรักษาบุคลิกหรือยัง…

นี่คือ หนึ่งในรูปแบบการใช้ชีวิตของคุณดนัย นักธุรกิจหนุ่มใหญ่คนหนึ่ง ที่เป็นตัวอย่างของการใช้ชีวิตไปพร้อมๆ กับการบริโภคยาในกลุ่ม ไลฟ์ สไตล์ ดรักส์ ชีวิตของคุณดนัยเกี่ยวข้องกับยาอย่างมาก จน "ยา" กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ลองมาตีแผ่ดูให้เห็นชัดๆ จะได้ตัวอย่างผังชีวิตประจำวัน ดังนี้

6.30 น.
7.00 น.
7.30 น.
8.00 น.
12.00 น.
13.00 น.
18.00 น.
19.00 น.
22.00 น.
23.00 น.
ตื่นนอน
กิจวัตรประจำวัน + ทายาไมน็อกซิดิล หลังอาบน้ำสระผม
อาหารเช้า + สเตติน 1 เม็ด
ถึงบริษัท เลขารายงานตารางนัดหมายวันนี้ ปฏิบัติตามตาราง
รับประทานสลัดเป็นอาหารกลางวัน
กลับมาทำกิจกรรมตามตารางนัดหมาย
เบรกงาน เตรียมพร้อมสำหรับนัดครั้งสำคัญ
อาหารจีนมื้อใหญ่ + เซนิคาล 1 เม็ด
กลับถึงบ้าน สะสางงาน
ยกน้ำหนัก 15 นาที อาบน้ำเตรียมตัวพักผ่อน + ไวอากรา 1 เม็ด


รู้จักเซนิคาล (Xenical)

เซนิคาล : คือตัวยา Orlistat ในรูปแบบแคบซูล ขนาด 120 mg.
เซนิคาล : มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไลเปส (Lipase) ซึ่งทำหน้าที่ย่อยไขมันไตรกลีเซอไลด์ (Triglyceride) ให้อยู่ในรูปแบบที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ ส่งผลให้ร่างกายดูดซึมไขมันได้น้อยลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระดับการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมันด้วย (วิตามินเอ ดี อี และ เค) ผู้ใช้ยาอาจต้องรับประทานวิตามินเสริม
เซนิคาล : ใช้ทางการรักษาสำหรับผู้ป่วยโรคอ้วนหรือผู้ที่มีน้ำหนักเกิน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โดยใช้ร่วมกับการควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก
เซนิคาล : อาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์คือ ปวดอุจจาระ หรืออุจจาระเพิ่มมากขึ้น ถ่ายอุจจาระเป็นไขมันและน้ำมัน ผายลมพร้อมของเหลว มีน้ำมันหยดออกมา จนอาจถึงอาการกลั้นอุจจาระไม่อยู่ บางรายอาจท้องอืด หรือปวดท้องร่วมด้วย และอาการจะเพิ่มมากขึ้น เมื่อรับประทานอาหารที่มีไขมันมาก
เซนิคาล : ข้อควรระวังและข้อห้ามใช้
1. ห้ามใช้ในผู้ที่มีการดูดซึมในทางเดินอาหารผิดปกติเรื้อรัง และผู้ที่มีการอุดตันของทางเดินน้ำดี
2. ไม่ควรใช้ยาในระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร
นั่นคือรูปแบบชีวิตที่เกิดขึ้นจริงในวันนี้ สำหรับคุณดนัยและใครอีกหลายคน แต่สำหรับผู้อ่านอีกหลายท่านที่โชคดี มีชีวิตที่สุขสงบ เรียบง่ายกว่าคุณดนัย และคุ้นเคยกับการใช้ "ยา" เพื่อรักษา คงนึกสงสัยว่า "ทำไมจะต้องกินยามากมายขนาดนั้น" หรือ "กินยาขนาดนั้นแล้วไม่มีผลข้างเคียงหรือ…"

นั่นเป็นเพราะการรับรู้เรื่อง "ยา" ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเรื่องของการใช้เพื่อรักษา ทำให้เรื่องยากับคนไทยเราเป็นเรื่องที่เฉพาะเจาะจงมากกว่าที่จะเป็นเรื่องของชีวิตประจำวัน ประกอบกับคนไทยเราโชคดี เพราะอาหารไทยของเราเป็นอาหารที่ไม่เน้นเนื้อสัตว์ที่อุดมด้วยไขมัน แต่จะบริโภคผัก ปลาเป็นอาหารหลักหากฟังคำว่า ข้าว ปลา อาหารจะเห็นได้ชัด

แต่อีกฟากหนึ่งของโลกกลับเป็นคนละด้าน เนื่องจากวิถีชีวิตที่เร่งรีบ และรูปแบบการรับประทานอาหารที่อุดมด้วยเนื้อสัตว์ไขมันสูง

ซึ่งตามความจริงแล้วก็เหมาะกับอุณหภูมิของประเทศเขาที่ต้องการพลังงานไว้แปรสภาพเป็นความอบอุ่นให้กับร่างกาย แต่เมื่อความไม่สมดุลเกิดขึ้น ด้วยการที่กินมากเกินไป ออกกำลังกายน้อยลง เครียดมากขึ้น ความเจ็บป่วยก็ตามมา

และด้วยความที่บ้านเขาอุดมไปด้วยเรื่องของงานศึกษาและวิจัยในสาขาต่างๆ การค้นพบยาตัวใหม่ๆ จึงมีเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ผลจากการวิจัยเพื่อหายามาบำบัดโรคที่เกิดจากภาวะโภชนาการไม่สมดุลเหล่านี้ กลับได้มาซึ่งยาตัวใหม่ๆ ที่มีผลข้างเคียงน้อยจนนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ในบ้านเราก็เช่นเดียวกัน คนกลุ่มหนึ่งเริ่มใช้ "ยา" เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่นเดียวกับคุณดนัย ซึ่งสาเหตุนั้นคงมาจากที่เดียวกัน นั่นคือรูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป สุขภาพร่างกายทรุดโทรมลง โรคฮิตของคนกลุ่มนี้คือ ไขมันอุดตันในเส้นเลือด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และตายด้วยเส้นเลือดในสมองแตก หรือหัวใจวายเฉียบพลัน ซึ่งก็เนื่องมาจากเส้นเลือดแตกเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่คนกลุ่มนี้ จะกลัวโรคเหล่านี้อย่างมาก เพราะรู้ดีว่า ตนเองเป็นกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งความพร้อมทางด้านฐานะการเงิน เขาจึงเลือกที่จะรับประทานยาไลฟ์ สไตล์ ดรักส์ เพื่อป้องกันการเกิดโรค ดังตัวอย่างของ คุณดนัย เป็นต้น

เมื่อมีกลุ่มผู้บริโภคจำนวนมาก การทุ่มเทต่อการศึกษาวิจัยก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น ผลการศึกษาล่าสุดที่นำเสนอต่อที่ประชุมโรคอัลไซเมอร์นานาชาติของคณะนักวิจัยจากคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยบอสตัน พบว่า ยาสเตติน อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ หรือความจำเสื่อมได้ ซึ่งเป็นการย้ำความเกี่ยวโยงระหว่างการใช้ยาลดโคเลสเตรอล กับการลดความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับสมอง

การวิจัยของคณะนักวิจัยจากคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยบอสตันพบว่า คนที่รับประทานยาสเตติน เพื่อลดระดับโคเลสเตอรอลสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นอัลไซเมอร์ได้ถึง 29% ซึ่งผลการศึกษาดังกล่าวมาจากการศึกษากับคนไข้จำนวน 2,378 คน ซึ่งถือว่าเป็นการนับการศึกษากับคนจำนวนมากที่สุด เพื่อดูความสัมพันธ์ระหว่างโรคอัลไซเมอร์ กับยาสเตติน ซึ่งในปัจจุบันมีผู้นิยมใช้กันเป็นจำนวนมากขึ้น

ส่วนกลุ่มของยาไวอากรา หลังจากที่ติดตลาดมานานในเรื่องของ การรักษาภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ก็กลับมาโปรโมตตัวเองใหม่ โดยเน้นคุณประโยชน์ในการลดระดับความดันเลือดลงได้ เพื่อให้เป็นยาชนิด 2 in 1

เรื่องราวเหล่านี้บางครั้งดูไกล แต่บางทีก็กลับเป็นเรื่องใกล้ตัวผู้อ่านหลายท่าน คงไม่จำเป็นต้องเสาะแสวงหายาเหล่านี้มาเพื่อเสริมคุณภาพชีวิต เพราะเรียนรู้ที่จะดูแลตนเอง และดำเนินชีวิตในแนวทางสายกลางตามหลักทางพุทธศาสนา และตามวิถีดั้งเดิมของคนไทย แต่ก็คงมีอีกหลายท่าน ที่ตำแหน่งหน้าที่หรือความจำเป็นอื่นๆ ผลักดันให้ต้องพึ่งพาไลฟ์ สไตล์ ดรักส์ (Life Style Drugs) อย่างคุณดนัย เป็นต้น แต่ถึงที่สุดแล้ว อย่าลืมว่า Life Style Drugs ต้องมาควบคู่กับวิถีชีวิตแบบ Healthy Life Style จึงจะเป็นสูตรที่ประสบความสำเร็จ ถ้ากินแต่ยาเพื่อหวังที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยไม่ควบคุมอาหาร ไม่ออกกำลังกาย ไม่ละพฤติกรรมที่ทำร้ายร่างกาย ยาแสนวิเศษขนานไหนก็คงไม่สามารถช่วยได้


(update 15 ตุลาคม 2003)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 7 สิงหาคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600