สมัยนี้จะทำอะไรต้องให้รู้เท่าทัน ไม่ใช่แค่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงประสิทธิผลอันพึงได้รับจากสิ่งนั้นๆ ที่จะก่อประโยชน์สูงสุด อย่างเช่นเรื่องของการกินยา
เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย แพทย์สั่งยามา ก็จะต้องรู้จักรักษาสิทธิในฐานะที่เป็นคนป่วย และก็ต้องตระหนักว่า
ตนนั้นกำลังอยู่ระหว่างการรักษาและการกินยาก็เป็นหนทางที่ช่วยให้ร่างกายดีขึ้น
จึงควรที่จะรู้จัก "กินยาอย่างฉลาด" เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด
ข้อปฏิบัติเพื่อการกินยาอย่างฉลาด
- หากแพ้ยาอะไร จะต้องบอกแพทย์ให้ทราบก่อนที่แพทย์จะสั่งยาให้
- ถ้ามียาที่กำลังกินอยู่ก่อนแล้ว ต้องบอกแพทย์ให้ทราบ เพราะยาใหม่ที่ได้รับกับยาเก่าที่กินอยู่
อาจทำปฏิกิริยาต่อกัน และส่งผลกระทบต่อร่างกายได้
- จำหรือจดชื่อยาที่แพทย์สั่ง และสาเหตุการเจ็บป่วยที่แพทย์ต้องสั่งยาชนิดนี้ให้
- เมื่อได้รับยามา ต้องศึกษาให้เข้าใจถึงวิธีการกินยา ใช้ยา เพราะประสิทธิผลยาอาจลดลง
เมื่อยู่ในภาวะที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ยาที่ต้องกินก่อนอาหาร ในขณะที่ท้องว่าง ถ้าลืม
แล้วไป
กินหลังอาหาร ก็จะให้ผลในการรักษาที่ลดลง
- สอบถามให้ทราบว่า กินยานั้นแล้วทำให้ง่วงนอนไหม ระหว่างกินยาต้องงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือไม่
- สอบถามถึงอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจากแพ้ยาชนิดนั้นๆ รวมถึงวิธีการปฏิบัติหากเกิดการแพ้ยา
- ปฏิบัติตามวิธีการใช้ยาอย่างเคร่งครัด อย่าเห็นว่าอาการดีขึ้นแล้วจะหยุดยา
- อย่าลืมถามเภสัชกรว่า จะต้องเก็บยาอย่างไร มีข้อปฏิบัติที่เป็นพิเศษหรือเปล่า
- อย่ากินยาของผู้อื่น
- กำจัดยาเก่า ยาหมดอายุเสีย จะได้ไม่เผลอไปเอามากิน ซึ่งจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
- สำหรับคุณผู้หญิง ถ้าคิดว่ากำลังตั้งครรภ์ อย่ากินยาใดๆ โดยไม่ปรึกษาแพทย์
- อย่าหลอกเด็กว่ายาเป็นขนม
- ถ้าเป็นไปได้ควรใช้บริการจากเภสัชกรคนเดียวกัน เพื่อเขาจะได้ช่วยตรวจสอบ
และเตือนให้ทราบถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยาต่างชนิดกัน
อ่านมาถึงตรงนี้ ก็คงไม่มีข้อไหนที่ยากเกินกว่าจะปฏิบัติได้เลย แค่เพียงใส่ใจกับสุขภาพของตนเองเพิ่มขึ้นอีกนิด
เปิดหัวรับข้อมูลที่ควรทราบเพิ่มขึ้นอีกหน่อย ผลดีไม่ได้ไปไหนเสีย ก็อยู่กับตัวคุณ สุขภาพของคุณนั่นแหละ
(update 2 ธันวาคม 2003)
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 8 กันยายน 2546 ]
|