ตรวจสอบคุณภาพยาด้วยตนเองได้อย่างไร ?
โดยเบื้องต้นประชาชนสามารถตรวจสอบคุณภาพของยาได้ด้วยตนเอง
จากคุณลักษณะทางกายภาพหรือลักษณะภายนอก โดยลักษณะภายนอกของยาที่สามารถตรวจสอบได้
เช่น การดูที่ภาชนะบรรจุต้องไม่มีรอยหรือการแสดงว่ายาได้มีการรั่วไหลออก ภาชนะอยู่ในสภาพเดิม
ไม่เปลี่ยนรูป บิดเบี้ยวหรือเลอะเลือน ถ้าเป็น
- ยาเม็ด
ลักษณะเม็ดยาต้องไม่แตกกร่อน ผุร่วน หรือเปลี่ยนสี ไม่เปลี่ยนรูปไปจากเดิม
- ยาแคปซูล
ต้องไม่แตก โป่งพอง ไม่นิ่มติดกัน หรือกรอบแข็ง
- ยาน้ำ
จะต้องมีลักษณะใส ไม่มีตะกอน แต่ถ้าเป็นยาน้ำแขวนตะกอน
เมื่อเขย่าแล้วจะต้องมีลักษณะเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่แยกชิ้น หรือตะกอนไม่จับกันเป็นก้อนแข็ง
- ยาครีม
เนื้อครีมควรเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่มีของเหลวแยกชั้นจากเนื้อครีม และคีมไม่แห้งแข็ง
นอกจากนี้ ยาจะต้องไม่มีกลิ่นที่ผิดไป เช่น กลิ่นเปรี้ยว หรือเกิดเป็นฟิล์ม เป็นก๊าซ
ถ้าลักษณะของยาเปลี่ยนไปจากที่กล่าวมาข้างต้น เป็นการบ่งบอกว่ายานั้นเสื่อมสภาพแล้ว
หากนำมาใช้จะทำให้เกิดอันตรายได้ ควรเก็บทิ้งหรือทำลายเสีย
นอกจากนี้ สิ่งที่ประชาชนควรสังเกตคือ วันหมดอายุของยา โดยดูที่ฉลากบนภาชนะ
ตรงที่เขียนว่า หมดอายุ Exp./date/expired มักจะระบุในรูปของ "วัน-เดือน-ปี" หรือ "เดือน-ปี"
ซึ่งถ้าไม่ระบุวัน จะให้หมายถึงวันสุดท้ายของเดือนที่กำหนดเป็นวันหมดอายุ
ส่วนมากจะพิมพ์หรือปั๊มไว้ที่ฝากล่องหรือด้านหนึ่งของแผงยา บางทีจะพิมพ์ไว้ที่ฉลากบนกล่องหรือขวดยา
ตรงด้านล่างต่อจากข้อมูลยาหรือชื่อบริษัท ยาหลายชนิดอาจจะไม่ระบุวันหมดอายุ แต่ทุกชนิดจะมีวันผลิต
อยู่ต่อจากเลขที่ผลิต (batch หรือ lot) โดยเขียนว่า ผลิต/Mfg ระบุอยู่ในรูป "วัน-เดือน-ปี" หรือ "เดือน-ปี"
เช่นกัน โดยทั่วไปอายุของเม็ดยา ที่ระบุบนภาชนะจะประมาณ 3-5 ปี ยาน้ำ / ยาครีม ประมาณ 2-3 ปี
ยาตา / เวชสำอาง / ยาฉีดอินซูลิน จะประมาณ 2 ปี จากวันที่ผลิต
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการนำยาออกจากภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทมาใช้ อายุของยาจะสั้นลงกว่าที่ระบุไว้
ในฉลากบนภาชนะบรรจุเดิมที่ออกมาจากโรงงาน เนื่องจากยาน้ำมีโอกาสสัมผัสความชื้นความร้อนต่างๆ
ในอากาศได้สูง ยกเว้น ยาที่บรรจุในแผง ซึ่งไม่มีโอกาสสัมผัสกับความชื้นหรือแสง
ยาเหล่านี้จึงมีอายุตามที่ระบุบนแผงยานั้น
ดังนั้นในทางปฏิบัติ เมื่อได้รับยาจากแหล่งจ่ายยาไม่ว่าจะเป็นร้านยาหรือโรงพยาบาล
นอกจากจะต้องรู้ชื่อยาแล้ว ควรสอบถามถึงวันหมดอายุที่อยู่บนภาชนะ พร้อมให้ระบุวันที่จ่ายยา
และไม่ควรเก็บยานั้นไว้ใช้เกินกว่า 1 ปี (หรือไม่เกินวันหมดอายุตามที่ระบุ)
และยาบางประเภทอายุของยาจะขึ้นกับระยะเวลาที่เริ่มใช้ยาด้วย เช่น
- ยาหยอดตา
จะมีอายุของยาเพียง 1 เดือน นับจากวันเปิดใช้
เมื่อเก็บในตู้เย็น และไม่ควรนำไปใช้ร่วมกับคนอื่น
- ยาล้างตา
เมื่อเปิดใช้แล้วจะมีอายุเพียง 7 วัน
- ยาน้ำเชื่อมชนิดเป็นผงแห้ง
เมื่อผสมน้ำแล้วก็จะมีอายุเพียง 7 วัน
การดูที่ฉลากยาทุกครั้งก่อนที่จะซื้อยาและใช้ยา โดยดูว่ามีข้อมูลครบถ้วน มีฉลากกำกับเป็นภาษาไทย
ระบุทั้งชื่อยา ความแรงของยา ข้อบ่งใช้ วิธีใช้ยา สภาวะในการเก็บรักษายา วันหมดอายุ ข้อควรแนะนำอื่นๆ
รวมทั้งข้อมูลของบริษัทผู้ผลิต การจัดจำหน่าย เลขที่ผลิต วันผลิต และมีเลขทะเบียนยาที่รับรอง
โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทย เป็นวิธีการที่จะช่วยให้พิจารณาได้ว่า
ยานั้นมีคุณภาพหรือปลอดภัยหรือไม่
และที่สำคัญคือ ท่านไม่ควรละเลยที่จะถามเกี่ยวกับยาที่ได้รับจากเภสัชกรในร้านขายยา
ในโรงพยาบาลหรือแพทย์ในคลินิก เพื่อสิทธิ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยในการใช้ยาของตัวท่านเอง
(update 13 ตุลาคม 2003)
[ ที่มา...
เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 8 ฉบับที่ 87 มิถุนายน 2546 ]
|