แอสไพรินกับโรคหลอดเลือดสมอง


พวกเราคงพอจะรู้กันนะครับว่า คนที่มีปัญหาโรคหัวใจกำเริบหรือหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน หากโชคดีไม่ถึงตายหรือไม่พิการ หมอยุคใหม่มักจะจ่ายยาแอสไพรินขนาดต่ำๆ ให้รับประทานวันละเม็ด ในช่วงแรกอาจจะให้ยาขนาดสูงหน่อย แต่ไม่น่าจะให้นาน

อันที่จริงแพทย์เขาพบมานานหลายสิบปีแล้วว่าแอสไพรินไม่ได้ช่วยแค่ลดไข้แก้ปวดเท่านั้น มันยังช่วยลดการสร้างลิ่มเลือดในหลอดเลือดได้ด้วย คนที่รับประทานแอสไพรินจึงเกิดอาการที่เรียกกันว่า เลือดเหลว ภาษาอังกฤษใช้คำว่าเลือดบาง หรือ thin blood นั่นก็คือเลือดจับตัวกันได้ช้า
คนที่รับประทานแอสไพรินบ่อยๆ นอกจากจะเป็นโรคกระเพาะได้ง่ายๆ แล้ว ยังเจอปัญหาเลือดไหลหยุดช้าเมื่อเกิดบาดแผล เหตุก็เพราะการแข็งตัวของเลือดเกิดความผิดปกติ แอสไพรินจึงเสมือนดาบสองคม คนปกติที่คิดจะกินแอสไพรินจึงควรปรึกษาแพทย์เสียก่อน
ในปี 1970 นักวิทยาศาสตร์อังกฤษสองกลุ่ม ค้นพบกลไกของแอสไพรินในการห้ามการจับตัวกันของเกล็ดเลือด โดยพบว่าแอสไพรินจะไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนกรดไขมันจากผนังเกล็ดเลือด ไม่ให้สร้างสารกึ่งฮอร์โมนที่เรียกกันว่าพรอสตาแกลนดินกลุ่มอีสอง เมื่อเอนไซม์ทำงานไม่ได้ สารกึ่งฮอร์โมนเกิดขึ้นไม่ได้ ลิ่มเลือดก็เกิดขึ้นไม่ได้

คนที่เกิดปัญหาหัวใจกำเริบเป็นผลมาจากลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นจากแผลภายในหลอดเลือดหลุดออกมา ในกระแสเลือดแล้วไหลวนเข้าไปในบริเวณหลอดเลือดตีบ หากลิ่มเลือดมีขนาดโต หลอดเลือดที่ตีบอยู่จะถูกอุดจนกระทั่งตัน เลือดไหลผ่านไม่ได้ กล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อในบริเวณถัดขึ้นไป จะขาดเลือดไปเลี้ยงอย่างฉับพลัน หากบริเวณนั้นเป็นหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจบริเวณนั้น ก็ตายเกิดปัญหาหัวใจวายตามมา หากเป็นบริเวณสมองก็เกิดปัญหาเนื้อเยื่อสมองบริเวณนั้นตาย

หัวใจวายหรือสมองตายหากเกิดขึ้นในบริเวณเนื้อเยื่อไม่สำคัญนักหรือลิ่มเลือดที่ตันเกิดหลุดออกไปได้ คนไข้ก็ไม่ถึงตายหรือพิการ ขอเพียงอย่าให้เกิดลิ่มเลือดไหลผ่านเข้ามาอีกสักครั้งเท่านั้น หมอจึงมักจ่ายยาแอสไพรินให้รับประทานเพื่อลดปัญหาการสร้างลิ่มเลือด แอสไพรินที่ให้คนไข้นั้นควรจะเป็นแอสไพรินขนาดต่ำๆ อย่างเช่น 60-100 มิลลิกรัม เรียกกันง่ายๆ ว่า เบบี้แอสไพริน

แต่ธรรมชาติของมนุษย์มักจะคิดในทำนอง if one is good, more should be better มีความหมายในทำนองว่า หากหนึ่งดีแล้ว สองย่อมดีกว่าเสมอ เมื่อคิดได้อย่างนี้จึงมีคนไข้จำนวนไม่น้อย ที่แพทย์จ่ายยาแอสไพรินให้กินวันละเม็ด ความใจร้อนจึงกินมากไปกว่านั้นหรืออาจกินแอสไพรินในปริมาณสูง บางคนกินแอสไพรินถึงขนาด 250-500 มิลลิกรัมทุกวันด้วยซ้ำ
การใช้แอสไพรินกลายเป็นที่นิยมไม่เฉพาะคนที่มีปัญหาโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมองเท่านั้น แม้กระทั่งคนปกติก็ยังนิยมใช้กันทั่วไป โดยเชื่อกันว่าหากรับประทานแอสไพรินแล้ว โรคหลอดเลือดไม่ว่าจะสมองหรือหัวใจจะไม่มาถามหาอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ออกจะคลาดเคลื่อนไปหน่อย ซึ่งเรื่องนี้มีข้อมูลแสดงออกมาให้ได้เห็นกันจะจะทางวิทยาศาสตร์ เป็นบทความวิจัยตีพิมพ์อยู่ในวารสาร Journal of American Heart Association เมื่อปี 2002 นี้เอง
ทีมนักวิทยาศาสตร์ที่วิทยาลัยแพทย์ฮาร์วาร์ดและบริกแฮมรวมทั้งที่โรงพยาบาลหญิงในเมืองบอสตัน ทำการศึกษาผลของการใช้แอสไพรินในหญิงปกติจำนวน 79,319 คนอายุระหว่าง 34-59 ปี ทำการติดตามศึกษานาน 14 ปี ตั้งแต่ปี 1980 ถึง 1994 ในระหว่างนี้มีคนที่เสียชีวิต ด้วยหลอดเลือดสมองอุดตันเฉียบพลัน (ischemic stroke) จำนวน 295 คน และหลอดเลือดสมองแตก (hemorrhagic stroke) 100 คน

นักวิจัยลองตรวจสอบข้อมูลเฉพาะคนที่เสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดในสมองแตกพบว่า ส่วนใหญ่ใช้แอสไพรินมากกว่า 15 เม็ดต่อสัปดาห์ หรือกินมากเกินไปนั่นแหละ ศาสตราจารย์โจแอนน์ แมนซัน (Joann Manson) หัวหน้าทีมวิจัยให้ข้อสรุปไว้ว่า คนที่รับประทานแอสไพริน 1-6 เม็ดต่อสัปดาห์จะลดความเสี่ยงของการเกิดปัญหาหลอดเลือดสมองอุดตันได้

ปัญหาอยู่ที่คนที่รับประทานยามากกว่า 15 เม็ดต่อสัปดาห์หรือเกินวันละสองเม็ด อย่างเช่นรับประทานวันละมากกว่า 250 มิลลิกรัม คนพวกนี้แม้จะไม่มีปัญหาหลอดเลือดสมองตีบ แต่กลับเกิดปัญหาหลอดเลือดในสมองแตกมากกว่าปกติถึงสองเท่า หากเป็นคนสูงอายุความเสี่ยงที่ว่านี้ จะเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า การกินแอสไพรินมากจนเกินไปแทนที่จะเป็นผลดีจึงกลายเป็นการสร้างปัญหา

เรื่องนี้คล้ายๆ กับเรื่องราวของคนเอสกิโมซึ่งกินอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้าสามสูงมาก คนเอสกิโมไม่มีปัญหาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ไม่มีปัญหาหัวใจวาย แต่กลับมีปัญหาโรคหลอดเลือดสมองแตกมากกว่าคนกลุ่มอื่น ใครที่กินน้ำมันปลาจึงต้องระวังกันไว้หน่อย กินไม่มากนักจะช่วยป้องกันโรคหัวใจและสมองได้ หากกินมากเกินไปกลับจะสร้างปัญหา สรุปแล้วเรื่อง โภชนาการจะต้องมีความพอดี น้อยไปก็มีปัญหา มากเกินไปก็ไม่ดี


(update 22 พฤษภาคม 2003)
[ ที่มา... เนชั่นสุดสัปดาห์   ปีที่ 12 ฉบับที่ 568 วันที่ 21 - 27 เม.ย. 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600