ยาลดกรด


ในบรรดาคนรู้จักใกล้ๆ ตัว หากลองถามดูว่าเป็นโรคกระเพาะหรือเปล่า ?
…มากกว่าครึ่งหนึ่ง ต้องบอกว่า …เป็น และในจำนวนผู้ที่เป็นนั้นทุกคน จะรู้จักกับ "ยาลดกรด" เพราะต้องใช้ลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง อันเนื่องมาจากกรดแก๊สในกระเพาะอาหารมากเกินไป แต่ในจำนวนคนที่รู้จักยาลดกรด ปรากฏว่า มีไม่กี่คนหรอกที่จะรู้ถึงการใช้ยาลดกรดอย่างถูกต้อง

โดยทั่วไปแล้วเราแบ่งยาลดกรดออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่
  • กลุ่มแรก - เป็นยาลดกรดที่สามารถดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้ ที่รู้จักกันดี เช่น โซดามินต์ โซเดียมคาร์บอเนต ยาตัวนี้จะดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้เร็ว มักใช้ในคนที่มีกรดในเลือดสูง เช่น ผู้ป่วยโรคไต เบาหวาน

  • กลุ่มที่สอง - เป็นยาลดกรดชนิดที่ไม่ดูดซึมเข้ากระแสเลือด ยาในกลุ่มนี้นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งชนิดน้ำและชนิดเม็ด โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหาร หรือผู้ป่วยที่มีกรดหลั่งมาก หลังรับประทานอาหารแล้วมีอาการปวด จุก เสียด แน่นท้อง ได้แก่ เกลืออะลูมิเนียม เช่น อะลูมิเนียมไฮดรอไซค์ เกลือแมกนีเซียม และแคลเซียมคาร์บอเนต

ยาลดกรดประเภทเกลืออะลูมิเนียมและแคลเซียมคาร์บอเนต เมื่อใช้เป็นเวลานานๆ อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการท้องผูกได้ ส่วนยาลดกรดประเภทเกลือแมกนีเซียม ก็สามารถทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ ดังนั้นยาลดกรดในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จึงนิยมนำยาทั้งสองประเภทมารวมกัน เพื่อลดผลเสียที่อาจเกิดขึ้นของกันและกัน เมื่อเรากินยาลดกรด ยาจะช่วยทำให้ความเป็นกรดในร่างกายลดลง เนื่องจากคุณสมบัติของตัวยาที่เป็นด่างนั่นเอง ผลคืออาการปวดท้อง จุกเสียด แน่นท้อง อันเนื่องจากกรดหลั่งมากเกินไปก็จะดีขึ้น

การรับประทานยาลดกรด ถ้าเป็นแบบเม็ด ควรเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน ส่วนยาน้ำ ก็ต้องเขย่าขวดทุกครั้งก่อนรับประทาน เพื่อให้ยากระจายตัวได้ทั่วถึง และควรทานยาหลังอาหารประมาณ 1 ชั่วโมง หรือ ใช้เฉพาะเมื่อมีอาการ

การเลือกซื้อยา ต้องรู้ก่อนว่า ตัวเองมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาประจำอะไรอยู่บ้าง เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ เช่น เป็นโรคความดัน โรคหัวใจ โรคไต ฯลฯ เพราะการใช้ยาลดกรด โดยมิได้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร อาจทำให้โรคเดิมที่เป็นอยู่มีอาการแย่ลง

ปัญหาของการใช้ยาลดกรด คือ การเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา เช่น ถ้าใช้ยาเตตราไซคลิน สำหรับฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หรือใช้ยาโพรพราโนลอล หรือยาลดความดัน ทำให้ยาเหล่านี้ออกฤทธิ์ได้ไม่ดีเท่าที่ควร การควบคุมอาการของโรคดังกล่าวก็จะแย่ลง ดังนั้นจึงไม่ควรกินยาลดกรดพร้อมกับยาเหล่านี้ แต่ถ้าจำเป็นให้กินห่างกันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อย่าเข้าใจผิดคิดว่า ยาลดกรดช่วยป้องกันหรือรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร เพราะยาลดกรดเป็นเพียงยาที่ช่วยบรรเทาอาการปวด จุกเสียด แน่นท้อง อันเนื่องมาจากกรดหลั่งในกระเพาะอาหารมากเกินไปเท่านั้น ส่วนการเลี่ยงปัญหากรดหลั่งในกระเพาะอาหารมากเกินไป ก็สามารถทำได้โดย ลดการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสจัด ไม่กินจนอิ่มมากเกินไป กินให้เป็นเวลา พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ซื้อยาแก้ปวดหรือยาชุดมากินเอง โดยมิได้ปรึษาแพทย์หรือเภสัชกร


(update 21 มกราคม 2003)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 26 ฉบับที่ 10 ตุลาคม 2545 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600