การที่มีฟันห่างหรือเกิดช่องว่างระหว่างฟันโดยเฉพาะฟันหน้า เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ความสวยงามของใบหน้าลดลง
บางคนมีความเชื่อว่าการมีฟันหน้าที่ห่างกันนั้น จะทำให้เงินไหลออกเก็บเงินไม่ค่อยอยู่ ซึ่งเป็นเพียงความเชื่อ
และไม่มีข้อพิสูจน์ใดๆ แต่ที่แน่ๆ คือ คนที่มีฟันหน้าห่างกันนั้น มักจะขาดความมั่นใจในบุคลิกภาพ
โดยเฉพาะเวลาที่ยิ้มหรือสนทนากับผู้อื่น ในการแก้ไขปัญหาของฟันหน้าห่างนั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุ
และความเหมาะสมของแต่ละคน
ก่อนไปถึงวิธีแก้ไข พวกเรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีมั้ยคะว่า มีสาเหตุใดบ้างในการทำให้ฟันหน้าห่าง
หรือเกิดช่องว่างระหว่างฟันได้บ้าง
สาเหตุที่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างฟัน
- ลักษณะนิสัยที่ผิดปกติ เช่น การกลืนที่ผิดปกติ
บางคนจะใช้ลิ้นดันฟันหน้าในขณะกลืน (Tongue thrusting) ทำให้ฟันแผ่กระจายตัวออก
เกิดช่องว่างระหว่างฟันหน้าบนและล่าง เด็กบางคนชอบดูดนิ้วมือเป็นเวลานาน
ส่งผลให้มีการยื่นของฟันหน้าบนและมีช่องว่างระหว่างฟันซี่ข้างๆ เกิดขึ้นได้
- การถอนฟันและไม่ใส่ฟันทดแทน จะทำให้เกิดช่องว่างของฟันที่ถูกถอนออกไป
และเกิดการล้มเอียงตัวของฟันบริเวณที่ติดกับช่องว่างนั้น ทำให้เกิดช่องห่างกับฟันที่อยู่ข้างเคียง
บางคนอาจเกิดภาวะการกระจายตัวของฟัน เกิดเป็นช่องว่างระหว่างฟันหลายแห่งได้
- การมีแผ่นกล้ามเนื้อยึดริมฝีปากที่อยู่เหนือฟันหน้าบน เกาะตัวใกล้ฟันมากเกินไป
ทำให้ขัดขวางการเรียงตัวของฟันหน้าบน ก่อให้เกิดช่องว่างระหว่างฟันหน้า
กรณีนี้อาจจะพบว่าฟันซี่อื่นเรียงตัวเป็นปกติ แต่จะมีช่องว่างเฉพาะฟันหน้าบนเท่านั้น
- สาเหตุทางพันธุกรรม บางคนมีความไม่สมดุลระหว่างขนาดของฟัน
และขากรรไกร โดยฟันมีขนาดเล็กเกินไป แต่มีขากรรไกรขนาดใหญ่ ทำให้เกิดช่องว่าง
ลักษณะนี้ผู้ป่วยจะมีฟันห่างกันหลายๆ ซี่
- สาเหตุอื่นๆ ซึ่งอาจเกิดจากการแคะฟันด้วยไม้จิ้มฟันเป็นประจำ
เนื่องจากมีบางส่วนของวัสดุไปอุดฟันที่แตกหักไป และไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้มีเศษอาหารติดทุกครั้งที่เคี้ยวอาหาร
หรือผู้ป่วยที่เป็นโรคปริทันต์ ซึ่งเริ่มต้นจากการที่มีหินปูน เกิดเหงือกอักเสบ และปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่ได้รักษา
จนเกิดการลุกลามไปกระทั่งมีการละลายตัวของกระดูก ถ้ายังคงละลายต่อไป
ก็จะพบว่ามีฟันโยกและฟันห่างออกจากกันมากขึ้นเรื่อยๆ
วิธีแก้ไขปัญหาช่องว่างระหว่างฟัน
สามารถทำได้หลายวิธี ทั้งนี้ มีค่าใช้จ่ายและเวลาในการรักษาที่แตกต่างกันไป
1. การอุดปิดช่องว่างระหว่างฟัน
โดยการใช้วัสดุอุดฟันที่มีสีเหมือนฟัน อุดเติมขนาดของฟันแต่ละซี่ให้ใหญ่ขึ้นจนชิดกัน
วิธีนี้สามารถปิดช่องฟันหน้าที่ห่างกันได้อย่างสวยงาม โดยที่ไม่ต้องมีการกรอฟันเลย
อาจจะมีเพียงการกรอผิวเคลือบฟันเพื่อลดความนูนของสันฟันลงเพียงเล็กน้อย
เพื่อให้เกิดความสวยงามดูสมดุลกันของฟันทั้งสองซี่ ใช้เวลาประมาณ 30-45 นามี กล่าวคือ
สามารถทำเสร็จได้ในครั้งเดียวเหมือนการอุดฟันทั่วๆ ไป ข้อเสียคือ ต้องระมัดระวังที่จะไม่ใช้ฟันหน้า
กัดแทะอาหารแข็ง เช่น เมล็ดถั่วต่างๆ หรือผลไม้แข็งๆ เช่น ฝรั่ง แอปเปิ้ล เป็นต้น และสามารถทำให้เกิดเหงือกอักเสบในบริเวณนั้นได้ถ้าดูแลเรื่องความสะอาดไม่ดีเพียงพอ
2. การทำเคลือบฟันหรือวีเนียร์ (Veneer)
บางคนจะเรียกว่าการฉาบฟันหรือการฉาบมุก วิธีนี้ทันตแพทย์จะทำการกรอฟันทางด้านหน้าออกบางส่วน
แล้วใช้วัสดุพวก พอร์ซเลน (Procelain) หรือวัสดุที่ใช้อุดฟันหน้าที่มีสีเหมือนฟัน ที่เรียกว่า คอมโพสิต เรซิน
(Composite Resin) มาปิดทับลงบนด้านหน้าฟันที่กรอไว้ ชาวต่างชาติมักจะเรียกวิธีนี้ว่า เป็นการทำหน้ากากฟัน (Mask)
แผ่นวัสดุเหล่านี้ จะยึดติดกับตัวฟันด้วยวัสดุยึดติดที่เฉพาะ จึงเหมาะสำหรับฟันหน้าที่ไม่ต้องรับการกระแทกใดๆ
ไม่แนะนำให้ทำในผู้ป่วยที่มีประวัติการนอนกัดฟัน เพราะจะทำให้เกิดการแตกหักเสียหายได้ วิธีนี้ใช้เวลาในการทำ 2 ครั้ง นัดครั้งแรกทันตแพทย์จะทำการกรอผิวฟันเตรียมที่สำหรับวัสดุตกแต่ง หลังจากนั้นจะทำการพิมพ์ปาก
เพื่อเตรียมแบบจำลองฟัน และส่งห้องแลป นัดครั้งที่ 2 ก็จะทำการยึดติดวัสดุที่เตรียมมาไว้ให้ผู้ป่วย
ค่าใช้จ่ายในการรักษาจะสูงกว่าอุดฟันปิดช่องว่างระหว่างฟัน แต่จะให้ความสวยงามที่ดีกว่า
นอกจากนี้ยังสามารถใช้แก้ไขความผิดปกติของสีฟันได้อีกด้วย ทั้งนี้ควรดูแลเรื่องความสะอาดเป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน
(update 24 กรกฎาคม 2003)
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 5 มิถุนายน 2546 ]
|