สวัสดีค่ะคุณหมอคะ ดิฉันมีปัญหาเกี่ยวกับการใส่ฟันปลอมค่ะ คือ ดิฉันได้ถอนฟันแท้ด้านหน้าออกไปแล้ว 2 ซี่
หมอแนะนำให้ใส่ฟันปลอม แต่ดิฉันเคยได้ยินเพื่อนๆ บอกว่าเดี๋ยวนี้มีวิธีใหม่คือ
การใส่รากฟันเทียมซึ่งจะทำให้เคี้ยวอาหารได้เหมือนฟันเดิม แล้วก็ยังสวยงาม ไม่ต้องถอดออกบ่อยๆ
ด้วยจริงหรือเปล่าคะ อยากทราบว่าการใส่รากฟันเทียมมีประโยชน์อย่างไร มีขั้นตอนอย่างไรบ้างคะ
เผื่อดิฉันจะได้ตัดสินใจทำบ้างค่ะ ขอบคุณค่ะ
วารินทร์
สวัสดีค่ะ คุณวารินทร์ ในอดีตเมื่อมีการถอนฟันออกไปแล้ว ช่องว่างที่เกิดขึ้น มักจะถูกแทนที่โดยการใส่ฟันปลอม
โดยอาจจะเป็นฟันปลอมแบบ ติดแน่น หรือถอดได้ ถ้าเป็นการใส่ฟันปลอมแบบติดแน่น (มักจะเรียกกันว่า สะพานฟัน)
ฟันข้างเคียงซึ่งจะถูกใช้เป็นฟันหลัก ในการครอบฟันจะถูกกรอออกให้ขนาดเล็กลง ซึ่งเมื่อครอบฟันลงไปแล้ว
จะมีขนาดฟันใกล้เคียงกับของเดิม ในกรณีที่ไม่สามารถใส่สะพานฟันได้ ฟันปลอมถอดได้ก็จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
แต่เนื่องจากฟันปลอมถอดได้มีส่วนของเหงือกปลอมคลุมอยู่ ก็จะทำให้เกิดความรำคาญหรือพูดไม่ชัด
ข้อด้อยเหล่านี้อาจส่งผลทำให้เกิดการเลี่ยงไม่ใส่ฟันปลอม ส่งผลเสียตามมา เช่น การล้มของฟันข้างเคียง
การยื่นยาวของฟันคู่สบ การยุบตัวของกระดูกขากรรไกร เป็นต้น
- เทคโนโลยีใหม่ของการใส่ฟันปลอม :
ปัจจุบันเทคโนโลยีล่าสุดที่ถูกนำมาช่วยแก้ปัญหา สำหรับท่านที่ไม่อยากใส่ฟันปลอมแบบเดิม คือ
การฝังรากฟันเทียมในกระดูกขากรรไกรตรงตำแหน่งที่ถอนฟัน ซึ่งสามารถช่วยทดแทนฟันที่สูญเสียไป
สามารถใช้ฟันบดเคี้ยวอาหาร รวมทั้งยังดูสวยงามคล้ายฟันเดิมก่อนถูกถอนออกไป
รากฟันเทียม คือ แท่งโลหะไทเทเนียมที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
รูปร่างคล้ายทรงกระบอกซึ่งจะถูกฝังเข้าไปในกระดูกขากรรไกรใต้เหงือก
เพื่อรองรับฟันปลอมในตำแหน่งฟันที่ถูกถอนไป
เนื่องจากรากฟันเทียมใช้เป็นแกนสำหรับครอบฟันได้เลย จึงไม่มีการสูญเสียเนื้อฟันข้างเคียง
เป็นการเก็บรักษาเนื้อฟันไว้ได้ นอกจากนั้นการฝังรากฟันเทียมเข้าไปในกระดูกขากรรไกร
จะทำให้การละลายของกระดูกซึ่งเกิดขึ้นหลังการถอนฟันลดลง
การใส่รากฟันเทียมจะช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพ และทำให้เกิดความมั่นใจในการพูดมากขึ้น
เนื่องจากไม่ต้องคอยระวังว่าฟันปลอมอาจจะหลุดออกมา ยิ่งไปกว่านั้นฟันปลอมที่ครอบบนรากฟันเทียม
จะมีความสวยงามคล้ายฟันธรรมชาติ และมีประสิทธิภาพดีในการบดเคี้ยวอาหาร รวมทั้งไม่ต้องกังวลว่า
จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับรากฟันผุเหมือนฟันแท้ เนื่องจากรากฟันเทียมเป็นโลหะไทเทเนียม
จึงไม่มีฟันผุเกิดขึ้น
- ผู้สามารถใส่รากฟันเทียมได้ :
คนทั่วไปสามารถรับการใส่รากฟันเทียมได้ถ้า
1. มีกระดูกขากรรไกรหนา และสูงพอควร รวมทั้งความหนาแน่นของกระดูกขากรรไกร
ที่เพียงพอสำหรับยึดรากฟันเทียม (ในกรณีที่กระดูกขากรรไกรไม่พอ สามารถเสริมกระดูกเพื่อเพิ่มความสูง
และความหนาได้)
2. ไม่มีโรคประจำตัวที่มีผลต่อการหายของแผลหลังการใส่รากฟันเทียม เช่น
โรคเบาหวานที่ไม่ได้รับการรักษาหรือไม่ได้ควบคุม โรคมะเร็งที่กำลังได้รับการรักษาอยู่ เป็นต้น
- ขั้นตอนการใส่รากฟันเทียม :
1. การตรวจและปรึกษาแพทย์ โดยทันตแพทย์ประกอบด้วย ทันตแพทย์เฉพาะทางใส่ฟัน
และทันตแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมช่องปาก ซึ่งจะทำงานกันเป็นทีม มีการตรวจสุขภาพภายในช่องปาก
การเอกซเรย์บริเวณที่จะใส่รากฟันเทียม (เพื่อดูสภาพและปริมาณ ของกระดูกขากรรไกร) ประเมินสุขภาพร่างกาย
และปรึกษาแพทย์ที่เกี่ยวข้องในกรณีที่มีโรคประจำตัว วางแผนและอธิบายให้ทราบถึงการรักษา
รวมทั้งลักษณะของฟันปลอมบนรากฟันเทียม
จากนั้นทันตแพทย์เฉพาะทางใส่ฟันจะพิมพ์ปากบน และ ล่าง เพื่อทำเป็นแบบพิมพ์สำหรับศึกษา
และใช้ทำเครื่องมือบอก ตำแหน่งของรากฟันเทียมให้ทันตแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมช่องปาก
ฝังรากฟันเทียมได้ในตำแหน่งที่ต้องการ
2. การผ่าตัดเพื่อฝังรากฟันเทียม แบ่งเป็น 2 ขั้นตอน คือ
ขั้นตอนที่ 1. เป็นการเปิดเหงือกเพื่อฝังรากฟันเทียมลงไปในกระดูกขากรรไกร
โดยการใช้ยาชาเฉพาะที่เหมือนการถอนฟัน (ในบางกรณีที่จำเป็นอาจทำภายใต้การดมยาสลบ
หรือการทำให้หลับในช่วงระยะเวลาสั้นๆ) หลังจากฝังรากฟันเทียมเข้าไปในกระดูกขากรรไกรแล้ว
จะต้องรอให้มีการเกาะติดของกระดูกรอบ ๆ รากฟันเทียมซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน
ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฝังรากฟันเทียม ในระยะนี้ควรระมัดระวังอย่าให้บริเวณที่ฝังรากฟันเทียม
รับแรงบดเคี้ยวมากเกินไป
ขั้นตอนที่ 2. เป็นการผ่าตัดเล็กๆ บนสันเหงือก เพื่อเปิดส่วนบนสุดของรากฟันเทียมให้เชื่อมกับตัวต่อโลหะ (Abutment)
ที่จะรองรับฟันปลอม หลังจากรอแผลหายประมาณ 2-4 สัปดาห์ ก็สามารถใส่ฟันปลอมบนราก ฟันเทียมได้
- ฟันปลอมติดแน่น เป็นฟันปลอมที่สามารถแทนที่ฟันธรรมชาติที่หายไป หนึ่งหรือหลายซี่
หรือแม้กระทั่งทั้งปาก โดยอาศัยสกรูหรือซีเมนต์พิเศษยึดฟันปลอมไปบนตัวต่อโลหะบนรากฟันเทียม
- ฟันปลอมถอดได้ ทำได้ทั้งในกรณีที่ยังมีฟันธรรมชาติเหลืออยู่ หรือไม่มีเลย ลักษณะของฟันปลอมถอดได้
บนรากฟันเทียมจะคล้ายๆ กับฟันปลอมถอดได้ธรรมดา แต่สามารถยึดแน่นอยู่ในปากได้ดีกว่าฟันปลอมธรรมดาโดยอาศัย
ตัวยึดพิเศษบนรากฟันเทียม
- การดูแลรักษารากฟันเทียมมีความสำคัญอย่างไร :
การดูแลรักษาความสะอาดรอบๆ รากฟันเทียมเป็นปัจจัยสำคัญในการยืดอายุการใช้งานของรากฟันเทียมให้ยาวขึ้น
ทั้งนี้เนื่องจากกระดูกรอบๆ รากฟันเทียมจะถูกทำลายได้โดยแบคทีเรียที่อยู่รอบๆ ทำให้รากฟันเทียมโยกและหลุดได้ในที่สุด
การใช้เครื่องมือพิเศษช่วยทำความสะอาด รวมทั้งมารับการตรวจฟันทุก 6 เดือน จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้รากฟันเทียม
มีอัตราความสำเร็จสูงขึ้น
คลินิกทันตกรรมเฉพาะทาง
โรงพยาบาลเทพธารินทร์
(update 22 กุมภาพันธ์ 2003)
[ ที่มา...
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 ]
|