พ่อแม่จะต้องรู้จักการบริหารจัดการเวลา รู้จักแยกส่วนว่า เวลาทำงานก็อยู่กับงานอย่างเต็มที่ เวลาที่อยู่บ้านก็ต้องอยู่กับคนในบ้าน อยู่กับครอบครัวอย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน
ก่อนออกจากบ้านพ่อแม่ต้องเตรียมตัวเองให้พร้อม ว่าเวลาของการอยู่บ้านอยู่กับครอบครัวจะหมดลง
หลังจากนี้จะเป็นเวลาของการออกไปทำงาน และถ้าเป็นไปได้ควรพาลูกไปส่งให้ถึงสถานที่รับเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียน
พ่อแม่ควรปล่อยให้ตัวเองเกิดความรู้สึกเสียใจ ที่ต้องทิ้งลูกเพื่อไปทำงานบ้าง
เพราะความรู้สึกเช่นนี้จะช่วยสร้างความรู้สึกที่จะใส่ใจดูแลลูกเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันเป็นการชดเชย
และเมื่อต้องจากลูกไปไหนก็จะจากด้วยความรักและความห่วงใย
ถ้าเครียดหรือเป็นกังวลกับการต้องทิ้งลูกเพื่อไปทำงาน ควรพูดคุยระบายความเครียดกับคนอื่นๆ เช่น
พ่อแม่ที่มีปัญหาแบบเดียวกัน
พยายามเลี้ยงลูกและทำงานโดนเผชิญหน้ากับความจริง ยอมรับความจริง ยอมรับข้อบกพร่อง
หรือความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการไม่ตรงกันในเรื่องของเวลา อย่านึกว่าตัวเองต้องเป็นยอดคุณแม่
ยอดคุณพ่อ ที่ต้องทำทุกอย่างให้ได้ดีทั้งหมด
พยายามหาทางออกหรือทางเลือกต่างๆ ที่มีอยู่ในที่ทำงาน เช่น บริเวณที่ทำงานมีสถานรับเลี้ยงเด็กหรือไม่
เพื่อจะได้มีเวลาอยู่ใกล้ชิดลูกมากขึ้น หรือการศึกษาหาข้อมูลเพื่อความยืดหยุ่นในเรื่องเวลาทำงาน
หรือการลางานเมื่อลูกไม่สบาย
พ่อแม่ควรเตรียมใจเอาไว้เลยว่า ลูกอาจงอแงเวลาที่พ่อแม่กลับจากทำงานมาถึงบ้าน
เพราะเด็กต้องเก็บความคับข้องใจมาทั้งวัน เมื่ออยู่กับพ่อแม่ก็จะระบายความคับข้องนั้นออกมา
เมื่อกลับถึงบ้าน พ่อแม่ควรสร้างบรรยากาศให้อบอุ่นพร้อมหน้า เช่น ถ้าลูกกำลังนั่งเล่นอยู่ ก็เข้าไปเล่นกับลูก
เพื่อให้ลูกรู้สึกว่าได้ใกล้ชิดกันอีกครั้ง พอลูกมีทีท่าอยากจะไปเล่นอย่างอื่น
พ่อแม่จึงค่อยไปทำธุระอย่างอื่นหรือไปทำงานบ้านได้
พยายามให้ลูกอยู่ด้วยเวลาทำงานบ้าน สอนให้ลูกช่วยงานและชมเชยเมื่อลูกลงมือทำ
ทุกสัปดาห์ ทั้งพ่อและแม่ควรให้เวลาแก่ลูกแต่ละคนตามลำพังเป็นพิเศษ
อย่างน้อยแค่เพียงคนละ 1 ชั่วโมงก็เพียงพอ
อย่าปล่อยให้ความเครียดครอบงำ เพราะเมื่อเครียดทุกอย่างจะกลายเป็นปัญหา
จงพยายามหาทางสนุกกับการแก้ปัญหาด้วยกัน