เราได้เห็นวัย 9 ขวบกันไปบ้างแล้วว่า เขาช่างคิดช่างค้นหา เริ่มมีจินตนาการ
และตามตำราว่าเป็นช่วงวัยดีที่สุดสำหรับเติมเต็มฐานการเรียนรู้
ดังนั้น
พ่อแม่ไม่น่าพลาดที่จะเฝ้าสังเกตและส่งเสริมวัย 9 ขวบ
อย่างห่างๆ เพราะการเข้าไปวุ่นวายมากเกิน
บางทีก็เป็นการบิดเบือนหรือสร้างกรอบให้จินตนาการของเด็กๆ ได้โดยไม่ทันตั้งใจ
" ทำไมเอาโมเดลชิ้นนั้นไปต่อตรงปีกล่ะลูก" คำทักท้วงประมาณนี้จากพ่อเป็นระยะ
ขณะเจ้าป๊อบประกอบโมเดลเครื่องบิน ทำให้มโนนึกของเด็กชายขาดเป็นช่วงๆ ก่อนที่แม่จะเข้าไปแทรกแซง
" พ่อก็
ปล่อยให้เจ้าป๊อบลองผิดลองถูกบ้างเหอะ" แม่ว่าอย่างนี้ พ่อถึงสงบปาก
ปล่อยให้เจ้าป๊อบครุ่นคิดกับงานต่อโมเดลเครื่องบินตรงหน้าอย่างมีสมาธิ
ช่วงนี้เขายังใช้ตาและมือได้ดีมากขึ้น แถมยังใช้นิ้วมากเป็นพิเศษ อ่านหนังสือก็ม้วนมุมบ้าง พับบ้าง
นั่งรอก๋วยเตี๋ยวก็เคาะโต๊ะกุกๆ กักๆ จนคุณยายค้อนเอาบ่อยๆ ว่าแม่ไม่ยักเตือนลูก พ่อเลยใช้วิธีโยนเลโก้เล็กๆ
ใส่มือให้ต่อเสียเลย เพราะวัยนี้เขาชอบใช้มือใช้นิ้วสร้างงาน ทั้งสามารถทำได้ซับซ้อนขึ้น
สัมพันธภาพอันหลากหลาย
9 ขวบนั้นอยู่ระหว่าง 8 ขวบที่ร่าเริง กับ 10 ขวบที่เป็นมิตร ในช่วงวัยนี้ แม้จะอยากอยู่เงียบๆ เพื่อคิด
แต่เขาก็จะค่อยๆ เริ่มสร้างสัมพันธ์กับคนมากหน้าหลายตาขึ้น และจะลึกขึ้นกว่าเมื่อ 8 ขวบ กับพี่น้องนั้น
ก็พอมีช่วงเวลากลมเกลียวให้พ่อแม่พักหูจากเสียงโต้เถียงเรื่องเล็กเรื่องน้อยที่เหมือนไม่เป็นเรื่อง
แต่มันใหญ่โตนักสำหรับเด็กๆ
สำหรับแม่ เมื่อปีก่อนตอน 8 ขวบ น้องแป้งติดแม่มาก
เอาแต่แม่คนเดียวตลอดเวลา
อะไรๆ ก็ "แม่บอกว่า
" มาปีนี้น้องแป้งมีคู่ซี้คนใหม่เป็นพี่แน็ตข้างบ้าน อะไรๆ ก็ "พี่แน็ตบอกว่า
"
ตื่นเช้ามาก็จะไปบ้านพี่แน็ต บ่ายคล้อยโน่นถึงจะกลับ
ส่วนนายพีลูกป้า พีอายุ 9 ขวบเหมือนกัน เห็นไปซ่อมจักรยานอยู่กับยามหน้าหมู่บ้าน
ซ่อมกันอยู่นั่นแล้ว
ซ่อมจนจักรยานแปลงรูปไปหลายคัน แม่เจ้าพีบอกว่าบางทีก็ชอบไปเล่นทอยกองกับพี่รปภ.ที่โรงเรียน
อันนี้ป้าเขาไม่ว่า
บอกว่าเด็กผู้ชาย ปล่อยมันไปเรียนรู้เถอะ แถมป้ายังขำว่าท่าเจ้าพีจะชอบเล่นกับ 'คนในเครื่องแบบ'
เมื่อออกไปสร้างสัมพันธ์กับคนนอกบ้านมากขึ้น สนใจจดจ่อกับเรื่องต่างๆ นานขึ้น ก็แทบมองไม่เห็นแม่ในบางครั้ง
และบางทีที่แม่เรียกให้ช่วยหยิบนั่นทำนี่ วัย 9 ขวบเขาแทบจะไม่ได้ยิน ไม่ได้ตั้งใจนะ แต่ไม่ได้ยินจริงๆ และถ้าได้ยิน
แต่เป็นเรื่องไม่มีเหตุผล ก็อย่าหวังว่าเขาจะทำตามโดยง่าย ก็เพราะเขาเริ่มคิดเองเป็นแล้ว อย่ามาบงการเสียให้ยาก
ยิ่งถ้าจะปฏิบัติต่อเขาเหมือนผู้ใหญ่
ตัวเล็กๆ เขาก็จะยินดีมาก
วัย 9 ขวบ อยากเป็นนายตัวเอง อยากถือกุญแจบ้าน
เพราะมันคือสัญลักษณ์หนึ่งของการเติบโต
คิดได้เอง มีความรับผิดชอบ
กับพ่อ เขาจะรู้สึกภูมิใจในอาชีพพ่อ ในความเป็นพ่อ และจะรู้สึกแย่ไปเลยถ้าพ่อจะติติงหรือดุ
เพราะพ่อนั้นมีสภาพเหมือน เพื่อนคนหนึ่ง ที่เขานับถือใน ความคิด ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นยังคุยกันไม่ได้เท่านี้
กับปู่ย่าตายาย วัย 9 ขวบเขาก็ชอบ ถ้าลองได้คุยกัน ปู่ย่าตายายจะเป็นผู้ช่วยชั้นยอดในการกระตุ้นความคิด
และจินตนาการของหลาน แถมยังใจดีกับหลานกว่าพ่อแม่เสียอีก ทั้งทำกับข้าวก็อร่อยกว่าแม่
มีตู้ลิ้นชักให้เปิดค้นของเก่าๆ มาดู มาคิด มาพิจารณา แม้แต่สีผมหรือแว่นตาของผู้ชรา
ก็เป็นเรื่องให้เขาสงสัยชวนพูดคุยได้
9 ขวบ กับคนคอเดียวกัน
ช่วงวัยนี้มีความแตกต่างหลากหลาย เนื่องจากสามารถคิดได้มากขึ้น และเด็กทุกคนมีต้นแบบที่ต่างกันไป
จึงเห็นการจับกลุ่มของพวกคอเดียวกันมากขึ้น เช่นกลุ่มต่อโมเดลตุ๊กตุ่นตุ๊กตา กลุ่มเล่นหนังยาง กลุ่มจักรยาน
กลุ่มเตะบอลโกล์รูหนู กลุ่มสะสมกระดาษห่อทอฟฟี่ กลุ่มสร้างสรรค์พลิกแพลงเกม
ซ่อนหานี่ก็ไม่เล่นธรรมดา
แต่จะมีลูกเล่นซับซ้อนขึ้นไปอีก กลุ่มทายปัญหาอย่างพวกแก๊ง อะไรเอ่ย ก็จัดเป็นกลุ่มใช้ปัญญาที่วัย 9 ขวบ
ชอบกันเป็นพิเศษ รวมถึงพวกชอบจัดเก็บสะสมแสตมป์ หรือเก็บตุ๊กตาแบ่งหมวดชุดไว้ในสมุดแต่ละหน้า
บางคราวเลยไปถึงขอค้างบ้านเพื่อน หรือไม่ก็ไปสนุกติดพันอยู่กับเด็กๆ ข้างบ้านคุณยาย
ไม่อยากกลับบ้าน จนจะเปิดเทอมอยู่วันสองวันนี่แล้ว ถึงยอมกลับ
เพราะความหลากหลายที่มาจากความช่างคิดและสิ่งแวดล้อมที่ไม่ซ้ำกันนี้เอง
บางครั้งจึงทำให้พ่อแม่ของวัย 9 ขวบคาดเดาไม่ถูก ว่าลูกคนนี้นี่ยังไงกันแน่
เดี๋ยวก็สนุกสนานเฮฮา เดี๋ยวก็เงียบได้เป็นชั่วโมงๆ
มีวิจัยของสถาบันจิเซลล์พบว่า วัย 9 ขวบนั้นมีจุดเด่นที่ภาษาและการแสดงออก
หลายคนสามารถพูดคุยแสดงความคิดได้ดีมาก ส่วนวิจัยของดร.เฮอร์แมน ที.เอ็พสไตน์
จากมหาวิทยาลัยแบรนดีส์ พบว่า สมองวัย 9 ขวบ เปิดรับความหลากหลายได้ดีเป็นพิเศษ
แถมในสปีดที่เร็วเสียด้วย รวมถึงมีช่องรับสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น
วินัยวัย 9 ขวบ
เมื่อเป็นช่วงเวลาที่คิดได้มากขึ้น ความรับรู้เรื่องความดีงาม ความถูกต้องยุติธรรม
หรือระเบียบวินัยก็น่าจะสร้างพื้นฐานให้แน่นได้ในช่วงนี้ เมื่อ 9 ขวบจับกลุ่มกันใช้ความคิดในทางเล่นซนบ้างก็ยังไม่น่ากังวล
แต่หากความซุกซนนั้นส่งผลกับผู้อื่น แน่นอนว่าพ่อแม่ต้องเตือน และสอนให้ลูกรู้จักเล่น ทำเกินไปก็ต้องสั่งสอน
และมีบทลงโทษบ้าง เป็นการฝึกความรู้สึกรับผิดชอบ ความมีวินัยไปในตัว
เรื่องเกี่ยวกับวินัยนี้ ว่ากันว่าวัย 9 ขวบเป็นช่วงเวลาที่ยังมึกได้ และยอมรับความเป็นเหตุผลได้ดีขึ้นมาก
หลังจากที่ปูพื้นกันมาแต่เล็กแต่น้อย แต่ถ้าเพิ่งมานึกได้ว่าเด็กๆ ต้องมีวินัยก็รีบให้ความสำคัญเสียเลย
เพราะเขาเริ่มคิดเองได้ ก็เถียงได้และถ้าไม่วางพื้นดีๆ หลุดจากช่วงนี้เห็นทีจะยากขึ้น
กินเก่ง ร่างกายแกร่ง
อาหารที่ 9 ขวบกินแต่ละบ้านนั้นค่อนข้างหลากหลายขึ้นกับความอยากลองที่มีมากขึ้นของเขา
และสิ่งที่พ่อแม่หรือคนในบ้านกินด้วย หลายอย่างที่เขาไม่เคยลองก็อาจเปิดใจชิมมากขึ้น
และอาจพบว่า เอ้อ
แกงขี้เหล็กนี่ก็อร่อยเนอะแม่ มะระต้มนี่ไม่เห็นขมเลยแม่
อาจแปลกใจเพราะแต่ก่อนแค่เดินตามแม่ไปตลาด เห็นหยิบมะระก็โวยวายแล้ว ว่าหนูกินไม่ด๊า
ย
การลองชิมมากขึ้นทำให้วัย 9 ขวบ บางคนทั้งหญิงชายอยากเข้าไปลองทำกับข้าวดูบ้าง
หนูแป้งจึงมีโอกาสช่วยแม่เจียวไข่บ่อยครั้ง ส่วนเจ้าพีนั่นพลิกแพลงกว่า ชวนเพื่อนร่วม
แก๊งในหมู่บ้านหุงข้าวใส่ใบโหระพาที่เก็บได้ในสวนครัว ก็แค่อยากรู้ว่าเป็นยังไง ทีวีรายการโปรด
จากที่เป็นแต่การ์ตูน ก็อาจมีรายการแม่บ้านจานเด็ดเพิ่มขึ้นมา โดยเฉพาะเด็กผู้ชายพบว่า
มีหัวพลิกแพลงโลดโผนกับอาหารอยู่ไม่น้อย ดังนั้น ถ้าจะเล่นจนพลาดเสียของไปบ้าง
ก็ถือว่าเป็นการทดลองก็แล้วกัน เพราะสิ่งที่เหลืออยู่ก็คือความคิดและจินตนาการที่เงินทองไม่สามารถซื้อได้
แต่น่าเสียดาย แม้เขาจะสนุกกับการทำอาหาร แต่กระแสฟาสต์ฟู้ดก็พาเด็กๆ
ออกจากกิจกรรมทำอาหารกินกันเองไปสู่ของทอดไขมันสูงไปเสียก็มาก
เสื้อผ้า แม่ชอบ
แต่หนูไม่
ดูเหมือนจะเป็นช่วงเวลาหาเสื้อผ้ายากอีกช่วงหนึ่ง นอกจากหาแบบและขนาดได้ยากแล้ว
วัย 9 ขวบชักพิถีพิถันขึ้น แม่ว่าแต่งแบบนี้เหมาะแต่ลูกว่าอีกอย่าง ทั้งยังเริ่มเห็นว่ากระดุมหลุดชายขาดนั้นต้องซ่อม
เป็นช่วงที่น่าสอนให้เย็บซ่อมแซมเองได้ เพราะตาและมือกำลังทำงานได้ดี
นอกจากนี้ยังเริ่มต้องการซื้อเสื้อผ้าแบบนั้นแบบนี้ ที่เห็นว่าสวยงามเก๋เท่ตามความคิดของเขา
และอาการเหวี่ยงเสื้อผ้าไม่เป็นที่ทางหลังกลับจากโรงเรียนก็น้อยลง โดยต้องอาศัยการเตือนบ้าง
สรุปว่า วัย 9 ขวบนั้น เริ่มคิดเองได้ จึงมีความหลากหลายและเป็นช่วงเวลาดีที่สุดช่วงหนึ่งของการเรียนรู้
เป็นวัยมหัศจรรย์ก่อนก้าวขึ้นสู่วัยเลขสองตัว
10 ขวบ
(update 29 เมษายน 2003)
[ ที่มา..
life & family ปีที่ 6 ฉบับที่ 63 มิถุนายน 2544 ]
|